ถ้าอยากเที่ยวจีนในเส้นทางที่ไม่ได้มีแค่เมืองใหญ่ ตึกสูง หรือแลนด์มาร์กยอดฮิต “ตุนหวง (Dunhuang)” คือเมืองที่ควรลองปักหมุดสักครั้ง โดยเฉพาะคนที่ชอบประวัติศาสตร์ เส้นทางสายไหมจีน ทะเลทราย วัฒนธรรมโบราณ และวิวที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในฉากหนังย้อนยุค
ตุนหวงเป็นเมืองโอเอซิสในมณฑลกานซู่ (Gansu) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เมืองนี้เคยเป็นจุดสำคัญบนเส้นทางสายไหม (Silk Road) เส้นทางการค้าเก่าแก่ที่เชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน เสน่ห์ของตุนหวงคือความรู้สึก “ไกลแต่คุ้ม” เพราะที่นี่มีครบทั้งถ้ำพุทธศิลป์ระดับโลกอย่างถ้ำม่อเกา (Mogao Caves), ทะเลทรายสีทองที่ภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain), ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring) และด่านโบราณที่เล่าเรื่องการเดินทางของผู้คนบนเส้นทางสายไหม
ทัวร์ตุนหวงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวจีนแบบมีเรื่องเล่า ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสวย แต่ได้เห็นร่องรอยของศิลปะ ศาสนา การค้า และวัฒนธรรมที่เดินทางข้ามทะเลทรายมานานหลายร้อยปี เช้าอาจเข้าไปชมจิตรกรรมฝาผนังในถ้ำม่อเกา บ่ายขี่อูฐกลางเนินทราย เย็นรอดูพระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว แล้วกลางคืนเดินตลาดกลางคืนตุนหวง กินของท้องถิ่นแบบฟีลเมืองทะเลทราย
บทความนี้จะพาไปรู้จักตุนหวงแบบละเอียด ตั้งแต่ว่าทำไมเมืองนี้ถึงน่าเที่ยว ช่วงเวลาที่เหมาะในการไป วิธีเดินทางจากไทย สถานที่เที่ยวตุนหวงที่ไม่ควรพลาด จุดถ่ายรูปสวย ตัวอย่างแพลนเที่ยว ไปจนถึง FAQ สำหรับคนที่กำลังลังเลว่าทัวร์ตุนหวงเหมาะกับตัวเองไหม
ทำไมตุนหวง (Dunhuang) ถึงเป็นเมืองสายไหมจีนที่น่าไปมาก
ตุนหวงอาจไม่ได้เป็นเมืองแรกที่คนไทยนึกถึงเวลาเที่ยวจีน แต่ถ้าชอบทริปที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และบรรยากาศแปลกตา เมืองนี้น่าสนใจมาก เพราะเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ทำให้เราเห็นจีนอีกด้านหนึ่ง ไม่ใช่จีนแบบเมืองหลวงหรือเมืองเศรษฐกิจ แต่เป็นจีนในมุมของทะเลทราย เส้นทางคาราวาน และศิลปะโบราณ
สิ่งที่ทำให้ตุนหวงพิเศษคือที่นี่เคยเป็นเมืองโอเอซิสสำคัญบนเส้นทางสายไหมจีน ผู้คนจากหลายพื้นที่เคยเดินทางผ่านเมืองนี้ ทั้งพ่อค้า นักแสวงบุญ นักบวช และนักเดินทางจากโลกตะวันออกและตะวันตก ทำให้ตุนหวงกลายเป็นพื้นที่ที่วัฒนธรรม ศาสนา และศิลปะมาบรรจบกัน
ภาพจำของตุนหวงมีหลายแบบมาก ถ้าชอบประวัติศาสตร์ ต้องไปถ้ำม่อเกา (Mogao Caves) เพื่อดูงานพุทธศิลป์และจิตรกรรมฝาผนังที่เก็บเรื่องราวไว้นานนับพันปี ถ้าชอบธรรมชาติ ต้องไปภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain) และทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring) เพื่อเห็นโอเอซิสกลางทะเลทรายที่สวยเหมือนภาพวาด ถ้าชอบฟีลเส้นทางสายไหม ต้องไปด่านหยางกวน (Yangguan Pass) หรือด่านอวี้เหมินกวน (Yumen Pass) เพื่อสัมผัสบรรยากาศปลายทางของผู้คนที่เคยเดินทางข้ามทะเลทรายจริง ๆ
ตุนหวงเป็นเมืองที่เที่ยวแล้วได้ฟีลต่างจากเมืองจีนยอดฮิตมาก เพราะวิวส่วนใหญ่จะเป็นทะเลทราย ภูเขาหิน ด่านโบราณ ถ้ำ และโอเอซิส ถ้าอยากได้ทริปจีนที่ดูมีคาแรกเตอร์ชัด ถ่ายรูปออกมาไม่ซ้ำใคร และมีเรื่องเล่าประกอบทุกจุด ตุนหวงคือเมืองที่น่าใส่ไว้ในลิสต์มาก
ตุนหวง (Dunhuang) อยู่ตรงไหน และเหมาะกับใคร
ตุนหวงตั้งอยู่ในมณฑลกานซู่ (Gansu) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เป็นเมืองโอเอซิสที่อยู่ใกล้ทะเลทรายโกบี (Gobi Desert) และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะเคยเป็นเมืองสำคัญบนเส้นทางสายไหมจีน
เมืองนี้ไม่ได้อยู่ใกล้เมืองใหญ่ยอดฮิตแบบเดินทางสั้น ๆ ถึง แต่เสน่ห์ก็อยู่ตรงนี้ เพราะการเดินทางไปตุนหวงให้ความรู้สึกเหมือนกำลังออกไปเจอจีนอีกโลกหนึ่ง วิวระหว่างทางมีทั้งภูเขาแห้งแล้ง ทะเลทราย เส้นถนนยาว และท้องฟ้ากว้างมาก เป็นภาพที่ต่างจากจีนตอนตะวันออกหรือจีนตอนใต้ชัดเจน
