• แอปพลิเคชัน
    สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
  • เลือกจุดหมายปลายทาง
  • เที่ยวเซินเจิ้น 1 วัน ข้ามด่านจากฮ่องกงง่ายๆ อัปเดตจุดเช็คอินใหม่

    Klook Thailand
    Klook Thailand
    อัปเดตล่าสุด 3 ส.ค. 2026
    more
    เที่ยวเซินเจิ้น 1 วัน ข้ามด่านจากฮ่องกงง่ายๆ อัปเดตจุดเช็คอินใหม่
    ใครที่ไปเที่ยวฮ่องกงแล้วรู้สึกว่าอยากหาที่เที่ยวใหม่ๆ หรืออยากลองเปลี่ยนบรรยากาศข้ามไปสัมผัสความเจริญระดับ "ซิลิคอนวัลเลย์แห่งเอเชีย" บอกเลยว่า "การเที่ยวเซินเจิ้น 1 วัน" เป็นไอเดียที่ตอบโจทย์มาก เพราะเดี๋ยวนี้การเดินทางข้ามด่านจากฮ่องกงไปเซินเจิ้นนั้นง่ายดาย สะดวก และใช้เวลาไม่นาน เซินเจิ้นในยุคนี้ไม่ใช่แค่เมืองที่โด่งดังเรื่องของก๊อปปี้อีกต่อไป แต่กลายเป็นมหานครที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมล้ำยุค คาเฟ่สุดชิค พื้นที่ศิลปะ (Art Space) ใหม่ๆ และแหล่งช้อปปิ้งฟิกเกอร์ Art Toy ที่ทำเอาหลายคนล้มละลายกันมานักต่อนัก
    บทความนี้จะพาเจาะลึกแบบทุกซอกทุกมุม เล่าจากประสบการณ์จริงว่าไปเซินเจิ้น 1 วันควรไปไหน เดินทางยังไงให้ไม่หลง เตรียมตัวเรื่องวีซ่าและอินเทอร์เน็ตแบบไหนให้รอด พร้อมแจกพิกัดถ่ายรูปและจุดเช็คอินใหม่ๆ ที่อัปเดตล่าสุด รับรองว่าอ่านจบแล้วสามารถกำแพลนนี้ไปเที่ยวตามได้เลยทันที
    Shenzhen

    เตรียมตัวก่อนข้ามด่าน: สิ่งที่ต้องมีเพื่อให้ชีวิตในจีนง่ายขึ้น

    ก่อนจะเริ่มแพลนเที่ยว สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการไปประเทศจีนคือ "การเตรียมตัว" เพราะถ้าพลาดเรื่องใดเรื่องหนึ่งไป อาจจะทำให้ทริปสะดุดได้เลย

    1. วีซ่าจีน (Visa)

    ปัจจุบันการข้ามไปเที่ยวเซินเจิ้นจากฮ่องกงมีทางเลือกเรื่องวีซ่าที่ค่อนข้างสะดวก:
    • ฟรีวีซ่า (Free Visa): สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทย ตอนนี้ประเทศจีนเปิดฟรีวีซ่าให้สามารถเดินทางเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า (พำนักได้สูงสุด 30 วัน) ซึ่งทำให้การข้ามด่านจากฮ่องกงไปเซินเจิ้นง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว แค่ถือพาสปอร์ตไทยก็สามารถเดินเข้าช่องตรวจคนเข้าเมืองได้เลยแบบสวยๆ
    • ข้อควรระวัง: ตรวจสอบอายุพาสปอร์ตให้แน่ใจว่าเหลือมากกว่า 6 เดือน และเตรียมเอกสารแผนการเดินทางหรือตั๋วเครื่องบินขากลับติดตัวไว้เผื่อเจ้าหน้าที่ตม. สอบถาม

    2. อินเทอร์เน็ต (Internet & eSIM)

    ใครก็รู้ว่าไปจีน ถ้าใช้อินเทอร์เน็ตท้องถิ่นหรือ Wi-Fi จะถูกบล็อกแอปพลิเคชันที่เราใช้ประจำทั้งหมด (Line, Facebook, IG, Google Maps) วิธีแก้ที่ง่ายและดีที่สุดคือการเตรียม eSIM หรือ ซิมโรมมิ่งจากไทยไป
    • แนะนำ: สามารถซื้อ [eSIM สำหรับใช้ในจีนและฮ่องกง ผ่าน Klook] ไปล่วงหน้าได้เลย สะดวกมากตรงที่ซื้อปุ๊บ สแกน QR Code ติดตั้งลงเครื่องปั๊บ พอข้ามด่านปุ๊บก็มีเน็ตใช้ทันที ไม่ต้องเดินหาซื้อซิมใหม่ และที่สำคัญคือ เล่นแอปโซเชียลได้ครบทุกแอป ไม่โดนบล็อก สปีดเน็ตแรงพอที่จะเปิดแผนที่และแปลภาษาได้แบบไม่กระตุก

