เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) มหานครที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เป็นเมืองที่เที่ยวง่ายมากสำหรับนักเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเดินทางในเซี่ยงไฮ้สะดวกสบายสุดๆ ก็คือ ระบบรถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Metro) ที่มีโครงข่ายครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะอยากไปถ่ายรูปชิคๆ ที่เดอะบันด์ ไปเล่นเครื่องเล่นที่ดิสนีย์แลนด์ หรือไปหาของกินอร่อยๆ ย่านเมืองเก่า รถไฟใต้ดินก็พาไปถึงได้หมดในราคาที่ประหยัดมาก
สำหรับคนที่เพิ่งเคยมาจีนครั้งแรก อาจจะมีความกังวลเรื่องกำแพงภาษา การดูแผนที่ หรือวิธีซื้อตั๋ว วันนี้จะมาเจาะลึกแบบหมดเปลือก เล่าจากประสบการณ์ตรง เอาแบบที่อ่านจบแล้วสามารถแคปหน้าจอไปเดินสับๆ ขึ้นรถไฟใต้ดินที่เซี่ยงไฮ้ได้เลยแบบไม่มีหลง
3 แอปพลิเคชันที่ต้องมีติดเครื่องก่อนขึ้น Metro
การมาเที่ยวจีน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือแอปพลิเคชันตัวช่วย เพราะ Google Maps จะแสดงผลเพี้ยนและไม่อัปเดตเส้นทางรถไฟใหม่ๆ แนะนำให้โหลดและสมัครสมาชิกแอปเหล่านี้ให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนบิน
- Alipay (อาลีเพย์): แอปครอบจักรวาล ผูกบัตรเครดิต/เดบิตของไทย (Visa, Mastercard, JCB) ไว้ได้เลย ใช้สแกนจ่ายเงินซื้อของ จ่ายค่าอาหาร และที่สำคัญคือใช้สแกนจ่ายค่าตั๋วรถไฟใต้ดินที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติได้ด้วย
- Baidu Maps (ไป่ตู้ตี้ถู) หรือ Amap (Gaode Maps): แผนที่ที่แม่นยำที่สุดในจีน บอกพิกัดเป๊ะ บอกทางออกสถานีรถไฟใต้ดินได้ละเอียดมาก แม้ตัวแอปจะเป็นภาษาจีน แต่มีทริคการใช้งานง่ายๆ ที่จะสอนในหัวข้อถัดไป
- MetroMan: แอปพลิเคชันแผนที่รถไฟใต้ดินที่มีภาษาอังกฤษและภาษาไทย! แอปนี้ยอดเยี่ยมมากสำหรับการวางแผนล่วงหน้า แค่จิ้มสถานีต้นทางและปลายทาง แอปจะคำนวณเวลา ค่าโดยสาร และบอกว่าต้องไปเปลี่ยนขบวนที่สถานีไหน โดยสามารถดูแบบออฟไลน์ได้ด้วย
ทำความรู้จัก Shanghai Metro เบื้องต้น
รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้มีมากกว่า 20 สาย ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวแทบทุกแห่ง การแยกแยะสายรถไฟทำได้ง่ายมากเพราะใช้ "สี" เป็นตัวกำหนดชัดเจน
ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้:
หัวข้อรายละเอียดเวลาให้บริการเริ่มประมาณ 05:30 น. และขบวนสุดท้ายหมดประมาณ 22:30 น. - 23:30 น. (ควรเช็กตารางเวลาอีกครั้งหากเที่ยวกลางคืน)ความปลอดภัยทุกสถานีมีจุดตรวจความปลอดภัย (Security Check) ต้องนำกระเป๋าทุกใบสแกนผ่านเครื่อง X-ray ก่อนเข้าเกทเสมอ เจ้าหน้าที่ทำงานเร็ว ไม่ต้องกลัวเสียเวลาป้ายบอกทางมีป้ายภาษาจีนควบคู่กับภาษาอังกฤษขนาดใหญ่ทั่วทั้งสถานี ทั้งป้ายบอกทางออก และป้ายบอกทางไปเปลี่ยนสายรถไฟห้องน้ำมีบริการฟรีแทบทุกสถานี แต่ควรพกกระดาษทิชชู่ไปเองเสมอ