ทัวร์ตุนหวงเหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวแบบนี้
- คนที่สนใจเส้นทางสายไหมจีนและประวัติศาสตร์โบราณ
- คนที่อยากเห็นถ้ำพุทธศิลป์และมรดกโลกอย่างถ้ำม่อเกา
- คนที่ชอบทะเลทราย เนินทราย โอเอซิส และวิวแปลกตา
- คนที่อยากถ่ายรูปกับอูฐ ชุดจีนโบราณ และทะเลทรายสีทอง
- คนที่อยากเที่ยวจีนเส้นทางใหม่ ไม่ซ้ำเมืองยอดฮิต
- คนที่ชอบทริปมีเรื่องเล่า ไม่ใช่แค่เดินห้างหรือช้อปปิ้ง
- คนที่มีเวลาประมาณ 4-6 วัน และอยากเก็บไฮไลท์ของตุนหวงให้ครบ
แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบอากาศแห้ง ไม่ชอบแดดแรง หรือไม่อยากเดินทางไกล ตุนหวงอาจต้องเตรียมตัวมากกว่าทริปจีนเมืองใหญ่ เพราะบางช่วงอากาศร้อนและแห้งมาก สถานที่เที่ยวหลายจุดอยู่กลางแจ้ง และบางแหล่งท่องเที่ยวต้องจองเวลาหรือวางแผนล่วงหน้า
พูดง่าย ๆ คือ ตุนหวงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวจีนแบบ “ได้ฟีลการเดินทางจริง ๆ” เพราะทุกจุดมีบรรยากาศของทะเลทราย เส้นทางเก่า และประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่
ช่วงเวลาที่เหมาะในการเที่ยวตุนหวง (Dunhuang)
ตุนหวงเป็นเมืองทะเลทราย อากาศค่อนข้างแห้งและต่างจากเมืองจีนยอดฮิตหลายเมืองมาก ก่อนจองทัวร์ตุนหวงควรเลือกช่วงเวลาให้ดี เพราะแต่ละฤดูให้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน
เมษายน-มิถุนายน: อากาศกำลังดี เหมาะกับทริปแรก
ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อนเป็นช่วงที่น่าเที่ยวตุนหวงมาก อากาศยังไม่ร้อนโหดเกินไป ท้องฟ้ามักเปิด แสงสวย และเหมาะกับการเดินเที่ยวทั้งถ้ำม่อเกา ภูเขาทรายหมิงซาซาน และทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว
ช่วงนี้เหมาะกับคนที่อยากเดินทางสบายกว่าหน้าร้อนเต็มตัว ถ่ายรูปทะเลทรายได้สวย และยังพอเดินกลางแจ้งได้โดยไม่เหนื่อยเกินไป แนะนำให้เตรียมเสื้อแขนยาว หมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดด เพราะแดดในเมืองทะเลทรายแรงกว่าที่คิด
กรกฎาคม-สิงหาคม: ทะเลทรายสวย แต่แดดแรงมาก
หน้าร้อนเป็นช่วงที่ตุนหวงมีแสงจัด ฟ้าสวย และทะเลทรายดูทองมาก แต่ต้องเตรียมตัวเรื่องอากาศร้อนและแดดแรง โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ถ้าจะเที่ยวภูเขาทรายหมิงซาซานหรือทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว แนะนำไปช่วงเช้าตรู่หรือเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก จะเที่ยวสบายและได้รูปสวยกว่า
ข้อดีของช่วงนี้คือบรรยากาศทะเลทรายชัดมาก เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพแบบซีนใหญ่ ๆ ฟ้าใส เนินทรายสีทอง และแสงเย็นสวย ๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเดินกลางแดดนานเกินไป
กันยายน-ตุลาคม: ช่วงยอดนิยม อากาศดี ถ่ายรูปสวย
ถ้าเลือกได้ กันยายนถึงตุลาคมเป็นหนึ่งในช่วงที่น่าเที่ยวตุนหวงที่สุด อากาศเริ่มเย็นลงกว่าหน้าร้อน เดินเที่ยวกลางแจ้งได้สบายขึ้น และแสงยังสวยมาก เหมาะกับคนที่อยากเก็บทั้งถ้ำม่อเกา ทะเลทราย และด่านโบราณในทริปเดียว
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะกับการไปภูเขาทรายหมิงซาซานตอนเย็นมาก เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไป แสงพระอาทิตย์ตกกระทบเนินทรายสวย และถ่ายรูปกับทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยวออกมาดีมาก
พฤศจิกายน-มีนาคม: หนาว แห้ง และนักท่องเที่ยวน้อยกว่า
ช่วงปลายปีถึงต้นปีอากาศจะเย็นถึงหนาว โดยเฉพาะเช้าและกลางคืน นักท่องเที่ยวอาจน้อยกว่าช่วงพีค ทำให้บางสถานที่เที่ยวสงบขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศเงียบและไม่อยากเจอคนเยอะ
แต่ข้อควรระวังคืออากาศแห้งและหนาว บางวันลมแรง และบางกิจกรรมกลางแจ้งอาจไม่สบายเท่าช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง ถ้าไปช่วงนี้ควรเตรียมเสื้อกันหนาวที่กันลมได้ดี
