ใครที่ไปเที่ยวฮ่องกงแล้วรู้สึกว่าอยากหาที่เที่ยวใหม่ๆ หรืออยากลองเปลี่ยนบรรยากาศข้ามไปสัมผัสความเจริญระดับ "ซิลิคอนวัลเลย์แห่งเอเชีย" บอกเลยว่า "การเที่ยวเซินเจิ้น 1 วัน" เป็นไอเดียที่ตอบโจทย์มาก เพราะเดี๋ยวนี้การเดินทางข้ามด่านจากฮ่องกงไปเซินเจิ้นนั้นง่ายดาย สะดวก และใช้เวลาไม่นาน เซินเจิ้นในยุคนี้ไม่ใช่แค่เมืองที่โด่งดังเรื่องของก๊อปปี้อีกต่อไป แต่กลายเป็นมหานครที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมล้ำยุค คาเฟ่สุดชิค พื้นที่ศิลปะ (Art Space) ใหม่ๆ และแหล่งช้อปปิ้งฟิกเกอร์ Art Toy ที่ทำเอาหลายคนล้มละลายกันมานักต่อนัก
บทความนี้จะพาเจาะลึกแบบทุกซอกทุกมุม เล่าจากประสบการณ์จริงว่าไปเซินเจิ้น 1 วันควรไปไหน เดินทางยังไงให้ไม่หลง เตรียมตัวเรื่องวีซ่าและอินเทอร์เน็ตแบบไหนให้รอด พร้อมแจกพิกัดถ่ายรูปและจุดเช็คอินใหม่ๆ ที่อัปเดตล่าสุด รับรองว่าอ่านจบแล้วสามารถกำแพลนนี้ไปเที่ยวตามได้เลยทันที
เตรียมตัวก่อนข้ามด่าน: สิ่งที่ต้องมีเพื่อให้ชีวิตในจีนง่ายขึ้น
ก่อนจะเริ่มแพลนเที่ยว สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการไปประเทศจีนคือ "การเตรียมตัว" เพราะถ้าพลาดเรื่องใดเรื่องหนึ่งไป อาจจะทำให้ทริปสะดุดได้เลย
1. วีซ่าจีน (Visa)
ปัจจุบันการข้ามไปเที่ยวเซินเจิ้นจากฮ่องกงมีทางเลือกเรื่องวีซ่าที่ค่อนข้างสะดวก:
- ฟรีวีซ่า (Free Visa): สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทย ตอนนี้ประเทศจีนเปิดฟรีวีซ่าให้สามารถเดินทางเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า (พำนักได้สูงสุด 30 วัน) ซึ่งทำให้การข้ามด่านจากฮ่องกงไปเซินเจิ้นง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว แค่ถือพาสปอร์ตไทยก็สามารถเดินเข้าช่องตรวจคนเข้าเมืองได้เลยแบบสวยๆ
- ข้อควรระวัง: ตรวจสอบอายุพาสปอร์ตให้แน่ใจว่าเหลือมากกว่า 6 เดือน และเตรียมเอกสารแผนการเดินทางหรือตั๋วเครื่องบินขากลับติดตัวไว้เผื่อเจ้าหน้าที่ตม. สอบถาม
2. อินเทอร์เน็ต (Internet & eSIM)
ใครก็รู้ว่าไปจีน ถ้าใช้อินเทอร์เน็ตท้องถิ่นหรือ Wi-Fi จะถูกบล็อกแอปพลิเคชันที่เราใช้ประจำทั้งหมด (Line, Facebook, IG, Google Maps) วิธีแก้ที่ง่ายและดีที่สุดคือการเตรียม eSIM หรือ ซิมโรมมิ่งจากไทยไป
- แนะนำ: สามารถซื้อ [eSIM สำหรับใช้ในจีนและฮ่องกง ผ่าน Klook] ไปล่วงหน้าได้เลย สะดวกมากตรงที่ซื้อปุ๊บ สแกน QR Code ติดตั้งลงเครื่องปั๊บ พอข้ามด่านปุ๊บก็มีเน็ตใช้ทันที ไม่ต้องเดินหาซื้อซิมใหม่ และที่สำคัญคือ เล่นแอปโซเชียลได้ครบทุกแอป ไม่โดนบล็อก สปีดเน็ตแรงพอที่จะเปิดแผนที่และแปลภาษาได้แบบไม่กระตุก
3. การจ่ายเงินในจีน (Alipay & WeChat Pay)
ที่เซินเจิ้นแทบจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) 100% ร้านค้าริมทางไปจนถึงห้างสรรพสินค้าไม่ค่อยรับเงินสดกันแล้ว
- สิ่งที่ต้องทำ: โหลดแอปพลิเคชัน Alipay หรือ WeChat ลงมือถือ ผูกบัตรเครดิต (Visa / Mastercard) หรือบัตร Travel Card จากไทยให้เรียบร้อย ยืนยันตัวตนให้ผ่านตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง พอไปถึงที่นั่นแค่วางสแกน QR Code จ่ายเงินได้เลย สะดวกและเรทเงินดีมาก
อัปเดตวิธีเดินทาง: ข้ามด่านฮ่องกง - เซินเจิ้น แบบไหนดีสุด?
