• แอปพลิเคชัน
    สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
  • เลือกจุดหมายปลายทาง
  • เที่ยวกุ้ยโจว เมืองลับในจีนที่มีหมู่บ้านชนเผ่า น้ำตก และธรรมชาติสวยมาก

    Klook Thailand
    Klook Thailand
    อัปเดตล่าสุด 11 พ.ค. 2026
    more
    เที่ยวกุ้ยโจว เมืองลับในจีนที่มีหมู่บ้านชนเผ่า น้ำตก และธรรมชาติสวยมาก
    ถ้าพูดถึงเที่ยวจีน หลายคนอาจนึกถึงปักกิ่ง (Beijing), เซี่ยงไฮ้ (Shanghai), เฉิงตู (Chengdu), ฉงชิ่ง (Chongqing) หรือจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) ก่อนเป็นอันดับแรก แต่ถ้าอยากลองเที่ยวจีนในมุมที่ยังไม่แมสเกินไป มีธรรมชาติสวยแบบตะโกน มีหมู่บ้านชนเผ่าที่เหมือนหลุดเข้าไปในหนังจีน และมีน้ำตกยักษ์ที่อลังการจนต้องหยุดยืนมองนาน ๆ “กุ้ยโจว (Guizhou)” คือหนึ่งในเมืองลับที่น่าปักหมุดมาก
    กุ้ยโจวเป็นมณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนที่เต็มไปด้วยภูเขา ป่า แม่น้ำ น้ำตก หมู่บ้านโบราณ และวัฒนธรรมชนเผ่าที่มีเอกลักษณ์มาก เสน่ห์ของการเที่ยวกุ้ยโจวคือในทริปเดียวจะได้เจอหลายบรรยากาศมาก เช้าอาจเดินเล่นในหมู่บ้านม้งที่มีบ้านไม้เรียงเต็มไหล่เขา บ่ายไปยืนรับละอองน้ำจากน้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall) เย็นนั่งกินซุปเปรี้ยวปลาแบบท้องถิ่น แล้วกลางคืนขึ้นจุดชมวิวดูไฟจากบ้านไม้ทั้งหุบเขา
    ที่นี่ไม่ใช่จีนแบบตึกสูง แสงสี หรือเมืองใหญ่ทันสมัย แต่เป็นจีนที่มีความดิบ สด และมีเสน่ห์แบบธรรมชาติจริง ๆ เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวจีนแบบได้ทั้งวิวสวย เรื่องเล่า และประสบการณ์ที่ต่างจากเส้นทางเดิม
    บทความนี้จะพาไปรู้จักกุ้ยโจวแบบละเอียด ตั้งแต่ว่าทำไมที่นี่ถึงน่าเที่ยว ช่วงเวลาที่เหมาะในการไป วิธีเดินทางจากไทย สถานที่เที่ยวกุ้ยโจวที่ไม่ควรพลาด จุดถ่ายรูปสวย ตัวอย่างแพลนเที่ยว ไปจนถึงคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจจองทริป
    Xijiang Qianhu Miao Village

    ทำไมกุ้ยโจว (Guizhou) ถึงเป็นเมืองลับในจีนที่น่าไปมาก

    กุ้ยโจวอาจยังไม่ใช่ชื่อแรก ๆ ที่คนไทยนึกถึงเวลาแพลนเที่ยวจีน แต่จริง ๆ แล้วที่นี่มีครบเกินคาด ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม หมู่บ้านชนเผ่า เมืองโบราณ และอาหารท้องถิ่นที่รสจัดมาก ถ้าชอบทริปที่ไม่ได้มีแค่ถ่ายรูปกับแลนด์มาร์ก แต่ได้สัมผัสบรรยากาศของพื้นที่จริง ๆ กุ้ยโจวเป็นมณฑลที่ตอบโจทย์มาก
    จุดเด่นของกุ้ยโจวคือภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาและธรรมชาติแบบคาสต์ ทำให้มีทั้งน้ำตก ถ้ำ ลำธารสีเขียวใส หุบเขา และป่าที่ดูสดชื่นมาก หลายจุดให้ฟีลเหมือนเดินเข้าไปในฉากหนังจีนกำลังภายใน โดยเฉพาะเวลามีหมอกบาง ๆ ลอยอยู่ตามยอดเขา
    อีกสิ่งที่ทำให้กุ้ยโจวต่างจากเมืองจีนยอดฮิตอื่น ๆ คือวัฒนธรรมชนเผ่า ที่นี่มีทั้งชาวม้ง ชาวต้ง ชาวปู้อี และกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่ยังคงมีบ้านเรือน เครื่องแต่งกาย ดนตรี อาหาร และเทศกาลของตัวเอง เวลาเดินในหมู่บ้านจะไม่ได้รู้สึกเหมือนเดินในแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกจัดฉากทั้งหมด แต่ยังพอเห็นร่องรอยของวิถีชีวิตท้องถิ่นอยู่จริง
    ถ้าเคยเที่ยวจีนเมืองใหญ่แล้วอยากลองเปิดเส้นทางใหม่ กุ้ยโจวเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะยังไม่ซ้ำ ไม่จำเจ และมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมาก ทั้งวิวธรรมชาติ หมู่บ้านไม้ น้ำตก เมืองเก่า และภูเขาสูง