    3. การจ่ายเงินในจีน (Alipay & WeChat Pay)

    ที่เซินเจิ้นแทบจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) 100% ร้านค้าริมทางไปจนถึงห้างสรรพสินค้าไม่ค่อยรับเงินสดกันแล้ว
    • สิ่งที่ต้องทำ: โหลดแอปพลิเคชัน Alipay หรือ WeChat ลงมือถือ ผูกบัตรเครดิต (Visa / Mastercard) หรือบัตร Travel Card จากไทยให้เรียบร้อย ยืนยันตัวตนให้ผ่านตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง พอไปถึงที่นั่นแค่วางสแกน QR Code จ่ายเงินได้เลย สะดวกและเรทเงินดีมาก
    Essential Travel Apps for Visiting China - Alipay Payment

    อัปเดตวิธีเดินทาง: ข้ามด่านฮ่องกง - เซินเจิ้น แบบไหนดีสุด?

    การเดินทางจากฮ่องกงไปเซินเจิ้นมีหลายด่านให้เลือก แต่ขอแนะนำ 2 วิธีที่สะดวกและเป็นที่นิยมที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว

    วิธีที่ 1: รถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) - เร็วที่สุด สะดวกที่สุด

    ถ้าอยากประหยัดเวลาและได้นั่งรถไฟสบายๆ แนะนำให้ขึ้นรถไฟความเร็วสูงจาก สถานี Hong Kong West Kowloon ยิงยาวไปลงที่ สถานี Shenzhen North หรือ สถานี Futian (ใช้เวลาแค่ 15-20 นาที!)
    • การจองตั๋ว: สามารถจอง ตั๋วรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) ผ่านแอป Klook ได้เลย แนะนำให้จองล่วงหน้าเพราะตั๋วรอบเช้าและรอบเย็นมักจะเต็มเร็วมาก พอจองเสร็จเราจะได้รับ E-Ticket สามารถใช้พาสปอร์ตตัวจริงสแกนที่เกทผ่านเข้าชานชาลาได้เลย ไม่ต้องไปต่อคิวแลกตั๋วกระดาษให้เสียเวลา
    • ข้อดี: ประหยัดเวลามากที่สุด ด่านตรวจคนเข้าเมืองทำร่วมกันทั้งฝั่งฮ่องกงและจีนในสถานี West Kowloon เลย พอถึงเซินเจิ้นก็เดินออกไปเที่ยวต่อได้ทันที

    วิธีที่ 2: รถไฟฟ้าใต้ดิน MTR (ด่าน Lo Wu หรือ Lok Ma Chau) - ประหยัด ยืดหยุ่น

    สำหรับคนที่พักอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีฟ้า (East Rail Line) เช่น แถว Mong Kok East หรือ Hung Hom สามารถนั่ง MTR ไปสุดสายที่สถานี Lo Wu (หลอวู่) หรือ Lok Ma Chau (หลกหม่าเจา) ได้เลย ใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที
    • การผ่านด่าน: พอลงรถไฟ ก็เดินตามป้ายเพื่อผ่านตม. ขาออกของฮ่องกง แล้วเดินข้ามสะพานไปผ่านตม. ขาเข้าของจีนฝั่งเซินเจิ้น วิธีนี้จะใช้เวลาเดินและต่อคิวตรวจคนเข้าเมืองนานกว่าแบบแรกเล็กน้อย แต่ข้อดีคือรอบรถไฟถี่มาก ไม่ต้องจองตั๋วล่วงหน้า ใช้แค่บัตร Octopus แตะจ่ายค่าโดยสารได้เลย
    Hong Kong West Kowloon Station