การเดินทางจากฮ่องกงไปเซินเจิ้นมีหลายด่านให้เลือก แต่ขอแนะนำ 2 วิธีที่สะดวกและเป็นที่นิยมที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว
วิธีที่ 1: รถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) - เร็วที่สุด สะดวกที่สุด
ถ้าอยากประหยัดเวลาและได้นั่งรถไฟสบายๆ แนะนำให้ขึ้นรถไฟความเร็วสูงจาก สถานี Hong Kong West Kowloon ยิงยาวไปลงที่ สถานี Shenzhen North หรือ สถานี Futian (ใช้เวลาแค่ 15-20 นาที!)
- การจองตั๋ว: สามารถจอง ตั๋วรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) ผ่านแอป Klook ได้เลย แนะนำให้จองล่วงหน้าเพราะตั๋วรอบเช้าและรอบเย็นมักจะเต็มเร็วมาก พอจองเสร็จเราจะได้รับ E-Ticket สามารถใช้พาสปอร์ตตัวจริงสแกนที่เกทผ่านเข้าชานชาลาได้เลย ไม่ต้องไปต่อคิวแลกตั๋วกระดาษให้เสียเวลา
- ข้อดี: ประหยัดเวลามากที่สุด ด่านตรวจคนเข้าเมืองทำร่วมกันทั้งฝั่งฮ่องกงและจีนในสถานี West Kowloon เลย พอถึงเซินเจิ้นก็เดินออกไปเที่ยวต่อได้ทันที
วิธีที่ 2: รถไฟฟ้าใต้ดิน MTR (ด่าน Lo Wu หรือ Lok Ma Chau) - ประหยัด ยืดหยุ่น
สำหรับคนที่พักอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีฟ้า (East Rail Line) เช่น แถว Mong Kok East หรือ Hung Hom สามารถนั่ง MTR ไปสุดสายที่สถานี Lo Wu (หลอวู่) หรือ Lok Ma Chau (หลกหม่าเจา) ได้เลย ใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที
- การผ่านด่าน: พอลงรถไฟ ก็เดินตามป้ายเพื่อผ่านตม. ขาออกของฮ่องกง แล้วเดินข้ามสะพานไปผ่านตม. ขาเข้าของจีนฝั่งเซินเจิ้น วิธีนี้จะใช้เวลาเดินและต่อคิวตรวจคนเข้าเมืองนานกว่าแบบแรกเล็กน้อย แต่ข้อดีคือรอบรถไฟถี่มาก ไม่ต้องจองตั๋วล่วงหน้า ใช้แค่บัตร Octopus แตะจ่ายค่าโดยสารได้เลย
แพลนเที่ยวเซินเจิ้น 1 วัน (1-Day Itinerary) อัปเดตจุดเช็คอินใหม่
เมื่อเตรียมตัวพร้อม ข้ามด่านมาถึงเซินเจิ้นเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาลุย! แพลนนี้ออกแบบมาให้เดินทางง่ายโดยใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน (Shenzhen Metro) เป็นหลัก เน้นเก็บจุดเช็คอินใหม่ๆ ที่ถ่ายรูปสวย คาเฟ่ดี และแหล่งช้อปปิ้งที่ห้ามพลาด
🕘 09:30 น. สัมผัสความอลังการที่ Ping An Finance Centre (Free Sky Deck)
เริ่มต้นวันกันที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจของเซินเจิ้น (Futian District) ถ้านั่งรถไฟความเร็วสูงมาลงที่สถานี Futian ออกมาปุ๊บก็จะเจอกับตึกที่สูงที่สุดในเซินเจิ้นและสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก อย่าง Ping An Finance Centre