    กุ้ยโจว (Guizhou) อยู่ตรงไหน และเหมาะกับใคร

    กุ้ยโจวตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ใกล้กับยูนนาน (Yunnan), กว่างซี (Guangxi), เสฉวน (Sichuan) และฉงชิ่ง (Chongqing) เมืองหลักของมณฑลคือ “กุ้ยหยาง (Guiyang)” ซึ่งมักเป็นจุดเริ่มต้นของทริป เพราะมีสนามบิน สถานีรถไฟความเร็วสูง โรงแรม ร้านอาหาร และการเดินทางต่อไปยังเมืองต่าง ๆ ค่อนข้างสะดวก
    กุ้ยโจวเหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวแบบนี้
    - คนที่อยากเที่ยวจีนเส้นทางใหม่ ไม่ซ้ำเมืองเดิม ๆ
    - คนที่ชอบธรรมชาติ ภูเขา น้ำตก ป่า และแม่น้ำสีเขียวใส
    - คนที่ชอบหมู่บ้านโบราณ บ้านไม้ และวัฒนธรรมชนเผ่า
    - คนที่ชอบถ่ายรูปวิว หมู่บ้าน แสงไฟกลางคืน และมุมธรรมชาติ
    - คนที่อยากเที่ยวจีนแบบไม่เน้นช้อปปิ้ง แต่เน้นประสบการณ์
    - คนที่มีเวลาประมาณ 5-7 วัน และอยากเก็บหลายไฮไลท์ในทริปเดียว
    แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบนั่งรถนาน ไม่ชอบเดินเยอะ หรืออยากเที่ยวแบบเมืองใหญ่ที่มีรถไฟฟ้าเข้าถึงทุกจุด กุ้ยโจวอาจต้องเตรียมตัวมากกว่านิดหนึ่ง เพราะสถานที่เที่ยวหลายแห่งอยู่คนละเมือง บางจุดต้องนั่งรถต่อจากสถานีรถไฟอีกพอสมควร
    พูดง่าย ๆ คือกุ้ยโจวเหมาะกับคนที่อยาก “ไปให้ถึง” มากกว่าแค่ “ไปเช็กอิน” เพราะระหว่างทางของที่นี่ก็สวยและมีเสน่ห์ไม่แพ้จุดหมายเลย
    กุ้ยโจว (Guizhou)

    ช่วงเวลาที่เหมาะในการเที่ยวกุ้ยโจว (Guizhou)

    กุ้ยโจวเที่ยวได้หลายช่วงของปี แต่แต่ละฤดูให้บรรยากาศไม่เหมือนกัน ถ้าอยากได้ทริปที่เดินทางสบายและถ่ายรูปสวย ควรเลือกช่วงเวลาให้เหมาะกับสไตล์เที่ยวของตัวเอง

    มีนาคม-พฤษภาคม: อากาศสบาย ธรรมชาติเริ่มสดชื่น

    ช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่เที่ยวกุ้ยโจวได้สบายมาก อากาศไม่หนาวจัดและยังไม่ร้อนเกินไป ต้นไม้เริ่มเขียว ดอกไม้บางพื้นที่เริ่มบาน เหมาะกับการเดินเล่นในหมู่บ้าน เดินเมืองเก่า และเที่ยวธรรมชาติแบบไม่เหนื่อยมาก ถ้าอยากได้บรรยากาศสดชื่นและถ่ายรูปง่าย ช่วงนี้เหมาะกับหมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village), เมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town) และลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong) มาก เพราะแสงกำลังสวย เดินเที่ยวได้เพลิน และวิวเริ่มกลับมามีสีเขียว

    มิถุนายน-สิงหาคม: ธรรมชาติเขียวจัด น้ำตกสวยที่สุด

    หน้าร้อนเป็นช่วงที่ธรรมชาติของกุ้ยโจวดูมีชีวิตชีวามาก ป่าเขียว น้ำเยอะ น้ำตกอลังการ โดยเฉพาะน้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall) ที่ช่วงนี้จะดูทรงพลังมากกว่าช่วงน้ำแห้ง ข้อดีคือวิวสวยมาก เขียวมาก และเหมาะกับคนที่อยากเห็นกุ้ยโจวในเวอร์ชันสดชื่นสุด ๆ แต่ข้อควรระวังคืออาจมีฝน ต้องเตรียมร่ม เสื้อกันฝน รองเท้าเดินสบาย และเผื่อเวลาเดินทางไว้เสมอ

    กันยายน-พฤศจิกายน: อากาศดี เดินเที่ยวง่าย ถ่ายรูปสวย

    ถ้าเลือกได้ ช่วงฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นหนึ่งในช่วงที่น่าเที่ยวกุ้ยโจวมากที่สุด อากาศเย็นสบายกว่าหน้าร้อน ฝนเริ่มน้อยลง ท้องฟ้าเปิดง่ายขึ้น เหมาะกับการเดินเที่ยวทั้งหมู่บ้าน น้ำตก เมืองเก่า และภูเขา ช่วงนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปแบบบาลานซ์ ไม่ร้อน ไม่หนาว และไม่ต้องลุ้นฝนมากเกินไป ถ้าเป็นทริปแรกของกุ้ยโจว กันยายนถึงพฤศจิกายนเป็นช่วงที่น่าเลือกมาก

    ธันวาคม-กุมภาพันธ์: ฟีลหมอก หนาว และเงียบกว่า

    หน้าหนาวของกุ้ยโจวจะให้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง อากาศเย็น หมอกเยอะ และนักท่องเที่ยวบางจุดอาจน้อยลง เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศลึกลับ เงียบ และถ่ายรูปแนวหมอก ๆ ภูเขา ๆ แต่บางพื้นที่บนเขาอาจหนาวมาก และสภาพอากาศอาจกระทบการเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางภูเขาอย่างฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan) ต้องเช็กอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง
    ถ้าให้เลือกช่วงที่เที่ยวกุ้ยโจวง่ายที่สุด แนะนำเมษายน-มิถุนายน หรือกันยายน-พฤศจิกายน เพราะอากาศค่อนข้างดีและเหมาะกับการเที่ยวหลายเมืองในทริปเดียว
    กุ้ยหยาง (Guiyang)

    วิธีเดินทางจากไทยไปกุ้ยโจว (Guizhou)

    บินจากไทยไปกุ้ยหยาง (Guiyang)

    จุดหมายหลักสำหรับเริ่มต้นทริปกุ้ยโจวคือเมืองกุ้ยหยาง (Guiyang) โดยสนามบินหลักคือสนามบินกุ้ยหยางหลงตงเป่า (Guiyang Longdongbao International Airport) จากไทยสามารถค้นหาเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปกุ้ยหยางได้ทั้งแบบบินตรงในบางช่วง หรือแบบต่อเครื่องผ่านเมืองจีนอื่น ๆ เช่น กว่างโจว (Guangzhou), เซินเจิ้น (Shenzhen), คุนหมิง (Kunming), ฉงชิ่ง (Chongqing) หรือเฉิงตู (Chengdu) ก่อนจองตั๋วควรเช็กตารางบินจริงอีกครั้ง เพราะเส้นทางบินอาจเปลี่ยนตามฤดูกาลและสายการบิน ถ้าอยากเริ่มทริปแบบไม่เหนื่อยเกินไป แนะนำเลือกไฟลต์ที่ถึงกุ้ยหยางช่วงกลางวันหรือบ่าย จะได้มีเวลาเข้าเมือง เช็กอิน กินข้าว และพักก่อนออกเดินทางต่อในวันถัดไป