    แพลนเที่ยวเซินเจิ้น 1 วัน (1-Day Itinerary) อัปเดตจุดเช็คอินใหม่

    เมื่อเตรียมตัวพร้อม ข้ามด่านมาถึงเซินเจิ้นเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาลุย! แพลนนี้ออกแบบมาให้เดินทางง่ายโดยใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน (Shenzhen Metro) เป็นหลัก เน้นเก็บจุดเช็คอินใหม่ๆ ที่ถ่ายรูปสวย คาเฟ่ดี และแหล่งช้อปปิ้งที่ห้ามพลาด

    🕘 09:30 น. สัมผัสความอลังการที่ Ping An Finance Centre (Free Sky Deck)

    เริ่มต้นวันกันที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจของเซินเจิ้น (Futian District) ถ้านั่งรถไฟความเร็วสูงมาลงที่สถานี Futian ออกมาปุ๊บก็จะเจอกับตึกที่สูงที่สุดในเซินเจิ้นและสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก อย่าง Ping An Finance Centre
    • ไฮไลท์: สำหรับคนที่อยากชมวิวเมืองเซินเจิ้นแบบ 360 องศา สามารถขึ้นไปที่จุดชมวิว Free Sky ซึ่งอยู่บนชั้น 116 ได้เลย วิวข้างบนนี้อลังการมาก มองเห็นผังเมืองที่เป็นระเบียบ สวนสาธารณะกว้างใหญ่ และตึกระฟ้าเรียงรายราวกับเมืองในโลกอนาคต
    • ทริค: เพื่อความรวดเร็วและไม่ต้องไปลุ้นคิวหน้างาน แนะนำให้จอง บัตรเข้าชมจุดชมวิว Ping An Finance Centre ผ่าน Klookมาล่วงหน้า ถึงเวลาแค่นำ QR Code ไปสแกนแลกตั๋วขึ้นลิฟต์ความเร็วสูงปรี๊ดไปถึงยอดตึกได้แบบชิลๆ
    Ping An Finance Centre

    🕚 11:00 น. เสพศิลปะและสถาปัตยกรรมล้ำๆ ที่ MoCAUP

    นั่งรถไฟใต้ดินมาที่สถานี Children's Palace (สาย 3 หรือ 4) เพื่อมาเช็คอินที่ Shenzhen Museum of Contemporary Art and Urban Planning (MoCAUP)
    • ไฮไลท์: ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะและผังเมืองที่สายสถาปัตยกรรมและสายถ่ายรูปห้ามพลาดเด็ดขาด ตัวอาคารออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลก ดีไซน์ภายนอกและภายในมีความลื่นไหล เป็นเส้นสายโค้งมนแปลกตา การใช้แสงและเงาตกกระทบในอาคารคือความสมบูรณ์แบบ เดินถ่ายรูปได้ทุกมุม ได้รูปฟีลโมเดิร์น มินิมอล โทนสีเงินๆ เทาๆ ล้ำอนาคตมากๆ
    • ข้อแนะนำ: เข้าชมฟรี! (ใช้พาสปอร์ตในการลงทะเบียนเข้าชม) ด้านในมีนิทรรศการหมุนเวียนตลอดเวลา เดินเล่นแอร์เย็นๆ ถ่ายรูปทำคอนเทนต์ได้เพลินๆ
    Shenzhen Museum of Contemporary Art and Urban Planning

    🕐 13:00 น. มื้อเที่ยงฟินๆ กับ Mala Tang หรือร้านอาหารโลคอล

    เที่ยวมาครึ่งวันเริ่มหิว แนะนำให้แวะไปหาของอร่อยกินกันที่ย่านห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ อย่าง Coco Park หรือตามแนวรถไฟฟ้า อาหารจีนที่เซินเจิ้นมีความหลากหลายมาก
    • เมนูแนะนำ: ต้องลองกิน หมาล่าทั่ง (Mala Tang) เป็นการคีบเลือกวัตถุดิบ ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก เส้น ฟองเต้าหู้ และลูกชิ้นสารพัดแบบ ใส่กะละมังแล้วนำไปชั่งน้ำหนัก จากนั้นทางร้านจะเอาไปต้มในน้ำซุปหมาล่าสูตรเข้มข้น รสชาติเผ็ดชาถึงใจ หรือถ้าใครไม่ทานเผ็ด ก็สามารถเลือกซุปกระดูกหมูสีขาวนวลๆ รสชาติกลมกล่อมได้
    • อีกทางเลือก: ใครชอบกินติ่มซำหรืออาหารจีนกวางตุ้ง เซินเจิ้นก็มีร้านดังๆ ที่รสชาติออริจินัลและราคาถูกกว่าฝั่งฮ่องกงเยอะมาก