- ไฮไลท์: สำหรับคนที่อยากชมวิวเมืองเซินเจิ้นแบบ 360 องศา สามารถขึ้นไปที่จุดชมวิว Free Sky ซึ่งอยู่บนชั้น 116 ได้เลย วิวข้างบนนี้อลังการมาก มองเห็นผังเมืองที่เป็นระเบียบ สวนสาธารณะกว้างใหญ่ และตึกระฟ้าเรียงรายราวกับเมืองในโลกอนาคต
- ทริค: เพื่อความรวดเร็วและไม่ต้องไปลุ้นคิวหน้างาน แนะนำให้จอง บัตรเข้าชมจุดชมวิว Ping An Finance Centre ผ่าน Klookมาล่วงหน้า ถึงเวลาแค่นำ QR Code ไปสแกนแลกตั๋วขึ้นลิฟต์ความเร็วสูงปรี๊ดไปถึงยอดตึกได้แบบชิลๆ
🕚 11:00 น. เสพศิลปะและสถาปัตยกรรมล้ำๆ ที่ MoCAUP
นั่งรถไฟใต้ดินมาที่สถานี Children's Palace (สาย 3 หรือ 4) เพื่อมาเช็คอินที่ Shenzhen Museum of Contemporary Art and Urban Planning (MoCAUP)
- ไฮไลท์: ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะและผังเมืองที่สายสถาปัตยกรรมและสายถ่ายรูปห้ามพลาดเด็ดขาด ตัวอาคารออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลก ดีไซน์ภายนอกและภายในมีความลื่นไหล เป็นเส้นสายโค้งมนแปลกตา การใช้แสงและเงาตกกระทบในอาคารคือความสมบูรณ์แบบ เดินถ่ายรูปได้ทุกมุม ได้รูปฟีลโมเดิร์น มินิมอล โทนสีเงินๆ เทาๆ ล้ำอนาคตมากๆ
- ข้อแนะนำ: เข้าชมฟรี! (ใช้พาสปอร์ตในการลงทะเบียนเข้าชม) ด้านในมีนิทรรศการหมุนเวียนตลอดเวลา เดินเล่นแอร์เย็นๆ ถ่ายรูปทำคอนเทนต์ได้เพลินๆ
🕐 13:00 น. มื้อเที่ยงฟินๆ กับ Mala Tang หรือร้านอาหารโลคอล
เที่ยวมาครึ่งวันเริ่มหิว แนะนำให้แวะไปหาของอร่อยกินกันที่ย่านห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ อย่าง Coco Park หรือตามแนวรถไฟฟ้า อาหารจีนที่เซินเจิ้นมีความหลากหลายมาก
- เมนูแนะนำ: ต้องลองกิน หมาล่าทั่ง (Mala Tang) เป็นการคีบเลือกวัตถุดิบ ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก เส้น ฟองเต้าหู้ และลูกชิ้นสารพัดแบบ ใส่กะละมังแล้วนำไปชั่งน้ำหนัก จากนั้นทางร้านจะเอาไปต้มในน้ำซุปหมาล่าสูตรเข้มข้น รสชาติเผ็ดชาถึงใจ หรือถ้าใครไม่ทานเผ็ด ก็สามารถเลือกซุปกระดูกหมูสีขาวนวลๆ รสชาติกลมกล่อมได้
- อีกทางเลือก: ใครชอบกินติ่มซำหรืออาหารจีนกวางตุ้ง เซินเจิ้นก็มีร้านดังๆ ที่รสชาติออริจินัลและราคาถูกกว่าฝั่งฮ่องกงเยอะมาก
🕒 14:30 น. เดินเล่นฟีลเมืองเก่าผสมอาร์ตที่ Nantou Ancient City
ช่วงบ่ายเปลี่ยนมู้ดจากตึกระฟ้า มาสูดกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานกับความป๊อปคัลเจอร์อย่างลงตัวที่ Nantou Ancient City (นั่งรถไฟใต้ดินมาลงสถานี Taoyuan หรือ Nantou Ancient City)