    จากสนามบินกุ้ยหยาง (Guiyang Airport) เข้าเมือง

    สนามบินกุ้ยหยางอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมาก สามารถเข้าเมืองได้หลายวิธี ทั้งแท็กซี่ รถรับส่งสนามบิน หรือรถไฟ/ขนส่งสาธารณะ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งโรงแรมและจำนวนกระเป๋า ถ้าเดินทางหลายคนหรือมีกระเป๋าใหญ่ การเรียกรถหรือแท็กซี่จะสะดวกที่สุด แต่ถ้าวางแผนต่อรถไฟความเร็วสูงในวันถัดไป แนะนำพักใกล้สถานีรถไฟหลัก เช่น สถานีกุ้ยหยางเหนือ (Guiyang North Railway Station) เพราะจะช่วยประหยัดเวลาและลดความวุ่นวายได้เยอะ

    การเดินทางในกุ้ยโจว (Guizhou)

    การเที่ยวกุ้ยโจวมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับงบ เวลา และความถนัดในการเดินทาง
    แบบแรกคือเที่ยวเองโดยใช้กุ้ยหยาง (Guiyang) เป็นฐาน แล้วต่อรถไฟความเร็วสูง รถบัส หรือรถท้องถิ่นไปยังเมืองต่าง ๆ เหมาะกับคนที่เคยเที่ยวจีนมาก่อน วางแผนเองได้ และพอใช้แอปจีนได้บ้าง
    แบบที่สองคือเช่ารถพร้อมคนขับ เหมาะกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว เพราะหลายสถานที่อยู่ห่างกัน การมีรถช่วยประหยัดแรงและเวลา โดยเฉพาะเส้นทางลี่ปอ (Libo), หมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village) และเมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town)
    แบบที่สามคือจองทัวร์ท้องถิ่นหรือเดย์ทริป เหมาะกับคนที่ไม่อยากจัดการเรื่องการต่อรถ ตั๋ว และภาษาเอง โดยเฉพาะถ้าเป็นทริปแรกในกุ้ยโจว วิธีนี้จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้นมาก

    สถานที่เที่ยวกุ้ยโจว (Guizhou) ที่ไม่ควรพลาด

    น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall): น้ำตกยักษ์ที่อลังการตั้งแต่ได้ยินเสียง

    น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall)
    ถ้ามากุ้ยโจวแล้วอยากเห็นธรรมชาติแบบยิ่งใหญ่ น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall) คือจุดที่ควรใส่ไว้ในแพลน ที่นี่เป็นหนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของมณฑลกุ้ยโจว
    ความประทับใจของน้ำตกหวงกั่วซู่เริ่มตั้งแต่ยังเดินไม่ถึงตัวน้ำตก เพราะจะได้ยินเสียงน้ำดังมาแต่ไกล พอเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จะเริ่มรู้สึกถึงละอองน้ำในอากาศ แล้วภาพม่านน้ำขนาดใหญ่ก็จะค่อย ๆ ปรากฏตรงหน้า เป็นโมเมนต์ที่ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นไฮไลท์อันดับต้น ๆ ของกุ้ยโจว
    น้ำตกหวงกั่วซู่ไม่ได้มีดีแค่ความใหญ่ แต่ยังมีหลายมุมให้เดินชม ทั้งมุมด้านหน้า มุมด้านข้าง จุดชมวิวด้านบน และบางช่วงอาจมีทางเดินเข้าไปด้านหลังม่านน้ำได้ ถ้าเปิดให้เข้าชมในวันที่ไป มุมนี้จะเป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก เพราะจะได้ยืนอยู่ใกล้น้ำตกแบบเห็นม่านน้ำตกลงมาตรงหน้า
    ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดที่น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall)
    • มุมหน้าผาตรงข้ามน้ำตก เป็นมุมคลาสสิกที่เห็นน้ำตกเต็มเฟรม เหมาะกับการถ่ายรูปให้เห็นความอลังการของม่านน้ำ
    • ทางเดินใกล้ละอองน้ำ เป็นจุดที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดน้ำตกมากที่สุด เดินแล้วจะได้ยินเสียงน้ำชัด เห็นละอองน้ำลอยเต็มอากาศ และรู้สึกถึงพลังของธรรมชาติจริง ๆ
    • มุมด้านหลังน้ำตก ถ้าเปิดให้เข้าชมในวันนั้น เป็นมุมที่สนุกและแตกต่างจากน้ำตกทั่วไป เพราะเหมือนได้เดินเข้าไปอยู่หลังม่านน้ำขนาดใหญ่
    • จุดชมวิวด้านบน เหมาะกับคนที่อยากเห็นภาพกว้างของน้ำตกและภูเขารอบ ๆ ถ่ายออกมาจะเห็นสเกลของพื้นที่ชัดกว่า
    ทริคเล็ก ๆ คือควรพกเสื้อกันฝนแบบบาง ซองกันน้ำสำหรับมือถือ และผ้าเช็ดเลนส์ไปด้วย เพราะละอองน้ำแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะช่วงที่น้ำเยอะ ถ้าใส่รองเท้ากันลื่นได้จะดีมาก เพราะบางจุดพื้นเปียกตลอดเวลา

    ลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong): ธรรมชาติสีเขียวใสที่ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย

    ลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong)
    ถ้าน้ำตกหวงกั่วซู่คือความอลังการ ลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong) คือความละมุนแบบธรรมชาติ ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดที่สวยมากของกุ้ยโจว มีทั้งสะพานหินเก่า น้ำสีเขียวใส น้ำตกเล็ก ๆ ป่า และทางเดินริมลำธารที่ให้ฟีลสดชื่นมาก ภาพจำของลี่ปอเสี่ยวชีข่งคือแม่น้ำสีเขียวฟ้าใสที่ไหลผ่านป่า มีสะพานโบราณเป็นฉากหน้า และมีต้นไม้เขียวล้อมรอบ บรรยากาศไม่ได้หวือหวา แต่สวยแบบมองได้นาน เดินได้เรื่อย ๆ และถ่ายรูปออกมาดูแพงมาก โดยเฉพาะถ้าไปช่วงเช้าที่แสงยังนุ่มและคนยังไม่เยอะ ที่นี่เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติแบบเดินสบาย ไม่ต้องปีนเขาหนัก แต่ได้วิวสวยหลายมุมในพื้นที่เดียว น้ำบางช่วงใสมากจนเห็นเงาต้นไม้สะท้อนลงไปบนผิวน้ำ ถ้าแต่งตัวสีขาว ครีม น้ำตาล หรือเอิร์ธโทน จะเข้ากับวิวมาก
    ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดที่ลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong)
    • สะพานเสี่ยวชีข่ง เป็นสะพานหินเก่าแก่ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของพื้นที่ มุมนี้ถ่ายรูปสวยมาก เพราะมีทั้งสะพาน น้ำใส และต้นไม้เขียวในเฟรมเดียว
    • แม่น้ำสีเขียวใส เป็นจุดที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักลี่ปอ น้ำมีสีสวยมาก โดยเฉพาะวันที่แสงดี ภาพจะดูเหมือนฉากในโปสการ์ด
    • น้ำตก 68 ขั้น เป็นเส้นทางน้ำตกเล็ก ๆ ที่ไหลลดหลั่นกันไปตามป่า เดินแล้วสดชื่นมาก เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูปธรรมชาติแบบมีการเคลื่อนไหวของน้ำ
    • ทางเดินไม้ริมลำธาร เหมาะกับการเดินช้า ๆ ฟังเสียงน้ำ ถ่ายรูปมุมเผลอ หรือเก็บภาพวิวเขียว ๆ แบบไม่ต้องจัดท่าเยอะ
    แนะนำให้เผื่อเวลาให้ที่นี่อย่างน้อยครึ่งวันถึงหนึ่งวัน เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้าง และมีหลายจุดที่อยากหยุดถ่ายรูป ถ้าไปแบบรีบเกินไปจะรู้สึกเสียดายมาก

    หมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village): บ้านไม้พันหลังกลางหุบเขา

    Xijiang Qianhu Miao Village
    หมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village) เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้กุ้ยโจวมีเอกลักษณ์มาก ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวม้งขนาดใหญ่ที่มีบ้านไม้จำนวนมากตั้งเรียงตามไหล่เขา มีแม่น้ำไหลผ่านกลางหมู่บ้าน และมีจุดชมวิวที่มองลงมาเห็นหลังคาบ้านไม้ทั้งหุบเขา ความสวยของหมู่บ้านม้งซีเจียงไม่ได้อยู่แค่ตอนกลางวัน แต่ยิ่งพิเศษตอนกลางคืน เมื่อไฟจากบ้านไม้แต่ละหลังค่อย ๆ เปิดพร้อมกันทั้งภูเขา ภาพที่เห็นจะเหมือนเมืองเล็ก ๆ ที่เปล่งแสงอยู่กลางหุบเขา เป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่จำได้ง่ายที่สุดของทริปกุ้ยโจว ถ้าแพลนเที่ยวกุ้ยโจวแล้วมีเวลาพอ แนะนำให้ค้างที่หมู่บ้านม้งซีเจียงอย่างน้อย 1 คืน เพราะตอนกลางวัน ตอนเย็น ตอนกลางคืน และตอนเช้า ให้บรรยากาศต่างกันมาก ถ้าไปแค่แวะถ่ายรูปแล้วกลับ อาจได้เห็นแค่ครึ่งเดียวของเสน่ห์ที่นี่
    ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดในหมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village)
    • ขึ้นจุดชมวิวตอนเย็น เป็นมุมที่ต้องเก็บให้ได้ เพราะจะเห็นบ้านไม้ทั้งหุบเขาเรียงซ้อนกันบนเนินเขา ถ้าอยู่ต่อจนฟ้ามืด จะได้เห็นไฟค่อย ๆ เปิดทีละหลัง บรรยากาศสวยมาก
    • นอนในที่พักวิวหมู่บ้านสักคืน จะได้เห็นทั้งบรรยากาศกลางคืนและตอนเช้า ตอนกลางคืนจะคึกคัก มีแสงไฟและร้านค้าริมทาง ส่วนตอนเช้าจะเงียบกว่า เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายรูปแบบไม่ต้องรีบ
    • เดินเล่นริมแม่น้ำและสะพานไม้ เป็นโซนที่เห็นชีวิตของหมู่บ้านได้ชัด ทั้งร้านอาหาร บ้านไม้เก่า คนท้องถิ่น และมุมถ่ายรูปน่ารัก ๆ ที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง
    • ลองเช่าชุดพื้นเมืองถ่ายรูป ถ้าอยากได้รูปที่เข้ากับบรรยากาศหมู่บ้านมากขึ้น การใส่ชุดพื้นเมืองถ่ายตามสะพานไม้ ริมน้ำ หรือจุดชมวิว จะทำให้ภาพมีเอกลักษณ์กว่าแค่ถ่ายวิวธรรมดา
    • ชิมอาหารท้องถิ่นของชาวม้ง เช่น ซุปเปรี้ยวปลา ข้าวเหนียวสี และเมนูหมักดอง รสชาติจะค่อนข้างจัด เปรี้ยว เผ็ด และมีเอกลักษณ์มาก เป็นรสชาติที่ทำให้รู้สึกว่าได้มาถึงกุ้ยโจวจริง ๆ
    • ดูการแสดงวัฒนธรรม ถ้ามีรอบในวันที่ไป แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ดู เพราะจะได้เห็นทั้งดนตรี การเต้น และเครื่องแต่งกายพื้นเมือง เป็นอีกมุมที่ทำให้เข้าใจเสน่ห์ของหมู่บ้านมากขึ้น
    ทริคสำคัญคือเลือกที่พักให้ดี บางที่วิวสวยมากแต่ต้องลากกระเป๋าขึ้นบันไดหลายชั้น ถ้ากระเป๋าใหญ่หรือเดินทางกับผู้สูงอายุ ควรถามที่พักก่อนว่ามีรถรับส่งหรือมีทางขึ้นสะดวกไหม

    ภูเขาฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan): ภูเขามรดกโลกที่สวยเหมือนอยู่เหนือเมฆ

    ภูเขาฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan)
    ภูเขาฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กธรรมชาติที่อลังการที่สุดของกุ้ยโจว ที่นี่เป็นภูเขาสูงที่มีทั้งป่า หมอก ยอดเขาหิน และวัดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา บรรยากาศให้ฟีลเหมือนฉากในหนังจีนที่มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์และความลึกลับ
    ภาพที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงฟ่านจิ้งซานคือยอดเขาหินสูงที่มีบันไดพาขึ้นไปด้านบน โดยเฉพาะบริเวณยอดเขาเรดคลาวด์โกลเดนพีก (Red Cloud Golden Peak) ที่ดูเหมือนยอดเขาแหลมตั้งอยู่กลางหมอก ถ้าเจอวันที่อากาศเปิด จะเห็นวิวภูเขาซ้อนกันไกลสุดตา แต่ถ้าเจอหมอก ก็จะได้อีกฟีลหนึ่งที่สวยแบบลึกลับมาก
    ฟ่านจิ้งซานเหมาะกับคนที่ชอบภูเขา วิวสูง ๆ และธรรมชาติแบบยิ่งใหญ่ แต่ต้องเตรียมร่างกายสักนิด เพราะถึงจะมีกระเช้าช่วยลดระยะทาง แต่บางช่วงยังต้องเดินขึ้นบันได และบางจุดค่อนข้างชัน
    ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดบนภูเขาฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan)
    • ยอดเขาเรดคลาวด์โกลเดนพีก (Red Cloud Golden Peak) เป็นจุดที่โดดเด่นที่สุดของฟ่านจิ้งซาน ถ้าเดินขึ้นไปถึงด้านบนจะได้เห็นวิวที่สวยมาก และรู้สึกเหมือนยืนอยู่เหนือเมฆ
    • วิวหมอกบนยอดเขา เป็นเสน่ห์สำคัญของที่นี่ บางวันหมอกจะลอยผ่านยอดเขาแบบช้า ๆ ทำให้บรรยากาศดูเหนือจริงมาก
    • เส้นทางเดินบนภูเขา เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูปแนวธรรมชาติและผจญภัยนิด ๆ ระหว่างทางมีทั้งต้นไม้ โขดหิน และวิวภูเขาที่สวยหลายมุม
    • วัดบนยอดเขา เป็นจุดที่ทำให้ฟ่านจิ้งซานมีความพิเศษมากขึ้น เพราะไม่ได้มีแค่ธรรมชาติ แต่ยังมีบรรยากาศทางวัฒนธรรมและความเชื่อผสมอยู่ด้วย
    ก่อนขึ้นฟ่านจิ้งซานควรเช็กสภาพอากาศให้ดี ใส่รองเท้ากันลื่น พกเสื้อกันลมหรือเสื้อกันฝนบาง ๆ และเริ่มเที่ยวตั้งแต่เช้า เพราะการเดินทางและการขึ้นลงเขาใช้เวลาค่อนข้างมาก

    เมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town): เมืองเก่าริมน้ำที่เหมาะกับวันเดินช้า ๆ

    เมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town)
    หลังจากเจอน้ำตก ภูเขา และหมู่บ้านชนเผ่าแล้ว เมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town) เป็นจุดที่ช่วยเติมความนุ่มนวลให้ทริปกุ้ยโจวได้ดีมาก ที่นี่เป็นเมืองเก่าริมแม่น้ำที่มีบ้านเรือนโบราณ สะพาน วัด ตรอกเล็ก ๆ และบรรยากาศที่เดินเล่นได้แบบไม่ต้องรีบ เสน่ห์ของเจิ้นหย่วนคือความช้า เมืองไม่ได้ใหญ่จนเดินเหนื่อย แต่มีมุมให้หยุดถ่ายรูปเยอะมาก โดยเฉพาะริมแม่น้ำช่วงเย็นที่แสงตกกระทบบ้านเก่าและสะท้อนลงบนผิวน้ำ ถ้าชอบเมืองโบราณจีนที่มีความโรแมนติกนิด ๆ ที่นี่น่าจะถูกใจ
    ช่วงกลางวันเหมาะกับการเดินเล่นตามตรอก ดูบ้านเก่า แวะร้านชา หรือคาเฟ่เล็ก ๆ ส่วนกลางคืนจะมีแสงไฟตามริมแม่น้ำ ให้ฟีลเมืองเก่าที่มีชีวิตชีวามากขึ้น
    ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดในเมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town)
    • เดินเล่นริมแม่น้ำช่วงเย็น เป็นช่วงที่แสงสวยที่สุด บ้านเรือนเก่าและสะพานจะสะท้อนลงน้ำ ถ่ายรูปออกมาดูอบอุ่นมาก
    • ข้ามสะพานชมวิวเมืองเก่า เป็นมุมที่เห็นทั้งแม่น้ำ บ้านเรือน และภูเขาด้านหลังในเฟรมเดียว
    • เดินเข้าตรอกเล็ก ๆ จะได้เห็นบรรยากาศเมืองเก่าแบบใกล้ขึ้น ทั้งประตูไม้ ผนังเก่า ร้านอาหาร และชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่
    • นั่งคาเฟ่หรือร้านอาหารริมแม่น้ำ เหมาะกับการพักขา หลังจากเดินทางมาหลายวัน เป็นวันที่ไม่ต้องรีบเช็กอินหลายที่ แต่ปล่อยให้ตัวเองได้ซึมซับเมืองช้า ๆ
    ถ้าแพลนเที่ยวหลายเมืองในกุ้ยโจว เจิ้นหย่วนเป็นจุดพักที่ดีมาก เพราะบรรยากาศผ่อนคลายกว่าแหล่งธรรมชาติใหญ่ ๆ และช่วยให้ทริปไม่เหนื่อยเกินไป