    🕒 14:30 น. เดินเล่นฟีลเมืองเก่าผสมอาร์ตที่ Nantou Ancient City

    ช่วงบ่ายเปลี่ยนมู้ดจากตึกระฟ้า มาสูดกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานกับความป๊อปคัลเจอร์อย่างลงตัวที่ Nantou Ancient City (นั่งรถไฟใต้ดินมาลงสถานี Taoyuan หรือ Nantou Ancient City)
    • ไฮไลท์: ที่นี่เคยเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี แต่ปัจจุบันถูกนำมารีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นย่านครีเอทีฟและคอมมูนิตี้สเปซสุดชิค ภายในกำแพงเมืองโบราณจะเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยที่ซ่อนร้านกาแฟ Specialty เจ๋งๆ คาเฟ่สไตล์มินิมอล ร้านขายงานคราฟต์ ร้านเสื้อผ้าแบรนด์โลคอลดีไซน์เก๋ และ Art Gallery ขนาดย่อมๆ
    • จุดเช็คอิน: ห้ามพลาดแวะจิบกาแฟหรือชาผลไม้ (ที่ฮิตมากในจีน) พร้อมเดินถ่ายรูปกับกำแพงอิฐเก่าที่ตัดกับไฟนีออนดัดรูปทรงต่างๆ เป็นย่านที่มีเสน่ห์ ถ่ายรูปขึ้นทุกมุม และเดินสนุกมาก
    Nantou Ancient City

    🕔 16:30 น. ถ่ายรูปอัปรูปลง IG ที่คาเฟ่หรือจุดเช็คอินสุดฮิต (เลือกได้ตามสไตล์)

    ช่วงแดดร่มลมตก เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินชิลและเก็บแสงเย็น ขอเสนอ 2 ตัวเลือกที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นเซินเจิ้น:
    • Option 1: OCT Harbour (O-Town) - สายคาเฟ่และบรรยากาศริมน้ำต้องมาที่นี่ อารมณ์คล้ายๆ เอเชียทีคบ้านเรา แต่สเกลใหญ่กว่ามาก มีคลองพาดผ่าน มีร้านชานมเจ้าดังอย่าง Heytea (สีชา) ให้ไปสั่งชาผลไม้ใส่ครีมชีสแก้วโตมาถ่ายรูปคู่กับบรรยากาศสวยๆ
    • Option 2: OCAT Shenzhen (OCT Loft) - ย่านศิลปะที่ดัดแปลงมาจากโรงงานเก่า (คล้ายๆ 798 Art District ที่ปักกิ่ง) ใครชอบความดิบ ความเท่ ความสตรีทอาร์ต ต้นไม้ร่มรื่น และร้านกาแฟสายสโลว์บาร์ ต้องแวะมาเดินทอดน่องที่นี่

    🕖 18:30 น. ช้อปปิ้งละลายทรัพย์ และล่า Art Toy ย่าน Dongmen หรือ ห้างสรรพสินค้า

    มาเซินเจิ้นทั้งที ถ้าไม่ได้ช้อปปิ้งถือว่ามาไม่ถึง!
    • ถนนคนเดินตงเหมิน (Dongmen Pedestrian Street): ใครสายสตรีทฟู้ด เสื้อผ้าราคาถูก รองเท้า กระเป๋า แนะนำให้มาลุยที่นี่ บรรยากาศจะคึกคักมาก มีของกินเสียบไม้ขายตลอดทาง
    • สาย Art Toy (Pop Mart, 52Toys): แนะนำให้แวะตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อย่าง MixC หรือ Coco Park เซินเจิ้นเป็นแหล่งที่มีร้านขาย Art Toy ใหญ่โตอลังการมาก บางสาขามีของแรร์ไอเทมที่หาไม่ได้ในฮ่องกงหรือไทยให้สุ่มกันแบบจุใจ ใครเป็นสายจุ่มเตรียมวงเงินใน Alipay ไว้ให้พร้อมเลย
    • แบรนด์จีนน่าช้อป: อย่าลืมแวะร้านเสื้อผ้าแบรนด์จีนที่กำลังมาแรง ซูเปอร์มาร์เก็ตขนมแปลกๆ หรือแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง Xiaomi, Huawei Flagship Store ที่ของเล่นแก็ดเจ็ตเยอะมากและราคาดีสุดๆ
    Dongmen Pedestrian Street