- ไฮไลท์: ที่นี่เคยเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี แต่ปัจจุบันถูกนำมารีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นย่านครีเอทีฟและคอมมูนิตี้สเปซสุดชิค ภายในกำแพงเมืองโบราณจะเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยที่ซ่อนร้านกาแฟ Specialty เจ๋งๆ คาเฟ่สไตล์มินิมอล ร้านขายงานคราฟต์ ร้านเสื้อผ้าแบรนด์โลคอลดีไซน์เก๋ และ Art Gallery ขนาดย่อมๆ
- จุดเช็คอิน: ห้ามพลาดแวะจิบกาแฟหรือชาผลไม้ (ที่ฮิตมากในจีน) พร้อมเดินถ่ายรูปกับกำแพงอิฐเก่าที่ตัดกับไฟนีออนดัดรูปทรงต่างๆ เป็นย่านที่มีเสน่ห์ ถ่ายรูปขึ้นทุกมุม และเดินสนุกมาก
🕔 16:30 น. ถ่ายรูปอัปรูปลง IG ที่คาเฟ่หรือจุดเช็คอินสุดฮิต (เลือกได้ตามสไตล์)
ช่วงแดดร่มลมตก เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินชิลและเก็บแสงเย็น ขอเสนอ 2 ตัวเลือกที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นเซินเจิ้น:
- Option 1: OCT Harbour (O-Town) - สายคาเฟ่และบรรยากาศริมน้ำต้องมาที่นี่ อารมณ์คล้ายๆ เอเชียทีคบ้านเรา แต่สเกลใหญ่กว่ามาก มีคลองพาดผ่าน มีร้านชานมเจ้าดังอย่าง Heytea (สีชา) ให้ไปสั่งชาผลไม้ใส่ครีมชีสแก้วโตมาถ่ายรูปคู่กับบรรยากาศสวยๆ
- Option 2: OCAT Shenzhen (OCT Loft) - ย่านศิลปะที่ดัดแปลงมาจากโรงงานเก่า (คล้ายๆ 798 Art District ที่ปักกิ่ง) ใครชอบความดิบ ความเท่ ความสตรีทอาร์ต ต้นไม้ร่มรื่น และร้านกาแฟสายสโลว์บาร์ ต้องแวะมาเดินทอดน่องที่นี่
🕖 18:30 น. ช้อปปิ้งละลายทรัพย์ และล่า Art Toy ย่าน Dongmen หรือ ห้างสรรพสินค้า
มาเซินเจิ้นทั้งที ถ้าไม่ได้ช้อปปิ้งถือว่ามาไม่ถึง!
- ถนนคนเดินตงเหมิน (Dongmen Pedestrian Street): ใครสายสตรีทฟู้ด เสื้อผ้าราคาถูก รองเท้า กระเป๋า แนะนำให้มาลุยที่นี่ บรรยากาศจะคึกคักมาก มีของกินเสียบไม้ขายตลอดทาง
- สาย Art Toy (Pop Mart, 52Toys): แนะนำให้แวะตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อย่าง MixC หรือ Coco Park เซินเจิ้นเป็นแหล่งที่มีร้านขาย Art Toy ใหญ่โตอลังการมาก บางสาขามีของแรร์ไอเทมที่หาไม่ได้ในฮ่องกงหรือไทยให้สุ่มกันแบบจุใจ ใครเป็นสายจุ่มเตรียมวงเงินใน Alipay ไว้ให้พร้อมเลย
- แบรนด์จีนน่าช้อป: อย่าลืมแวะร้านเสื้อผ้าแบรนด์จีนที่กำลังมาแรง ซูเปอร์มาร์เก็ตขนมแปลกๆ หรือแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง Xiaomi, Huawei Flagship Store ที่ของเล่นแก็ดเจ็ตเยอะมากและราคาดีสุดๆ
🕘 20:30 น. มื้อค่ำสั่งลาก่อนกลับฮ่องกง
ก่อนโบกมือลาเซินเจิ้น ต้องจัดมื้อหนักอีกสักมื้อ ขอแนะนำเมนู "ไก่มะพร้าว" (Coconut Chicken Hotpot) ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของเซินเจิ้น!