ถ้าเป็นทริปแรกของตุนหวง แนะนำช่วงเมษายน-มิถุนายน หรือกันยายน-ตุลาคม เพราะอากาศบาลานซ์ที่สุด เดินเที่ยวได้ง่าย และถ่ายรูปทะเลทรายออกมาสวยมาก
วิธีเดินทางจากไทยไปตุนหวง (Dunhuang)
บินจากไทยไปตุนหวง (Dunhuang)
จากไทยยังไม่มีเส้นทางยอดนิยมที่บินตรงสู่ตุนหวงแบบสะดวกเหมือนเมืองใหญ่ ส่วนมากต้องบินจากกรุงเทพฯ ไปเมืองหลักของจีนก่อน เช่น ซีอาน (Xi’an), หลานโจว (Lanzhou), เฉิงตู (Chengdu), ฉงชิ่ง (Chongqing), ปักกิ่ง (Beijing) หรือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) แล้วต่อไฟลต์ภายในประเทศไปยังสนามบินตุนหวงม่อเกา (Dunhuang Mogao International Airport)
ถ้าอยากจัดทริปให้ลื่น แนะนำเลือกเมืองต่อเครื่องที่มีไฟลต์ไปตุนหวงสะดวก และเผื่อเวลาต่อเครื่องให้พอ เพราะไฟลต์ภายในจีนอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
เดินทางผ่านหลานโจว (Lanzhou) หรือซีอาน (Xi’an)
อีกวิธีที่นิยมคือบินจากไทยไปเมืองใหญ่อย่างหลานโจว (Lanzhou) หรือซีอาน (Xi’an) แล้วต่อรถไฟหรือไฟลต์ไปตุนหวง วิธีนี้เหมาะกับคนที่อยากทำทริปเส้นทางสายไหมจีนแบบยาวขึ้น เช่น ซีอาน - จางเย่ - เจียยวี่กวน - ตุนหวง หรือหลานโจว - จางเย่ - ตุนหวง
ถ้ามีเวลา 7-10 วัน สามารถจัดเส้นทางแบบ Road Trip หรือรถไฟสายไหมจีนได้เลย จะได้เห็นเมืองทะเลทราย ภูเขาสีรุ้ง ด่านโบราณ และถ้ำพุทธศิลป์หลายจุดในทริปเดียว
การเดินทางในตุนหวง (Dunhuang)
ในเมืองตุนหวง การเดินทางไปสถานที่เที่ยวหลักค่อนข้างสะดวกเมื่อเทียบกับเมืองทะเลทรายอื่น ๆ เพราะหลายจุดอยู่ไม่ไกลตัวเมืองมาก เช่น ภูเขาทรายหมิงซาซานและทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้เมือง ส่วนถ้ำม่อเกาอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้
วิธีเดินทางในตุนหวงมีหลายแบบ
- แท็กซี่หรือรถเรียกผ่านแอป เหมาะกับการไปสถานที่ใกล้เมือง
- รถเช่าพร้อมคนขับ เหมาะกับการเก็บหลายจุดในวันเดียว
- ทัวร์ท้องถิ่น เหมาะกับคนที่ไม่อยากจัดการตั๋วและเส้นทางเอง
- เดย์ทริป เหมาะกับเส้นทางที่ต้องออกไปไกล เช่น ด่านหยางกวน ด่านอวี้เหมินกวน หรือเมืองผีหย่าตาน
ถ้าเป็นทริปแรก แนะนำใช้ทัวร์หรือรถพร้อมคนขับอย่างน้อยบางวัน เพราะตุนหวงมีสถานที่เที่ยวกลางแจ้งและจุดที่อยู่ไกลเมือง การมีรถช่วยให้จัดเวลาได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะถ้าอยากเก็บแสงเย็นที่ทะเลทราย
สถานที่เที่ยวตุนหวง (Dunhuang) ที่ไม่ควรพลาด
ถ้ำม่อเกา (Mogao Caves): มรดกโลกแห่งเส้นทางสายไหมจีน
ถ้าพูดถึงตุนหวง สถานที่แรกที่ควรอยู่ในแพลนคือถ้ำม่อเกา (Mogao Caves) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อถ้ำพระพันองค์ ที่นี่เป็นกลุ่มถ้ำพุทธศิลป์ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาใกล้เมืองตุนหวง และถือเป็นหนึ่งในสมบัติทางศิลปะและประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของจีน
ถ้ำม่อเกาไม่ใช่ถ้ำธรรมดาที่เข้าไปดูหินหรือโถงกว้าง ๆ แต่เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในหน้าผา ภายในมีทั้งภาพจิตรกรรมฝาผนัง พระพุทธรูปปั้น และเรื่องราวทางพุทธศาสนาที่สะท้อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมบนเส้นทางสายไหม จุดที่น่าทึ่งคือสี รายละเอียด และเรื่องเล่าบนผนังถ้ำที่ยังทำให้รู้สึกถึงฝีมือของผู้คนในอดีตได้ชัดมาก
ความประทับใจของถ้ำม่อเกาคือมันทำให้เรารู้สึกว่าเส้นทางสายไหมไม่ได้มีแค่การค้า แต่ยังมีศาสนา ศิลปะ ความเชื่อ และผู้คนจากหลายวัฒนธรรมเดินทางมาพบกันจริง ๆ ถ้าเที่ยวตุนหวงโดยไม่มาถ้ำม่อเกา จะเหมือนมาไม่ถึงแก่นของเมืองนี้
ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดที่ถ้ำม่อเกา (Mogao Caves)
- ชมจิตรกรรมฝาผนังในถ้ำ เป็นไฮไลท์ที่ทำให้ถ้ำม่อเกามีชื่อเสียงมาก ภาพวาดมีทั้งเรื่องราวพุทธศาสนา เทวดา นักดนตรี เครื่องแต่งกาย และวิถีชีวิตในอดีต