    จ้าวซิงต้งไจ้ (Zhaoxing Dong Village): หมู่บ้านชาวต้งที่สงบและมีเสน่ห์เฉพาะตัว

    จ้าวซิงต้งไจ้ (Zhaoxing Dong Village)
    นอกจากหมู่บ้านม้งซีเจียง กุ้ยโจวยังมีหมู่บ้านชาวต้งที่น่าสนใจมาก หนึ่งในนั้นคือจ้าวซิงต้งไจ้ (Zhaoxing Dong Village) ที่นี่มีเอกลักษณ์จากหอกลอง สะพานไม้ และบ้านเรือนไม้ของชาวต้ง
    ถ้าหมู่บ้านม้งซีเจียงให้ฟีลยิ่งใหญ่และคึกคัก จ้าวซิงจะให้บรรยากาศสงบกว่า เดินง่ายกว่า และเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมชนเผ่าในมุมที่เรียบง่ายขึ้น ที่นี่เหมาะกับการเดินถ่ายรูป ดูงานไม้ ชมสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น และใช้เวลาช้า ๆ ในหมู่บ้าน
    ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดในจ้าวซิงต้งไจ้ (Zhaoxing Dong Village)
    • หอกลองของชาวต้ง เป็นสัญลักษณ์สำคัญของหมู่บ้าน แต่ละหอมีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจมาก
    • สะพานไม้ เป็นอีกมุมที่ถ่ายรูปสวย และสะท้อนเอกลักษณ์ของหมู่บ้านชาวต้งได้ดี
    • บ้านไม้และตรอกในหมู่บ้าน เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องมีแพลนแน่น แค่เดินไปเรื่อย ๆ ก็เจอมุมถ่ายรูปสวย ๆ ตลอดทาง
    • อาหารและงานผ้าท้องถิ่น ถ้ามีเวลา ลองแวะร้านเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน จะได้เห็นรายละเอียดของวิถีชีวิตมากขึ้น
    จ้าวซิงเหมาะกับคนที่อยากเพิ่มหมู่บ้านชนเผ่าอีกแบบเข้าไปในทริป และอยากเห็นกุ้ยโจวในมุมที่เงียบกว่าแต่มีเสน่ห์มาก

    ตัวอย่างแพลนเที่ยวกุ้ยโจว (Guizhou) 6 วัน 5 คืน

    แพลนนี้เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวกุ้ยโจวครั้งแรกและเก็บไฮไลท์หลักแบบไม่แน่นเกินไป ได้ครบทั้งเมือง ธรรมชาติ หมู่บ้านชนเผ่า น้ำตก และเมืองโบราณ

    Day 1: กรุงเทพฯ - กุ้ยหยาง (Guiyang)

    เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปกุ้ยหยาง (Guiyang) ถึงแล้วเข้าเมือง เช็กอินโรงแรม พักผ่อน และลองเดินเล่นในเมือง ถ้ายังมีแรง อาจออกไปหาอาหารท้องถิ่นง่าย ๆ กิน เช่น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อหรือหม้อไฟซุปเปรี้ยว
    คืนแรกแนะนำพักในกุ้ยหยาง เพื่อให้เดินทางต่อในวันถัดไปได้สะดวก

    Day 2: กุ้ยหยาง (Guiyang) - น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall)

    ออกเดินทางไปน้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall) ใช้เวลาทั้งวันเดินชมโซนน้ำตก จุดชมวิว และเส้นทางธรรมชาติ วันนี้ควรใส่รองเท้าเดินสบายและเตรียมเสื้อกันฝน เพราะละอองน้ำค่อนข้างแรง
    คืนนี้อาจพักที่อันชุ่น (Anshun) หรือกลับกุ้ยหยาง ขึ้นอยู่กับแผนเดินทางวันถัดไป ถ้าไม่อยากเดินทางย้อนเยอะ พักใกล้เส้นทางต่อจะสบายกว่า

    Day 3: กุ้ยหยาง (Guiyang) / อันชุ่น (Anshun) - ลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong)

    เดินทางไปลี่ปอ (Libo) เที่ยวลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong) แบบเต็มวัน เดินชมสะพานหิน น้ำสีเขียวใส น้ำตกเล็ก ๆ และทางเดินในป่า วันนี้เป็นวันที่เหมาะกับการถ่ายรูปธรรมชาติมาก แนะนำแต่งตัวโทนอ่อนหรือเอิร์ธโทนจะเข้ากับวิวสุด ๆ
    คืนนี้พักที่ลี่ปอหรือเมืองใกล้เคียง เพื่อไม่ให้ต้องเดินทางกลับดึกเกินไป

    Day 4: ลี่ปอ (Libo) - หมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village)

    เดินทางต่อไปหมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village) ช่วงบ่ายเดินเล่นในหมู่บ้าน ถ่ายรูปริมแม่น้ำ ลองอาหารท้องถิ่น แล้วขึ้นจุดชมวิวช่วงเย็นเพื่อดูแสงไฟทั้งหุบเขา
    คืนนี้ควรพักในหมู่บ้าน เพราะบรรยากาศกลางคืนคือไฮไลท์สำคัญของซีเจียง ตอนเช้าตื่นมาเดินเล่นอีกครั้ง จะได้เห็นหมู่บ้านในมุมที่เงียบและน่ารักกว่า

    Day 5: หมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village) - เมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town)

    ออกจากซีเจียงไปเมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town) ใช้วันนี้เป็นวันเดินช้าลง เดินเล่นริมแม่น้ำ ถ่ายรูปเมืองเก่า นั่งคาเฟ่ และชมไฟกลางคืนริมแม่น้ำ
    วันนี้ไม่ต้องจัดแพลนแน่นมาก เพราะเสน่ห์ของเจิ้นหย่วนคือการเดินเล่นแบบปล่อยใจ ไม่ต้องรีบเก็บทุกจุด

    Day 6: เจิ้นหย่วน (Zhenyuan) - กุ้ยหยาง (Guiyang) - กรุงเทพฯ

    เดินทางกลับกุ้ยหยาง (Guiyang) ถ้ามีเวลาอาจแวะซื้อของฝากหรือกินอาหารท้องถิ่นก่อนกลับไทย ควรเผื่อเวลาเดินทางกลับสนามบินให้เยอะ เพราะการเดินทางระหว่างเมืองในกุ้ยโจวอาจใช้เวลามากกว่าที่คิด
    ถ้ามีเวลาเพิ่มเป็น 7 วัน สามารถเพิ่มภูเขาฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan) เข้าไปในแพลนได้ โดยอาจจัดไว้ช่วงก่อนหรือหลังเจิ้นหย่วน ขึ้นอยู่กับเส้นทางจริง

    Xijiang Qianhu Miao Village

    จุดถ่ายรูปสวยในกุ้ยโจว (Guizhou) ที่ควรปักหมุด

    จุดชมวิวหมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village) ตอนกลางคืน

    มุมนี้เป็นหนึ่งในภาพจำของกุ้ยโจวเลยก็ว่าได้ บ้านไม้ทั้งหุบเขาจะค่อย ๆ เปิดไฟจนกลายเป็นภาพที่สวยมาก แนะนำไปก่อนฟ้ามืดเล็กน้อย จะได้เห็นทั้งช่วงแสงเย็นและช่วงไฟเปิด

    สะพานหินที่ลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong)

    เป็นมุมที่เรียบแต่สวยมาก มีสะพานเก่า น้ำสีเขียวใส และป่าเป็นฉากหลัง ถ้าไปตอนเช้าจะได้แสงนุ่มและคนน้อยกว่า