- รสชาติ: เป็นหม้อไฟที่ใช้น้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ๆ เทลงไปต้มเป็นน้ำซุป พอเดือดก็ใส่เนื้อไก่บ้านลงไปต้มจนสุก น้ำซุปจะมีความหวานหอมมะพร้าวสุดๆ ซดคล่องคอมาก จิ้มกับน้ำจิ้มซีอิ๊วสูตรพิเศษ เป็นการปิดท้ายทริปที่ฟินและเฮลท์ตี้สุดๆ
🕙 22:00 น. เดินทางกลับฮ่องกง
ทานข้าวเสร็จก็นั่งรถไฟใต้ดินกลับไปที่ด่าน (แนะนำให้เช็คเวลาเปิด-ปิดด่านและรอบรถไฟเที่ยวสุดท้ายให้ดี)
- ถ้านั่งรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) รอบสุดท้ายปกติจะอยู่ประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ ต้องเผื่อเวลาไปรับตั๋วและผ่านตม. ด้วย
- ถ้ากลับทางด่าน Lo Wu ด่านจะปิดตอนเที่ยงคืน (00:00 น.) พอผ่านด่านเสร็จ นั่งรถไฟกลับเข้าสู่ใจกลางฮ่องกง ถึงที่พักอาบน้ำนอน หลับฝันดี เป็นอันจบ One Day Trip เซินเจิ้นแบบอัดแน่นและคุ้มค่าสุดๆ
ทริคเพิ่มเติมสำหรับการเที่ยวเซินเจิ้นให้โปรยิ่งขึ้น
- แอปพลิเคชันแปลภาษาคือพระเจ้า: คนจีนส่วนใหญ่ยังสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แนะนำให้โหลดแอปแปลภาษาอย่าง Google Translate (โหลดภาษาจีนแบบ Offline ไว้ด้วย) หรือแอป Baidu Translate มีฟีเจอร์ถ่ายรูปป้ายเมนูอาหารแล้วแปลเป็นไทยได้เลย ช่วยชีวิตได้เยอะมาก
- พกพาวเวอร์แบงค์: การเที่ยวแบบพึ่งพามือถือตลอดเวลา ทั้งดูแผนที่ สแกนจ่ายเงิน แปลภาษา และถ่ายรูป แบตมือถือจะลดฮวบเร็วมาก พาวเวอร์แบงค์จึงเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ (แม้ที่จีนจะมีจุดเช่าพาวเวอร์แบงค์เยอะมาก แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะเช่ายากนิดนึง พกไปเองชัวร์กว่า)
- ห้องน้ำที่จีนไม่ได้แย่อย่างที่คิด: ลบภาพจำห้องน้ำจีนสมัยก่อนทิ้งไปได้เลย เซินเจิ้นเป็นเมืองใหม่ ตามห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟ และสถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ ห้องน้ำสะอาดและทันสมัยมาก (บางที่เป็นชักโครกอัตโนมัติด้วย) แต่พกทิชชู่เปียกและทิชชู่แห้งติดตัวไว้บ้างก็อุ่นใจดี
- แพลนเผื่อเวลา: การเดินทางในสถานีรถไฟใต้ดินของจีนนั้น สถานีค่อนข้างกว้างและทางออกเยอะมาก ควรเผื่อเวลาเดินหลง และเผื่อเวลาสำหรับการสแกนกระเป๋า (X-Ray) ทุกครั้งที่เข้าสถานีรถไฟใต้ดินด้วย
บทความเที่ยวจีนเพิ่มเติม
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเซินเจิ้น
Q: ไปเที่ยวเซินเจิ้นแบบไปเช้าเย็นกลับ (1 Day Trip) แค่วันเดียวพอไหม?
A: เพียงพอสำหรับการเก็บไฮไลท์หลักๆ เช่น การไปคาเฟ่ ชมสถาปัตยกรรม และช้อปปิ้ง แต่เซินเจิ้นยังมีที่เที่ยวอีกเยอะมาก เช่น สวนสนุก Window of the World, สวนวัฒนธรรมพื้นบ้าน Splendid China Folk Village หรือ Art Space ใหม่ๆ ถ้ามีเวลา แนะนำให้ลองค้างสัก 1-2 คืน จะได้เที่ยวแบบไม่เหนื่อยจนเกินไป
Q: บัตรเครดิตไทยใช้ที่เซินเจิ้นได้ไหม?