- ดูพระพุทธรูปและประติมากรรมภายในถ้ำ แต่ละถ้ำมีขนาดและบรรยากาศต่างกัน บางถ้ำมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ บางถ้ำมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ต้องค่อย ๆ สังเกต
- เรียนรู้เรื่องเส้นทางสายไหมผ่านศิลปะ จุดนี้ทำให้การเที่ยวถ้ำม่อเกาไม่ใช่แค่ดูภาพสวย แต่ได้เข้าใจว่าตุนหวงเคยเป็นจุดเชื่อมวัฒนธรรมที่สำคัญแค่ไหน
- เก็บภาพด้านนอกของกลุ่มถ้ำ แม้ภายในหลายถ้ำอาจไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แต่ด้านนอกของหน้าผาและสถาปัตยกรรมก็สวยมาก เหมาะกับการถ่ายภาพบรรยากาศของสถานที่
ทริคสำคัญคือควรจองตั๋วหรือรอบเข้าชมล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน เพราะถ้ำม่อเกามีระบบควบคุมจำนวนผู้เข้าชมเพื่อรักษาสภาพจิตรกรรมและงานศิลปะภายใน และควรเผื่อเวลาให้ที่นี่อย่างน้อยครึ่งวัน เพราะเป็นสถานที่ที่ควรเดินแบบไม่รีบ
ภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain): เนินทรายสีทองที่เหมือนหลุดเข้าไปในหนัง
ภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain) เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ตุนหวงมีภาพจำชัดมาก เพราะที่นี่คือทะเลทรายสีทองขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เดินทางง่าย และมีกิจกรรมให้ทำเยอะ ทั้งเดินขึ้นเนินทราย ขี่อูฐ ถ่ายรูปชุดจีนโบราณ หรือรอดูพระอาทิตย์ตก
คำว่า “หมิงซา” มีความหมายประมาณว่า “ทรายร้องเพลง” เพราะเมื่อมีลมหรือเมื่อทรายเคลื่อนตัว อาจเกิดเสียงคล้ายเสียงก้องจากเนินทราย เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่ทำให้พื้นที่นี้มีเสน่ห์มากขึ้น
ความสวยของหมิงซาซานอยู่ที่สเกลของทะเลทราย เนินทรายสูง ๆ ที่ไล่ระดับกันไป แสงแดดที่กระทบเม็ดทรายจนกลายเป็นสีทอง และเส้นเงาบนสันทรายที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก
ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดที่ภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain)
- ขี่อูฐกลางทะเลทราย เป็นกิจกรรมคลาสสิกของตุนหวง ได้ฟีลเหมือนย้อนกลับไปในยุคคาราวานบนเส้นทางสายไหม แนะนำถ่ายภาพจากระยะไกลให้เห็นขบวนอูฐบนสันทราย จะได้ฟีลมาก
- เดินขึ้นเนินทรายเพื่อชมวิว แม้จะเหนื่อยกว่าที่คิด เพราะเดินบนทรายต้องใช้แรงเยอะ แต่พอขึ้นไปถึงมุมสูง วิวทะเลทรายและเมืองตุนหวงด้านล่างจะสวยมาก
- ถ่ายรูปช่วงพระอาทิตย์ตก เป็นช่วงที่แสงดีที่สุดของหมิงซาซาน เนินทรายจะเปลี่ยนเป็นสีทองเข้ม เงาทรายชัด และภาพจะดูมีมิติมาก
- ลองเช่าชุดจีนโบราณหรือชุดสไตล์สายไหม ถ้าอยากได้ภาพที่เข้ากับบรรยากาศทะเลทรายมากขึ้น การใส่ชุดโทนแดง ขาว ครีม หรือทอง จะถ่ายออกมาสวยมาก
ควรหลีกเลี่ยงการไปกลางวันในหน้าร้อน เพราะแดดแรงและทรายร้อนมาก ช่วงที่เหมาะที่สุดคือเช้าตรู่หรือเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก
ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring): โอเอซิสกลางทะเลทรายที่สวยเกินจริง
ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring) เป็นแลนด์มาร์กที่อยู่คู่กับภูเขาทรายหมิงซาซาน และเป็นหนึ่งในภาพที่หลายคนนึกถึงทันทีเมื่อพูดถึงตุนหวง ที่นี่เป็นโอเอซิสรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ตั้งอยู่กลางเนินทรายสีทอง ดูแปลกตาและสวยมาก เหมือนธรรมชาติตั้งใจจัดองค์ประกอบให้ถ่ายรูปออกมาพอดี
ความพิเศษของทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยวคือภาพของน้ำสีเขียวอมฟ้าที่อยู่ท่ามกลางทรายสีทอง ด้านข้างมีอาคารสไตล์จีนโบราณ ทำให้ภาพรวมดูเหมือนฉากในนิยายจีนหรือหนังย้อนยุค ถ้าไปช่วงเย็น แสงพระอาทิตย์จะตกกระทบเนินทรายและผิวน้ำ ทำให้บรรยากาศโรแมนติกมาก
ที่นี่เหมาะกับทั้งคนที่ชอบถ่ายรูปและคนที่อยากเดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ เพราะสามารถใช้เวลานั่งดูแสงเปลี่ยน เดินรอบทะเลสาบ หรือขึ้นมุมสูงเพื่อถ่ายภาพโอเอซิสจากด้านบนได้
ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดที่ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring)
- ถ่ายรูปมุมสูงจากเนินทราย เป็นมุมที่เห็นรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวของทะเลสาบชัดที่สุด ถ้าเดินขึ้นไปได้จะคุ้มมาก เพราะเห็นทั้งทะเลสาบ อาคารจีน และเนินทรายรอบ ๆ
- เดินชมทะเลสาบช่วงเย็น เป็นช่วงที่แสงนุ่มและไม่ร้อนเกินไป ภาพสะท้อนของอาคารกับผิวน้ำจะสวยมาก
- รอชมแสงไฟตอนค่ำ ถ้ามีเวลาอยู่ต่อหลังพระอาทิตย์ตก บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกแบบ แสงไฟรอบทะเลสาบทำให้พื้นที่ดูมีเสน่ห์มากขึ้น
- ถ่ายรูปกับเนินทรายและอาคารจีนโบราณ เป็นมุมที่ให้ฟีลตุนหวงชัดมาก เหมาะกับภาพเปิดบทความหรือภาพปกโซเชียล
ถ้าอยากได้รูปสวย แนะนำไปช่วงเย็นและเผื่อเวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้าง และการเดินบนทรายใช้เวลามากกว่าที่คิด
ด่านหยางกวน (Yangguan Pass): ด่านโบราณที่เล่าเรื่องการเดินทางบนเส้นทางสายไหม
ด่านหยางกวน (Yangguan Pass) เป็นหนึ่งในด่านโบราณสำคัญทางตะวันตกของจีน และเป็นจุดที่เชื่อมโยงกับเส้นทางสายไหมอย่างชัดเจน ถ้าอยากเข้าใจว่าผู้คนในอดีตเดินทางออกจากจีนไปยังโลกตะวันตกอย่างไร ด่านนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ควรมา
บรรยากาศของหยางกวนต่างจากถ้ำม่อเกาและทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว ที่นี่ให้ความรู้สึกกว้าง แห้ง และเงียบกว่า รอบ ๆ เป็นพื้นที่ทะเลทรายและภูมิประเทศโล่ง ๆ ทำให้จินตนาการได้ไม่ยากว่าการเดินทางในอดีตต้องใช้ความกล้ามากแค่ไหน
แม้สิ่งก่อสร้างโบราณบางส่วนจะไม่ได้สมบูรณ์เหมือนเมืองเก่าใหญ่ ๆ แต่เสน่ห์ของหยางกวนอยู่ที่ความรู้สึกของสถานที่ เหมือนเรากำลังยืนอยู่ตรงขอบของโลกจีนโบราณ ก่อนที่ผู้คนจะออกเดินทางไกลไปยังดินแดนอื่น
ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดที่ด่านหยางกวน (Yangguan Pass)
- ชมพิพิธภัณฑ์และเรื่องราวเส้นทางสายไหม จะช่วยให้เข้าใจบริบทของด่านหยางกวนมากขึ้น ไม่ใช่แค่เห็นซากโบราณสถานแล้วเดินผ่าน
- ถ่ายรูปกับภูมิประเทศทะเลทรายกว้าง ๆ มุมนี้ให้ฟีลเส้นทางสายไหมมาก เพราะเห็นความเวิ้งว้างของพื้นที่รอบด่าน
- เดินชมจุดโบราณสถานและหอคอย เป็นมุมที่เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์และภาพแนวโบราณ
- ลองจินตนาการเส้นทางคาราวานในอดีต จุดนี้เป็นหนึ่งในเสน่ห์ของหยางกวน เพราะสถานที่ทำให้เรารู้สึกถึงการเดินทางจริง ๆ มากกว่าการอ่านจากหนังสือ
ด่านหยางกวนเหมาะกับคนที่อินกับประวัติศาสตร์ ถ้าอยากให้เที่ยวสนุกขึ้น แนะนำอ่านเรื่องเส้นทางสายไหมมาก่อนเล็กน้อย จะช่วยให้สถานที่นี้มีความหมายมากขึ้นเยอะ
ด่านอวี้เหมินกวน (Yumen Pass): ประตูหยกแห่งทะเลทราย
ด่านอวี้เหมินกวน (Yumen Pass) หรือประตูหยก เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญบนเส้นทางสายไหม และมักถูกจัดรวมในเส้นทางเที่ยวรอบนอกตุนหวงร่วมกับเมืองผีหย่าตาน (Yardang Ghost City) หรือกำแพงเมืองจีนยุคฮั่นบางส่วน
ชื่ออวี้เหมินกวนมีความหมายเกี่ยวกับ “ประตูหยก” เพราะในอดีตหยกจากดินแดนทางตะวันตกเคยถูกนำเข้าจีนผ่านเส้นทางนี้ ทำให้ด่านนี้มีความสำคัญทั้งทางการค้าและการทหาร
บรรยากาศของอวี้เหมินกวนค่อนข้างโล่งและเงียบ มีความเวิ้งว้างของทะเลทรายและซากโบราณสถานที่ตั้งอยู่กลางพื้นที่กว้างใหญ่ ถ้าชอบภาพแนวประวัติศาสตร์ผสมธรรมชาติ ที่นี่เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปได้มีอารมณ์มาก
ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดที่ด่านอวี้เหมินกวน (Yumen Pass)
- ชมซากประตูด่านโบราณ เป็นจุดหลักที่สะท้อนความสำคัญของเส้นทางสายไหมในอดีต
- ถ่ายรูปกับภูมิประเทศโล่ง ๆ รอบด่าน มุมนี้เหมาะกับภาพที่สื่อถึงความเวิ้งว้างของทะเลทรายและการเดินทางไกล