Step-by-Step: สอนวิธีซื้อตั๋วเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) ที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ
แม้ว่าปัจจุบันจะสามารถใช้ Alipay ผูกบัตรเพื่อสแกน QR Code เดินผ่านเกทได้เลย แต่สำหรับนักท่องเที่ยวหลายคน การซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) ก็ยังเป็นวิธีที่ชัวร์ที่สุด เข้าใจง่าย และป้องกันปัญหาเน็ตหลุดตอนสแกนเข้าเกทได้ด้วย
ขั้นตอนการซื้อตั๋วที่หน้าตู้:
- เดินไปที่ตู้ขายตั๋ว (Ticket Vending Machine): ตู้จะตั้งอยู่ก่อนถึงจุดตรวจ X-ray เสมอ
- เปลี่ยนภาษา: หน้าจอเริ่มต้นเป็นภาษาจีน ให้มองหามุมขวาบนหรือมุมซ้ายล่าง จะมีปุ่มคำว่า "English" กดเพื่อเปลี่ยนภาษาทั้งระบบ
- เลือกสถานีปลายทาง:
- วิธีเลือกจากสายรถไฟ: ด้านล่างจอจะมีปุ่มตัวเลข (Line 1, Line 2...) ให้กดเลือกสายของสถานีปลายทาง จากนั้นหน้าจอจะแสดงรายชื่อสถานีทั้งหมดในสายนั้น ให้จิ้มเลือกสถานีปลายทาง
- วิธีค้นหา: ตู้รุ่นใหม่จะมีปุ่ม Search พิมพ์อักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของสถานีปลายทางได้เลย
- เลือกจำนวนตั๋ว: ฝั่งขวามือของหน้าจอจะมีปุ่มให้เลือกจำนวนตั๋ว (1, 2, 3...) กดเลือกตามจำนวนผู้โดยสาร ค่าโดยสารมักเริ่มต้นที่ 3 ถึง 15 หยวน ขึ้นอยู่กับระยะทาง
- การชำระเงิน:
- Alipay / WeChat Pay: เลือกชำระผ่าน Mobile Payment หน้าจอจะขึ้น QR Code มาให้ เปิดแอป Alipay ในมือถือ กด Scan เล็งไปที่หน้าจอ แล้วกดยืนยันการจ่ายเงิน
- เงินสด: ตู้ส่วนใหญ่รับเหรียญ 1 หยวน และแบงก์ 5, 10, 20, 50 หยวน (ตู้บางรุ่นไม่รับแบงก์ 100 ให้สังเกตสติกเกอร์ที่ตู้)
- รับตั๋ว: ตั๋วเที่ยวเดียวจะเป็นลักษณะ "บัตรแข็ง" (Card) หล่นลงมาที่ช่องรับบัตรด้านล่าง พร้อมเงินทอน (ถ้ามี)
วิธีการใช้งานตั๋ว:
- ขาเข้า (แตะเข้า): เดินไปที่เกท นำบัตรแตะที่แป้นเซ็นเซอร์ด้านบน (Tap) ประตูจะเปิดออก ให้เก็บชาร์จบัตรไว้ให้ดี ห้ามทำหายเด็ดขาด
- ขาออก (สอดคืน): เมื่อถึงสถานีปลายทาง เดินไปที่เกททางออก ห้ามแตะ แต่ให้นำบัตร สอดเข้าไปในช่องรับบัตร (Insert) ที่ด้านหน้าเครื่อง เครื่องจะกลืนบัตรกลับเข้าไปเพื่อรีไซเคิล และประตูจะเปิดออก
ข้อควรระวัง: หากทำบัตรหายระหว่างทาง จะไม่สามารถออกจากสถานีได้ ต้องติดต่อเคาน์เตอร์ Service Center เพื่อจ่ายค่าปรับ
Step-by-Step: วิธีใช้แอปนำทาง Baidu Maps / Amap แบบคนอ่านจีนไม่ออก
การใช้แอปท้องถิ่นมีความจำเป็นมาก เพราะจะบอกทางออก (Exit) ของสถานีรถไฟใต้ดินได้เป๊ะสุดๆ ไม่ต้องกลัวว่าแอปเป็นภาษาจีนแล้วจะใช้ไม่ได้ แค่ทำตามทริคนี้
เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง:
หารายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไป แล้วจด "ชื่อภาษาจีน (Hanzi)" หรือ "Pinyin" ใส่แอป Note ในมือถือเตรียมไว้ เช่น
- เดอะบันด์ = 外滩 (Wai Tan)
- เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ = 上海迪士尼乐园 (Shanghai Dishini Leyuan)
วิธีใช้แอปหาเส้นทาง Metro:
- เปิดแอป Baidu Maps หรือ Amap: ตำแหน่งปัจจุบันจะแสดงเป็นจุดสีฟ้า
- ค้นหาสถานที่: ก๊อปปี้ชื่อสถานที่ภาษาจีนจาก Note มาวางในช่องค้นหา (Search bar) ด้านบนสุด แล้วกดค้นหา
- เลือกสถานที่ปลายทาง: สังเกตจากรูปภาพประกอบว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วกดเลือก
- กดปุ่มนำทาง (Route): มองหาปุ่มสีฟ้า หรือคำว่า 路线 / Route
- เลือกโหมดขนส่งสาธารณะ (Transit): แถบด้านบนจะมีไอคอนรูปต่างๆ ให้เลือกไอคอนรูป "รถบัส/รถไฟ (公交)"
- อ่านผลลัพธ์การเดินทาง:
- ดูสัญลักษณ์รถไฟใต้ดิน (ไอคอนตัว M หรือรูปรถไฟ) พร้อม สีและหมายเลขสายรถไฟ เช่น สาย 2 จะเป็นป้ายสีเขียวอ่อน
- ทิศทางรถไฟ (Direction): ดูว่ารถไฟขบวนที่ต้องขึ้น มุ่งหน้าไปทางไหน (Towards...) เพื่อลงชานชาลาให้ถูกฝั่ง
- นับจำนวนสถานี (Stops) ว่าต้องผ่านกี่สถานี
- ทางออก (Exit): เมื่อถึงปลายทาง แอปจะระบุว่าต้องใช้ทางออกไหน เช่น 出口 1 (Exit 1) ซึ่งสำคัญมาก เพราะสถานีในเซี่ยงไฮ้กว้างมาก ออกผิดประตูอาจต้องเดินอ้อมไกล
Pro Tip: ระหว่างนั่งในรถไฟ ให้เปิดแอป MetroMan ควบคู่ไปด้วยเพื่อดูชื่อสถานีภาษาอังกฤษ จะได้รู้ว่าใกล้ถึงสถานีที่ต้องลงหรือยัง
เที่ยวเซี่ยงไฮ้สุดปัง นั่ง Metro ไปเก็บ Landmark ดัง (พร้อมชี้เป้าความสะดวกจาก Klook)
ลองมาดูเส้นทางจริงในการใช้ Metro เดินทางไปยังสถานที่ฮิตๆ ของเซี่ยงไฮ้กัน รับรองว่าเที่ยวง่าย และยิ่งถ้าเตรียมตัวล่วงหน้าผ่าน Klook ยิ่งประหยัดเวลาสุดๆ
1. เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland)
- การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน สาย 11 (สีน้ำตาล) ไปลงที่สถานี Disney Resort (迪士尼) ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง ออกจากสถานีเดินตามฝูงชนไปก็จะถึงทางเข้า
- ทริคเที่ยว: ดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้คนมหาศาลทุกวัน การไปต่อคิวซื้อตั๋วหน้าประตูกินเวลาเที่ยวมาก แนะนำให้ซื้อตั๋วเข้าชม Shanghai Disneyland ผ่านแอป Klook ล่วงหน้า เมื่อถึงหน้าประตูก็แค่โชว์ QR Code ในแอปพร้อมพาสปอร์ตตัวจริงให้เจ้าหน้าที่สแกน ก็เดินตัวปลิวเข้าไปวิ่งคว้าคิวเครื่องเล่น TRON ได้เลย
2. หาดไว่ทัน หรือ เดอะบันด์ (The Bund)
- การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน สาย 2 (สีเขียวอ่อน) หรือ สาย 10 (สีม่วงอ่อน) ลงที่สถานี East Nanjing Road (南京东路) แล้วออก Exit 2 หรือ 7 เดินตามถนน Nanjing ไปทางฝั่งแม่น้ำประมาณ 10 นาที