A: การรูดบัตรเครดิตโดยตรงตามร้านค้าทั่วไปอาจจะไม่ค่อยสะดวกนัก แนะนำให้นำบัตรเครดิตหรือบัตร Travel Card (เช่น YouTrip, Planet SCB) ผูกเข้ากับแอป Alipay หรือ WeChat Pay จะสามารถสแกนจ่ายได้ครอบคลุมเกือบ 100% ของร้านค้าในเซินเจิ้น
Q: ใช้ Google Maps ในเซินเจิ้นได้ไหม เลี้ยวตรงเป๊ะหรือเปล่า?
A: ถ้าเปิดโรมมิ่งจากไทยหรือใช้ eSIM จะสามารถเปิด Google Maps ได้ แต่ความแม่นยำอาจจะไม่เป๊ะ 100% บางครั้งตำแหน่งร้านค้าอาจจะคลาดเคลื่อนเล็กน้อย แนะนำให้ใช้คู่กับแอปพลิเคชัน Apple Maps (ถ้าใช้ iPhone) หรือแอปท้องถิ่นอย่าง Baidu Maps / Amap (Gaode Map) จะแม่นยำกว่ามาก โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟใต้ดิน
Q: สามารถจองตั๋วรถไฟและสถานที่ท่องเที่ยวหน้างานได้ไหม?
A: จองหน้างานได้ แต่อาจจะต้องเผื่อเวลาต่อคิวค่อนข้างนาน และมีโอกาสที่ตั๋วรถไฟความเร็วสูงรอบที่ต้องการจะเต็ม เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา ควบคุมแพลนได้เป๊ะๆ แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถืออย่าง Klook จะดีที่สุด เพราะแอปเป็นภาษาไทย จ่ายเงินง่าย และมี Customer Service คอยซัพพอร์ต
เซินเจิ้นในวันนี้พัฒนาไปไกลและก้าวล้ำหน้าไปมาก การจัดทริปข้ามด่านจากฮ่องกงมาเที่ยวเซินเจิ้น 1 วัน ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป แถมยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากฮ่องกงอย่างสิ้นเชิง ทั้งอาหารการกิน บรรยากาศเมือง เทคโนโลยี และแหล่งช้อปปิ้งที่ราคาสบายกระเป๋า
ใครที่มีแพลนไปฮ่องกงเร็วๆ นี้ ลองเจียดเวลาสักหนึ่งวัน นั่งรถไฟความเร็วสูงข้ามมาเช็คอินที่มหานครแห่งนวัตกรรมอย่างเซินเจิ้นดู รับรองว่าจะได้เปิดมุมมองใหม่ๆ และได้รูปสวยๆ กลับไปลงโซเชียลเพียบแน่นอน! และอย่าลืมว่าเรื่องการเดินทาง ตั๋วรถไฟ บัตรเข้าชม หรือ eSIM สามารถเข้าไปเลือกดูและจองล่วงหน้าให้ทริปราบรื่นได้ง่ายๆ ผ่าน Klook ได้เลย!
เพิ่มเพื่อนกับ Klook บน LINE วันนี้ รับสิทธิพิเศษก่อนใคร!
แค่แอด หรือสแกน QR Code ก็เตรียมรับส่วนลดสูงสุดถึง 500 บาท ไปใช้กับกิจกรรม ทัวร์ การเดินทาง ที่พัก และอีกมากมายได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น! คุณจะได้รับข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดแบบเรียลไทม์ พร้อมดีลลับที่มีเฉพาะเพื่อนใน LINE เท่านั้น! รีบแอดเลย แล้ววางแผนทริปคุ้ม ๆ ไปกับ Klook
Klook คืออะไร?
Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร
เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา
🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง
- Facebook: @klookth
- Instagram: @klooktravel_th
- TikTok: @klookth
- YouTube: @klookTH
- LINE Official Account: @klookth



