- เรียนรู้เรื่องการค้าและเส้นทางหยก ถ้าชอบประวัติศาสตร์ จะทำให้เข้าใจว่าทำไมด่านนี้ถึงมีความสำคัญกับจีนโบราณ
- จัดรวมกับเมืองผีหย่าตานในวันเดียว เพราะอยู่ในเส้นทางรอบนอกตุนหวงที่สามารถเที่ยวต่อกันได้
อวี้เหมินกวนอาจไม่ใช่จุดที่หวือหวาสำหรับทุกคน แต่ถ้าชอบเส้นทางสายไหมและประวัติศาสตร์จีนตะวันตก ที่นี่ช่วยเติมภาพของตุนหวงให้ครบขึ้นมาก
เมืองผีหย่าตาน (Yardang Ghost City): ภูมิประเทศทะเลทรายที่เหมือนอยู่บนดาวอีกดวง
เมืองผีหย่าตาน (Yardang Ghost City) เป็นแหล่งภูมิประเทศหินและดินที่ถูกลมกัดเซาะจนกลายเป็นรูปร่างแปลกตา ตั้งอยู่ในพื้นที่ทะเลทรายห่างจากตัวเมืองตุนหวงออกไปพอสมควร ชื่อ “เมืองผี” มาจากเสียงลมที่พัดผ่านพื้นที่โล่งและรูปร่างของหินที่ดูเหมือนซากเมืองลึกลับกลางทะเลทราย
ที่นี่ให้ฟีลต่างจากสถานที่อื่นในตุนหวงมาก เพราะไม่ได้มีวัด ถ้ำ หรือทะเลสาบ แต่เป็นวิวธรรมชาติที่ดูแห้ง ดิบ และเหนือจริง เหมือนหลุดไปอยู่ในฉากหนังไซไฟหรือดาวเคราะห์อีกดวง
ถ้าอยากถ่ายรูปแนวทะเลทรายแบบลึกลับ มีเส้นถนนยาว ๆ ภูมิประเทศแปลกตา และแสงเย็นสวย ๆ เมืองผีหย่าตานเป็นจุดที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบภาพ landscape
ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดที่เมืองผีหย่าตาน (Yardang Ghost City)
- ชมภูมิประเทศหินรูปทรงแปลกตา แต่ละก้อนมีรูปทรงไม่เหมือนกัน บางมุมดูเหมือนเรือ บางมุมดูเหมือนปราสาทหรือสัตว์
- ถ่ายรูปช่วงแสงเย็น แสงจะทำให้เงาของหินชัดขึ้น และภาพดูมีมิติมากกว่าช่วงกลางวัน
- สัมผัสบรรยากาศทะเลทรายแบบเวิ้งว้าง ที่นี่เหมาะกับคนที่อยากเห็นความใหญ่และความเงียบของธรรมชาติ
- จัดเป็นเดย์ทริปรอบนอกตุนหวง เพราะเดินทางค่อนข้างไกล ควรเที่ยวรวมกับด่านอวี้เหมินกวนหรือจุดใกล้เคียงเพื่อให้คุ้มเวลา
ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก แว่นกันแดด และเสื้อกันลม เพราะพื้นที่นี้โล่ง แดดแรง และลมอาจแรงกว่าที่คิด
ตลาดกลางคืนตุนหวง (Dunhuang Night Market): ปิดท้ายวันด้วยอาหารและของฝาก
หลังจากเที่ยวถ้ำและทะเลทรายมาทั้งวัน ตลาดกลางคืนตุนหวง (Dunhuang Night Market) เป็นจุดที่เหมาะมากสำหรับปิดท้ายวัน ที่นี่มีทั้งร้านอาหารท้องถิ่น ของกินเล่น ผลไม้แห้ง เครื่องเทศ ของฝาก งานคราฟต์ และของที่ระลึกสไตล์เส้นทางสายไหม
บรรยากาศตลาดจะคึกคักในตอนกลางคืน เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องรีบ ลองชิมอาหารท้องถิ่น หรือซื้อของฝากเล็ก ๆ กลับบ้าน ใครชอบถ่ายรูปแนวสตรีทก็มีมุมไฟนีออน ป้ายร้าน และบรรยากาศตลาดให้เก็บภาพเยอะ
ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดที่ตลาดกลางคืนตุนหวง (Dunhuang Night Market)
- ลองบะหมี่ท้องถิ่นและอาหารเส้น เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนขึ้นชื่อเรื่องเมนูเส้นและแป้ง กินง่ายและอิ่มมาก
- ชิมเนื้อแกะย่างและของเสียบไม้ เป็นเมนูที่เข้ากับบรรยากาศเมืองทะเลทรายมาก กลิ่นเครื่องเทศชัดและรสเข้ม
- ซื้อผลไม้แห้ง ถั่ว และของฝากท้องถิ่น เหมาะกับการพกกลับไทยหรือซื้อฝากเพื่อนร่วมงาน
- เดินดูของที่ระลึกสไตล์เส้นทางสายไหม เช่น ผ้าพันคอ งานศิลปะจำลอง ลายอูฐ หรือของตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากถ้ำม่อเกา
- ตลาดกลางคืนเป็นจุดที่ช่วยให้ทริปตุนหวงมีชีวิตชีวามากขึ้น หลังจากกลางวันเจอวิวทะเลทรายและสถานที่ประวัติศาสตร์ กลางคืนก็ได้มาเจอบรรยากาศสนุก ๆ ของเมือง
ตัวอย่างแพลนทัวร์ตุนหวง (Dunhuang) 4 วัน 3 คืน
แพลนนี้เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด แต่อยากเก็บไฮไลท์หลักของตุนหวงให้ครบ ทั้งถ้ำม่อเกา ทะเลทราย ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว และด่านโบราณ
Day 1: กรุงเทพฯ - เมืองต่อเครื่อง - ตุนหวง (Dunhuang)
เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองต่อเครื่อง เช่น ซีอาน (Xi’an), หลานโจว (Lanzhou), เฉิงตู (Chengdu) หรือฉงชิ่ง (Chongqing) แล้วต่อไฟลต์ภายในประเทศไปตุนหวง