- ทริคเที่ยว: หากอยากชมวิวเมืองแบบไม่เมื่อยขา แนะนำให้จองตั๋ว Hop-On Hop-Off Bus ผ่าน Klook เป็นรถบัสสองชั้นเปิดประทุน นั่งรับลมชมวิวตึกยุโรปคลาสสิกและจุดสำคัญต่างๆ ได้ฟีลลิ่งที่ดีมาก
3. หอไข่มุกตะวันออก (Oriental Pearl Tower)
- การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินลอดใต้แม่น้ำหวงผู่ด้วย สาย 2 (สีเขียวอ่อน) ลงสถานี Lujiazui (陆家嘴) ออก Exit 1 โผล่ขึ้นมาจะเจอกับทางเดินสกายวอล์ค และมองเห็นหอไข่มุกตั้งตระหง่านทันที
- ทริคเที่ยว: ด้านบนมีจุดชมวิวพื้นกระจกใสท้าความเสียว เพื่อหลีกเลี่ยงคิวซื้อตั๋วที่ยาวเหยียด ควรจองตั๋วขึ้นหอไข่มุก (Oriental Pearl Tower) ใน Klook ไปก่อน ราคาดีกว่าและจัดการเวลาง่ายกว่ามาก
4. สวนอวี้หยวน (Yuyuan Garden) และ ตลาดร้อยปี
- การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน สาย 10 (สีม่วงอ่อน) หรือ สาย 14 (สีเขียวมะกอก) ลงสถานี Yuyuan Garden (豫园) ออก Exit 1 หรือ 3 เดินตามป้ายบอกทางเข้าสู่โซนตึกสถาปัตยกรรมจีนโบราณ
- ทริคเที่ยว: ย่านนี้มีเสี่ยวหลงเปาเจ้าดังเยอะมาก คนจะแน่นตลอดเวลา ระมัดระวังทรัพย์สินให้ดี
นั่ง Maglev Train เข้าเมือง สัมผัสความเร็ว 300 กม./ชม.
ถ้าเดินทางมาถึงสนามบินผู่ตง (PVG) ขอแนะนำให้ลองใช้ รถไฟพลังแม่เหล็กไฟฟ้า (Maglev Train) ในการเข้าเมือง เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ
- เส้นทาง: จากสถานี Pudong International Airport ไปยังสถานี Longyang Road (เพื่อเชื่อมต่อไปยังรถไฟใต้ดินสาย 2, 7, 16 เข้าใจกลางเมือง)
- เวลาการเดินทาง: ใช้เวลาแค่ 8 นาที! (เร็วกว่าการนั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 ธรรมดาที่ใช้เวลาเกือบ 45 นาที)
- ทริคการจอง: สามารถ จองตั๋ว Shanghai Maglev Train ผ่าน Klook ได้เลย มีทั้งแบบเที่ยวเดียวและไป-กลับ ประหยัดกว่าไปซื้อหน้าเคาน์เตอร์ และลดความยุ่งยากเมื่อเพิ่งลงจากเครื่องบิน
Tips & Tricks มารยาทและข้อควรรู้ในการขึ้น Metro เซี่ยงไฮ้
- หลีกเลี่ยง Rush Hour: ช่วง 07:30 - 09:00 น. และ 17:30 - 19:00 น. วันธรรมดา คนจะแน่นเบียดเสียดมาก โดยเฉพาะสาย 1 และสาย 2 ควรเลี่ยงการลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ในเวลานี้
- กฎการยืนบันไดเลื่อน: ยืนชิดขวา เดินชิดซ้าย
- ห้ามกินอาหารและเครื่องดื่ม: บนขบวนรถไฟใต้ดินมีกฎห้ามรับประทานอาหารและเครื่องดื่มอย่างเด็ดขาด
- เตรียมกระเป๋าให้พร้อมสแกน: เมื่อใกล้ถึงจุดตรวจ X-ray ให้ปลดกระเป๋าออกจากตัว วางบนสายพาน เมื่อเดินผ่านเครื่องสแกนโลหะก็ไปรับกระเป๋าฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้กีดขวางผู้อื่น
บทความเที่ยวจีนเพิ่มเติม
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขึ้นรถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
Q: ไม่รู้ภาษาจีนเลย จะหลงไหม?