    🕘 20:30 น. มื้อค่ำสั่งลาก่อนกลับฮ่องกง

    ก่อนโบกมือลาเซินเจิ้น ต้องจัดมื้อหนักอีกสักมื้อ ขอแนะนำเมนู "ไก่มะพร้าว" (Coconut Chicken Hotpot) ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของเซินเจิ้น!
    • รสชาติ: เป็นหม้อไฟที่ใช้น้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ๆ เทลงไปต้มเป็นน้ำซุป พอเดือดก็ใส่เนื้อไก่บ้านลงไปต้มจนสุก น้ำซุปจะมีความหวานหอมมะพร้าวสุดๆ ซดคล่องคอมาก จิ้มกับน้ำจิ้มซีอิ๊วสูตรพิเศษ เป็นการปิดท้ายทริปที่ฟินและเฮลท์ตี้สุดๆ

    🕙 22:00 น. เดินทางกลับฮ่องกง

    ทานข้าวเสร็จก็นั่งรถไฟใต้ดินกลับไปที่ด่าน (แนะนำให้เช็คเวลาเปิด-ปิดด่านและรอบรถไฟเที่ยวสุดท้ายให้ดี)
    • ถ้านั่งรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) รอบสุดท้ายปกติจะอยู่ประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ ต้องเผื่อเวลาไปรับตั๋วและผ่านตม. ด้วย
    • ถ้ากลับทางด่าน Lo Wu ด่านจะปิดตอนเที่ยงคืน (00:00 น.) พอผ่านด่านเสร็จ นั่งรถไฟกลับเข้าสู่ใจกลางฮ่องกง ถึงที่พักอาบน้ำนอน หลับฝันดี เป็นอันจบ One Day Trip เซินเจิ้นแบบอัดแน่นและคุ้มค่าสุดๆ

    ทริคเพิ่มเติมสำหรับการเที่ยวเซินเจิ้นให้โปรยิ่งขึ้น

    1. แอปพลิเคชันแปลภาษาคือพระเจ้า: คนจีนส่วนใหญ่ยังสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แนะนำให้โหลดแอปแปลภาษาอย่าง Google Translate (โหลดภาษาจีนแบบ Offline ไว้ด้วย) หรือแอป Baidu Translate มีฟีเจอร์ถ่ายรูปป้ายเมนูอาหารแล้วแปลเป็นไทยได้เลย ช่วยชีวิตได้เยอะมาก
    2. พกพาวเวอร์แบงค์: การเที่ยวแบบพึ่งพามือถือตลอดเวลา ทั้งดูแผนที่ สแกนจ่ายเงิน แปลภาษา และถ่ายรูป แบตมือถือจะลดฮวบเร็วมาก พาวเวอร์แบงค์จึงเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ (แม้ที่จีนจะมีจุดเช่าพาวเวอร์แบงค์เยอะมาก แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะเช่ายากนิดนึง พกไปเองชัวร์กว่า)
    3. ห้องน้ำที่จีนไม่ได้แย่อย่างที่คิด: ลบภาพจำห้องน้ำจีนสมัยก่อนทิ้งไปได้เลย เซินเจิ้นเป็นเมืองใหม่ ตามห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟ และสถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ ห้องน้ำสะอาดและทันสมัยมาก (บางที่เป็นชักโครกอัตโนมัติด้วย) แต่พกทิชชู่เปียกและทิชชู่แห้งติดตัวไว้บ้างก็อุ่นใจดี
    4. แพลนเผื่อเวลา: การเดินทางในสถานีรถไฟใต้ดินของจีนนั้น สถานีค่อนข้างกว้างและทางออกเยอะมาก ควรเผื่อเวลาเดินหลง และเผื่อเวลาสำหรับการสแกนกระเป๋า (X-Ray) ทุกครั้งที่เข้าสถานีรถไฟใต้ดินด้วย