    ม่านน้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall)

    ถ่ายให้เห็นคนยืนอยู่ในเฟรมด้วย จะช่วยให้เห็นขนาดของน้ำตกชัดขึ้นมาก เป็นมุมที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และทรงพลัง

    ยอดเขาเรดคลาวด์โกลเดนพีก (Red Cloud Golden Peak) ที่ภูเขาฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan)

    ถ้าเจอวันอากาศดี มุมนี้สวยแบบลืมหายใจ แต่ถ้าเจอหมอกก็ยังสวยอีกแบบ เพราะให้ฟีลลึกลับเหมือนยอดเขาลอยอยู่กลางเมฆ

    ริมแม่น้ำเมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town)

    ช่วงเย็นถึงค่ำเป็นเวลาที่ดีที่สุด แสงจากบ้าน ร้านค้า และสะพานสะท้อนลงน้ำ ทำให้เมืองดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวามาก

    รวมทัวร์กุ้ยโจว (Guizhou) ยอดนิยมบน Klook

    เที่ยวกุ้ยโจวด้วยตัวเองยากไหม

    เที่ยวกุ้ยโจวด้วยตัวเองทำได้ แต่ต้องวางแผนดี เพราะที่นี่ไม่ได้เที่ยวสะดวกเหมือนเมืองใหญ่ที่มีรถไฟฟ้าเข้าถึงแทบทุกจุด สถานที่เที่ยวหลายแห่งกระจายอยู่คนละเมือง และบางจุดต้องต่อรถหลายช่วง
    ถ้าเคยเที่ยวจีนมาก่อน ใช้แอปแปลภาษาได้ จองตั๋วรถไฟเองได้ และพอรับมือกับการเดินทางระหว่างเมืองได้ กุ้ยโจวเป็นทริปที่เที่ยวเองได้สนุกมาก แต่ถ้าเป็นครั้งแรกในจีน หรือไม่อยากปวดหัวกับการต่อรถ แนะนำใช้ทัวร์ท้องถิ่นหรือรถพร้อมคนขับในบางวัน

    ของที่ควรเตรียมก่อนเที่ยวกุ้ยโจวด้วยตัวเอง

    • แอปแปลภาษา
    • แอปแผนที่จีน เช่น Amap หรือ Baidu Maps
    • วิธีจ่ายเงินที่ใช้ในจีนได้
    • ตั๋วรถไฟหรือแผนเดินทางระหว่างเมือง
    • ชื่อโรงแรมและสถานที่เที่ยวเป็นภาษาจีน
    • รองเท้าเดินสบาย
    • เสื้อกันฝนหรือร่มพับ
    • แผนสำรองเผื่อฝนหรืออากาศไม่ดี
    วิธีที่บาลานซ์ที่สุดคือเที่ยวเองในเมืองที่เดินง่าย เช่น กุ้ยหยาง (Guiyang) และเจิ้นหย่วน (Zhenyuan) แล้วใช้ทัวร์หรือรถพร้อมคนขับสำหรับเส้นทางที่เดินทางยาก เช่น หวงกั่วซู่ (Huangguoshu), ลี่ปอ (Libo), ซีเจียง (Xijiang) หรือฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan)

    อาหารกุ้ยโจว (Guizhou) ที่ควรลอง

    อาหารกุ้ยโจวมีรสจัด เปรี้ยว เผ็ด และมีกลิ่นอายท้องถิ่นชัดมาก ถ้าชอบอาหารจีนที่รสไม่จืดและมีความแปลกใหม่ ที่นี่น่าจะถูกใจ

    ซุปเปรี้ยวปลา กุ้ยโจว

    ซุปเปรี้ยวปลา

    เมนูนี้เป็นหนึ่งในเมนูที่ควรลองมาก น้ำซุปมีความเปรี้ยว เผ็ด และหอม กินกับปลาและผักร้อน ๆ หลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวันคือดีมาก

    ก๋วยเตี๋ยวเนื้อกุ้ยโจว

    เป็นเมนูที่กินง่ายและหาได้ในเมืองกุ้ยหยาง (Guiyang) น้ำซุปเข้มข้น เนื้อนุ่ม และมักมีเครื่องปรุงให้เติมเอง เหมาะกับมื้อเช้าหรือมื้อเร็ว ๆ ก่อนออกเดินทาง

    เต้าหู้ย่าง

    ของกินเล่นที่เจอได้ตามเมืองเก่าหรือหมู่บ้าน กลิ่นหอม กินกับพริกท้องถิ่นแล้วอร่อยมาก

    ข้าวเหนียวสี

    ในพื้นที่ชนเผ่าอาจเจอข้าวเหนียวสีสวยที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ กินเป็นของว่างหรือคู่กับอาหารท้องถิ่นได้
    ถ้าไม่กินเผ็ด ควรจำคำว่า “不要辣” แปลว่าไม่เอาเผ็ด หรือ “微辣” แปลว่าเผ็ดน้อย เพราะอาหารกุ้ยโจวบางร้านเผ็ดจริงจังมาก

    งบประมาณเที่ยวกุ้ยโจว (Guizhou) ประมาณเท่าไร

    งบเที่ยวกุ้ยโจวขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทาง ถ้าเที่ยวเองแบบประหยัด พักโรงแรมกลาง ๆ ใช้รถไฟและรถสาธารณะเป็นหลัก ค่าใช้จ่ายจะไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวใหญ่ของจีน แต่ถ้าเช่ารถพร้อมคนขับ พักที่พักวิวดี หรือจองทัวร์หลายวัน งบจะสูงขึ้นตามความสะดวก

    ค่าใช้จ่ายหลักที่ควรเผื่อไว้มีดังนี้

    • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-กุ้ยหยาง (Guiyang)
    • ที่พักในกุ้ยหยาง (Guiyang), ลี่ปอ (Libo), ซีเจียง (Xijiang) หรือเจิ้นหย่วน (Zhenyuan)
    • ค่าเดินทางระหว่างเมือง เช่น รถไฟ รถบัส รถเช่า หรือรถพร้อมคนขับ
    • ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวและค่ารถภายในอุทยาน
    • ค่าอาหารและของกินท้องถิ่น
    • ค่าเช่าชุดพื้นเมืองหรือกิจกรรมเสริมในหมู่บ้าน
    ถ้าอยากคุมงบ แนะนำจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมล่วงหน้า วางเส้นทางไม่ย้อนมากเกินไป และเลือกพักใกล้สถานีหรือจุดขึ้นรถ จะช่วยลดทั้งค่าเดินทางและเวลาได้เยอะ