เมื่อถึงตุนหวง เข้าโรงแรม พักผ่อน และถ้ายังมีแรง แนะนำเดินเล่นตลาดกลางคืนตุนหวง (Dunhuang Night Market) เพื่อหาอะไรกินและเริ่มสัมผัสบรรยากาศเมืองทะเลทราย
Day 2: ถ้ำม่อเกา (Mogao Caves) - ภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain) - ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring)
ช่วงเช้าไปถ้ำม่อเกา (Mogao Caves) ใช้เวลาชมงานศิลปะและเรียนรู้ประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหมแบบไม่ต้องรีบ จุดนี้ควรจองรอบเข้าชมล่วงหน้าและเผื่อเวลาให้พอ
ช่วงบ่ายกลับมาพักสั้น ๆ แล้วค่อยไปภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain) และทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring) ช่วงเย็น เพราะแสงสวยและอากาศสบายกว่ากลางวัน รอดูพระอาทิตย์ตกที่เนินทราย แล้วถ่ายรูปโอเอซิสกลางทะเลทราย
Day 3: ด่านหยางกวน (Yangguan Pass) - ด่านอวี้เหมินกวน (Yumen Pass) - เมืองผีหย่าตาน (Yardang Ghost City)
วันนี้เป็นวันเที่ยวรอบนอกตุนหวง ควรใช้รถพร้อมคนขับหรือเดย์ทริป เพราะระยะทางค่อนข้างไกล เริ่มจากด่านหยางกวน (Yangguan Pass) เพื่อเรียนรู้เรื่องเส้นทางสายไหม ต่อด้วยด่านอวี้เหมินกวน (Yumen Pass) หรือประตูหยก แล้วปิดท้ายที่เมืองผีหย่าตาน (Yardang Ghost City) เพื่อชมภูมิประเทศทะเลทรายรูปร่างแปลกตา
วันนี้ควรเตรียมน้ำดื่ม ขนม หมวก แว่นกันแดด และเสื้อกันลม เพราะหลายจุดเป็นพื้นที่โล่งและแดดแรง
Day 4: ตุนหวง (Dunhuang) - เมืองต่อเครื่อง - กรุงเทพฯ
เช็กเอาต์จากโรงแรม ถ้ามีเวลาอาจแวะซื้อของฝากหรือเดินเล่นในเมืองก่อนเดินทางไปสนามบินตุนหวงม่อเกา (Dunhuang Mogao International Airport) แล้วต่อเครื่องกลับไทย
ถ้ามีเวลาเพิ่มเป็น 5-6 วัน สามารถเพิ่มเมืองเจียยวี่กวน (Jiayuguan), จางเย่ (Zhangye) หรือหลานโจว (Lanzhou) เข้าไปในเส้นทางสายไหมจีนได้ จะทำให้ทริปสมบูรณ์ขึ้นมาก
จุดถ่ายรูปสวยในตุนหวง (Dunhuang) ที่ควรปักหมุด
ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring) จากมุมสูง
มุมนี้เป็นภาพจำของตุนหวง ถ้าเดินขึ้นเนินทรายได้ จะเห็นรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวของทะเลสาบชัดมาก มีเนินทรายล้อมรอบและอาคารจีนเป็นฉากประกอบ ภาพสวยมากโดยเฉพาะช่วงเย็น
ขบวนอูฐที่ภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain)
ถ่ายจากระยะไกลให้เห็นอูฐเดินเรียงกันบนสันทราย จะได้ภาพที่ให้ฟีลเส้นทางสายไหมจีนชัดมาก ถ้าแสงเย็นตกกระทบทรายพอดี ภาพจะดูเหมือนโปสเตอร์ท่องเที่ยว
ด้านหน้าถ้ำม่อเกา (Mogao Caves)
ถึงแม้ภายในถ้ำหลายจุดจะไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แต่พื้นที่ด้านนอกของกลุ่มถ้ำและอาคารหน้าผาก็เป็นมุมที่สวยและมีเอกลักษณ์มาก เหมาะกับการเก็บภาพบรรยากาศมรดกโลก
ด่านหยางกวน (Yangguan Pass) กับทะเลทรายโล่ง ๆ
มุมนี้เหมาะกับคนที่ชอบภาพมีเรื่องเล่า ถ่ายให้เห็นด่านโบราณกับพื้นที่ทะเลทรายกว้าง ๆ จะได้ฟีลการเดินทางบนเส้นทางสายไหมมาก
เมืองผีหย่าตาน (Yardang Ghost City) ตอนแสงเย็น
แสงเย็นจะทำให้รูปทรงหินดูมีมิติ เงาชัด และภาพดูดราม่ามากขึ้น เหมาะกับภาพแนว landscape หรือภาพฟีลลึกลับกลางทะเลทราย
เที่ยวตุนหวงด้วยตัวเองยากไหม
เที่ยวตุนหวงด้วยตัวเองทำได้ แต่ต้องวางแผนดี โดยเฉพาะเรื่องตั๋วเข้าชมถ้ำม่อเกา การเดินทางไปสถานที่รอบนอกเมือง และช่วงเวลาเที่ยวทะเลทราย เพราะถ้าเลือกเวลาไม่ดี อาจเจอแดดแรงจนเที่ยวไม่สนุก
ถ้าเคยเที่ยวจีนมาก่อน ใช้แอปแปลภาษาได้ และจองตั๋วหรือเรียกรถเองได้ ตุนหวงเป็นเมืองที่เที่ยวเองได้สนุกมาก เพราะสถานที่หลักบางจุดอยู่ไม่ไกลตัวเมือง แต่ถ้าเป็นครั้งแรกในจีน หรือไม่อยากจัดการเรื่องรถและรอบเข้าชมเอง แนะนำจองทัวร์ตุนหวงหรือรถพร้อมคนขับ จะช่วยให้เที่ยวลื่นขึ้นเยอะ
ของที่ควรเตรียมก่อนเที่ยวตุนหวงด้วยตัวเอง
- แอปแปลภาษา
- แอปแผนที่จีน เช่น Amap หรือ Baidu Maps