    บทความเที่ยวจีนเพิ่มเติม

    FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเซินเจิ้น

    Q: ไปเที่ยวเซินเจิ้นแบบไปเช้าเย็นกลับ (1 Day Trip) แค่วันเดียวพอไหม? A: เพียงพอสำหรับการเก็บไฮไลท์หลักๆ เช่น การไปคาเฟ่ ชมสถาปัตยกรรม และช้อปปิ้ง แต่เซินเจิ้นยังมีที่เที่ยวอีกเยอะมาก เช่น สวนสนุก Window of the World, สวนวัฒนธรรมพื้นบ้าน Splendid China Folk Village หรือ Art Space ใหม่ๆ ถ้ามีเวลา แนะนำให้ลองค้างสัก 1-2 คืน จะได้เที่ยวแบบไม่เหนื่อยจนเกินไป
    Q: บัตรเครดิตไทยใช้ที่เซินเจิ้นได้ไหม? A: การรูดบัตรเครดิตโดยตรงตามร้านค้าทั่วไปอาจจะไม่ค่อยสะดวกนัก แนะนำให้นำบัตรเครดิตหรือบัตร Travel Card (เช่น YouTrip, Planet SCB) ผูกเข้ากับแอป Alipay หรือ WeChat Pay จะสามารถสแกนจ่ายได้ครอบคลุมเกือบ 100% ของร้านค้าในเซินเจิ้น
    Q: ใช้ Google Maps ในเซินเจิ้นได้ไหม เลี้ยวตรงเป๊ะหรือเปล่า? A: ถ้าเปิดโรมมิ่งจากไทยหรือใช้ eSIM จะสามารถเปิด Google Maps ได้ แต่ความแม่นยำอาจจะไม่เป๊ะ 100% บางครั้งตำแหน่งร้านค้าอาจจะคลาดเคลื่อนเล็กน้อย แนะนำให้ใช้คู่กับแอปพลิเคชัน Apple Maps (ถ้าใช้ iPhone) หรือแอปท้องถิ่นอย่าง Baidu Maps / Amap (Gaode Map) จะแม่นยำกว่ามาก โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟใต้ดิน
    Q: สามารถจองตั๋วรถไฟและสถานที่ท่องเที่ยวหน้างานได้ไหม? A: จองหน้างานได้ แต่อาจจะต้องเผื่อเวลาต่อคิวค่อนข้างนาน และมีโอกาสที่ตั๋วรถไฟความเร็วสูงรอบที่ต้องการจะเต็ม เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา ควบคุมแพลนได้เป๊ะๆ แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถืออย่าง Klook จะดีที่สุด เพราะแอปเป็นภาษาไทย จ่ายเงินง่าย และมี Customer Service คอยซัพพอร์ต
    เซินเจิ้นในวันนี้พัฒนาไปไกลและก้าวล้ำหน้าไปมาก การจัดทริปข้ามด่านจากฮ่องกงมาเที่ยวเซินเจิ้น 1 วัน ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป แถมยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากฮ่องกงอย่างสิ้นเชิง ทั้งอาหารการกิน บรรยากาศเมือง เทคโนโลยี และแหล่งช้อปปิ้งที่ราคาสบายกระเป๋า
    ใครที่มีแพลนไปฮ่องกงเร็วๆ นี้ ลองเจียดเวลาสักหนึ่งวัน นั่งรถไฟความเร็วสูงข้ามมาเช็คอินที่มหานครแห่งนวัตกรรมอย่างเซินเจิ้นดู รับรองว่าจะได้เปิดมุมมองใหม่ๆ และได้รูปสวยๆ กลับไปลงโซเชียลเพียบแน่นอน! และอย่าลืมว่าเรื่องการเดินทาง ตั๋วรถไฟ บัตรเข้าชม หรือ eSIM สามารถเข้าไปเลือกดูและจองล่วงหน้าให้ทริปราบรื่นได้ง่ายๆ ผ่าน Klook ได้เลย!

    เพิ่มเพื่อนกับ Klook บน LINE วันนี้ รับสิทธิพิเศษก่อนใคร!

    เพิ่มเพื่อนกับ Klook ทาง LINE  เพื่อไม่พลาดโปรโมชั่นล่าสุดก่อนใคร!
    แค่แอด หรือสแกน QR Code ก็เตรียมรับส่วนลดสูงสุดถึง 500 บาท ไปใช้กับกิจกรรม ทัวร์ การเดินทาง ที่พัก และอีกมากมายได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น! คุณจะได้รับข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดแบบเรียลไทม์ พร้อมดีลลับที่มีเฉพาะเพื่อนใน LINE เท่านั้น! รีบแอดเลย แล้ววางแผนทริปคุ้ม ๆ ไปกับ Klook
    ลดเพิ่ม5%เมื่อจองผ่านแอปครั้งแรก

    Klook คืออะไร?

    Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
    รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
    Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง

    more