A: ไม่หลงแน่นอน ป้ายในสถานีรถไฟใต้ดินมีภาษาอังกฤษกำกับทุกจุด ตั้งแต่ตู้ซื้อตั๋ว ป้ายบอกทาง ป้ายสถานี ไปจนถึงเสียงประกาศในขบวนรถไฟก็มีภาษาอังกฤษ
Q: สามารถใช้ Apple Pay แตะเข้าเกทได้ไหม?
A: ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่สามารถเพิ่มบัตร Shanghai Transit Card ลงใน Apple Wallet ได้ด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศโดยตรง วิธีที่ง่ายที่สุดคือการใช้ Alipay สร้าง Transit QR Code หรือซื้อตั๋วเดี่ยวที่ตู้
Q: สถานีรถไฟใต้ดินมีลิฟต์สำหรับกระเป๋าใบใหญ่ไหม?
A: มีลิฟต์ให้บริการแทบทุกสถานี แต่อาจจะต้องเดินหาป้ายบอกทางไปลิฟต์ (Elevator) ซึ่งบางครั้งอาจอยู่คนละมุมกับบันไดเลื่อนปกติ
Q: ตั๋วแบบ 1-Day Pass หรือ 3-Day Pass คุ้มไหม?
A: หากวางแผนเดินทางข้ามเมืองหลายจุดต่อวัน บัตรแบบเหมาจ่าย (ซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ Service Center) จะคุ้มค่ามาก แต่ถ้าแค่นั่งไป-กลับ 1-2 สถานที่ การซื้อตั๋วเป็นเที่ยวๆ ก็เพียงพอและถูกมากอยู่แล้ว
Q: รถไฟใต้ดินวิ่งถึงกี่โมง?
A: ขบวนสุดท้ายมักจะหมดประมาณ 22:30 น. - 23:30 น. หากไปเที่ยวสถานที่กลางคืน เช่น เดอะบันด์ หรือซินเทียนตี้ ควรเผื่อเวลาเดินกลับมาที่สถานีล่วงหน้า
การมาเที่ยวเซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่สนุกและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ มาก การคมนาคมที่ยอดเยี่ยมอย่าง Shanghai Metro ช่วยให้การเดินทางประหยัดและตรงเวลาสุดๆ วางแผนการเดินทางให้ดี โหลดแอปให้พร้อม และอย่าลืมจองตั๋วสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ผ่าน Klook ล่วงหน้า เพื่อให้ทริปเซี่ยงไฮ้ของคุณราบรื่นและเพลิดเพลินที่สุด!
เพิ่มเพื่อนกับ Klook บน LINE วันนี้ รับสิทธิพิเศษก่อนใคร!
แค่แอด หรือสแกน QR Code ก็เตรียมรับส่วนลดสูงสุดถึง 500 บาท ไปใช้กับกิจกรรม ทัวร์ การเดินทาง ที่พัก และอีกมากมายได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น! คุณจะได้รับข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดแบบเรียลไทม์ พร้อมดีลลับที่มีเฉพาะเพื่อนใน LINE เท่านั้น! รีบแอดเลย แล้ววางแผนทริปคุ้ม ๆ ไปกับ Klook
Klook คืออะไร?
Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร
เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา
🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง
- Facebook: @klookth
- Instagram: @klooktravel_th
- TikTok: @klookth
- YouTube: @klookTH
- LINE Official Account: @klookth




