    สรุป: กุ้ยโจว (Guizhou) คือจีนอีกมุมที่สวยและน่าจำมาก

    กุ้ยโจวเป็นมณฑลที่ทำให้เห็นว่าจีนยังมีอีกหลายมุมที่น่าค้นหามาก ที่นี่ไม่ได้มีเสน่ห์จากตึกสูงหรือแลนด์มาร์กสมัยใหม่ แต่โดดเด่นด้วยธรรมชาติ หมู่บ้านชนเผ่า น้ำตก เมืองเก่า และวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์
    น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall) ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ ลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong) ให้ความสดชื่น หมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village) ให้ภาพกลางคืนที่สวยจนจำได้ ฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan) ให้วิวภูเขาแบบเหนือเมฆ ส่วนเมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town) ช่วยเติมจังหวะช้า ๆ ให้ทริปสมบูรณ์ขึ้น
    ถ้าอยากเที่ยวจีนแบบไม่ซ้ำใคร และอยากได้ทริปที่มีทั้งวิวสวย เรื่องเล่า และประสบการณ์ที่ต่างจากเมืองยอดฮิต กุ้ยโจวคือเมืองลับที่ควรใส่ไว้ในลิสต์จริง ๆ

    FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเที่ยวกุ้ยโจว (Guizhou)

    Q: เที่ยวกุ้ยโจวครั้งแรกควรไปกี่วัน
    A: แนะนำ 6-7 วัน จะกำลังดี เพราะสถานที่เที่ยวหลักอยู่คนละเมืองและต้องใช้เวลาเดินทาง ถ้ามีแค่ 4-5 วัน ควรเลือกเก็บไฮไลท์หลัก เช่น กุ้ยหยาง (Guiyang), น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall), ลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong) และหมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village) ก่อน
    Q: กุ้ยโจวเที่ยวเองได้ไหมถ้าไม่พูดจีน
    A: เที่ยวเองได้ แต่ควรเตรียมตัวมากกว่าการเที่ยวเมืองใหญ่ ควรมีแอปแปลภาษา แอปแผนที่จีน วิธีจ่ายเงินในจีน และแผนเดินทางที่ละเอียด ถ้าไม่มั่นใจเรื่องภาษา แนะนำใช้ทัวร์ท้องถิ่นหรือรถพร้อมคนขับในบางเส้นทาง
    Q: กุ้ยโจวเหมาะกับผู้สูงอายุไหม
    A: เหมาะบางเส้นทาง เช่น เมืองกุ้ยหยาง (Guiyang), เมืองโบราณเจิ้นหย่วน (Zhenyuan Ancient Town) หรือหมู่บ้านที่เดินไม่ชันมาก แต่บางจุดอย่างฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan) หรือน้ำตกที่ต้องเดินหลายช่วง อาจไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเข่า ควรเลือกแพลนที่มีรถรับส่งสะดวกและไม่เดินเยอะเกินไป
    Q: ควรพักที่ไหนเมื่อเที่ยวกุ้ยโจว
    A: คืนแรกควรพักในกุ้ยหยาง (Guiyang) เพราะเดินทางจากสนามบินสะดวกและต่อรถไปเมืองอื่นง่าย ถ้าไปหมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village) แนะนำค้างในหมู่บ้านอย่างน้อย 1 คืน เพื่อชมไฟกลางคืน ส่วนลี่ปอ (Libo) และเจิ้นหย่วน (Zhenyuan) ก็ควรค้างคืนถ้าไม่อยากเดินทางเหนื่อยเกินไป
    Q: เที่ยวกุ้ยโจวเดือนไหนสวยที่สุด
    A: ช่วงที่เที่ยวสบายและถ่ายรูปสวยคือเมษายน-มิถุนายน และกันยายน-พฤศจิกายน ถ้าอยากเห็นน้ำตกน้ำเยอะและธรรมชาติเขียวจัด หน้าร้อนก็สวยมาก แต่ต้องเตรียมรับมือฝน ส่วนหน้าหนาวจะได้บรรยากาศหมอก ๆ เงียบกว่า แต่ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวให้ดี
    Q: กุ้ยโจวเหมาะกับคนที่ไม่ชอบเดินเยอะไหม
    A: ถ้าไม่ชอบเดินเยอะ ควรเลือกเส้นทางที่เดินง่าย เช่น กุ้ยหยาง (Guiyang), เจิ้นหย่วน (Zhenyuan) และบางโซนของหมู่บ้านม้งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village) ส่วนฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan), ลี่ปอเสี่ยวชีข่ง (Libo Xiaoqikong) และหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall) อาจต้องเดินพอสมควร ควรเช็กระดับความยากก่อนใส่ในแพลน
    Q: ไปกุ้ยโจวต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ
    A: ควรเตรียมรองเท้าเดินสบาย เสื้อกันฝน ร่มพับ ซองกันน้ำสำหรับมือถือ แอปแปลภาษา แอปแผนที่จีน และวิธีจ่ายเงินที่ใช้ในจีนได้ เพราะหลายสถานที่เป็นธรรมชาติและหมู่บ้านบนเขา สภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว และบางจุดอาจสื่อสารภาษาอังกฤษได้ไม่มาก

    บทความเที่ยวจีนเพิ่มเติม

    เพิ่มเพื่อนกับ Klook บน LINE วันนี้ รับสิทธิพิเศษก่อนใคร!

    เพิ่มเพื่อนกับ Klook ทาง LINE  เพื่อไม่พลาดโปรโมชั่นล่าสุดก่อนใคร!
    แค่แอด หรือสแกน QR Code ก็เตรียมรับส่วนลดสูงสุดถึง 500 บาท ไปใช้กับกิจกรรม ทัวร์ การเดินทาง ที่พัก และอีกมากมายได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น! คุณจะได้รับข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดแบบเรียลไทม์ พร้อมดีลลับที่มีเฉพาะเพื่อนใน LINE เท่านั้น! รีบแอดเลย แล้ววางแผนทริปคุ้ม ๆ ไปกับ Klook
    ลดเพิ่ม5%เมื่อจองผ่านแอปครั้งแรก

    Klook คืออะไร?

    Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
    รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
    Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง

    more