- วิธีจ่ายเงินที่ใช้ในจีนได้
- ตั๋วหรือรอบเข้าชมถ้ำม่อเกาล่วงหน้า
- หมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดด
- เสื้อคลุมกันแดดหรือเสื้อกันลม
- รองเท้าเดินสบายที่เดินบนทรายได้
- ซองกันทรายหรือถุงซิปสำหรับมือถือและกล้อง
- น้ำดื่ม โดยเฉพาะวันที่ออกไปทะเลทรายหรือเมืองผีหย่าตาน
วิธีที่บาลานซ์ที่สุดคือเที่ยวเองในตัวเมืองและโซนใกล้ ๆ เช่น ตลาดกลางคืน ภูเขาทรายหมิงซาซาน และทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว แล้วใช้ทัวร์หรือรถพร้อมคนขับสำหรับเส้นทางไกล เช่น ด่านหยางกวน ด่านอวี้เหมินกวน และเมืองผีหย่าตาน
อาหารตุนหวง (Dunhuang) ที่ควรลอง
อาหารของตุนหวงมีกลิ่นอายจีนตะวันตกเฉียงเหนือชัดมาก เมนูส่วนใหญ่จะเน้นแป้ง เส้น เนื้อแกะ เครื่องเทศ และรสเข้ม เหมาะกับอากาศแห้งและเมืองทะเลทราย
บะหมี่เหลืองตุนหวง
เมนูเส้นเป็นหนึ่งในอาหารที่ควรลองในตุนหวง เส้นมักมีความหนึบ กินกับซอสหรือเนื้อที่ปรุงรสเข้มข้น เป็นมื้อที่อิ่มและเหมาะมากหลังจากเดินเที่ยวทั้งวัน
เนื้อแกะย่าง
เนื้อแกะย่างเป็นเมนูที่เข้ากับบรรยากาศเส้นทางสายไหมมาก มักปรุงด้วยเครื่องเทศและย่างจนหอม กินตอนกลางคืนในตลาดจะได้ฟีลเมืองทะเลทรายสุด ๆ
แป้งอบหรือขนมปังสไตล์จีนตะวันตกเฉียงเหนือ
อาหารประเภทแป้งพบได้บ่อยในภูมิภาคนี้ กินคู่กับเนื้อ ซุป หรืออาหารย่างได้ดี เป็นเมนูง่าย ๆ แต่ช่วยให้อิ่มนาน
ผลไม้แห้งและถั่ว
ด้วยสภาพอากาศแห้ง ผลไม้แห้งและถั่วเป็นของฝากที่เจอง่ายในตลาดตุนหวง เหมาะกับซื้อกลับบ้านหรือพกเป็นของกินเล่นระหว่างทริป
ถ้าไม่กินเนื้อแกะ หรือไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศแรง ๆ ควรบอกคนขายให้ชัด หรือเลือกร้านที่มีเมนูไก่ ผัก หรืออาหารเส้นแบบไม่ใส่เนื้อแกะแทน
งบประมาณทัวร์ตุนหวง (Dunhuang) ประมาณเท่าไร
งบเที่ยวตุนหวงขึ้นอยู่กับจำนวนวัน วิธีเดินทาง และสไตล์ทริป ถ้าเที่ยวเองและจองทุกอย่างล่วงหน้า งบอาจคุมได้พอสมควร แต่ถ้าเลือกทัวร์พร้อมรถส่วนตัว โรงแรมดี หรือรวมเส้นทางสายไหมหลายเมือง งบจะสูงขึ้นตามความสะดวก
ค่าใช้จ่ายหลักที่ควรเผื่อไว้มีดังนี้
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เมืองต่อเครื่อง-ตุนหวง (Dunhuang)
- ที่พักในตุนหวง
- ค่าเดินทางในเมืองและรถไปสถานที่รอบนอก
- ค่าเข้าชมถ้ำม่อเกา (Mogao Caves)
- ค่าเข้าชมภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain) และทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring)
- ค่ากิจกรรม เช่น ขี่อูฐ เช่าชุดถ่ายรูป หรือรถภายในแหล่งท่องเที่ยว
- ค่าอาหารและของฝาก
- ค่าทัวร์หรือรถพร้อมคนขับ ถ้าเลือกเที่ยวแบบสะดวก
ถ้าอยากคุมงบ แนะนำจองไฟลต์และโรงแรมล่วงหน้า เลือกพักในตัวเมืองตุนหวงที่เดินทางสะดวก และรวมสถานที่เที่ยวที่อยู่เส้นทางเดียวกันไว้ในวันเดียว จะช่วยลดค่าเดินทางได้เยอะ
สรุป: ตุนหวง (Dunhuang) คือเส้นทางสายไหมจีนที่ทั้งสวยและมีเรื่องเล่า
ตุนหวงเป็นเมืองที่ทำให้เห็นว่าจีนมีเสน่ห์มากกว่าเมืองใหญ่หรือแลนด์มาร์กยอดฮิต ที่นี่ไม่ได้มีแค่ทะเลทรายสวย แต่ยังมีเรื่องราวของเส้นทางสายไหม ศิลปะพุทธศาสนา ด่านโบราณ และโอเอซิสที่อยู่คู่เมืองมานาน
ถ้ำม่อเกา (Mogao Caves) ทำให้เห็นความยิ่งใหญ่ของศิลปะและวัฒนธรรมบนเส้นทางสายไหม ภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain) ให้ฟีลทะเลทรายสีทองที่ถ่ายรูปสวยมาก ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring) เป็นโอเอซิสที่สวยเหมือนภาพฝัน ส่วนด่านหยางกวน (Yangguan Pass), ด่านอวี้เหมินกวน (Yumen Pass) และเมืองผีหย่าตาน (Yardang Ghost City) ช่วยเติมภาพการเดินทางในอดีตให้ชัดขึ้น
ถ้าอยากเที่ยวจีนแบบไม่ซ้ำใคร และอยากได้ทริปที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และภาพถ่ายสวย ๆ ทัวร์ตุนหวงคือหนึ่งในเส้นทางที่ควรลองสักครั้งจริง ๆ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทัวร์ตุนหวง (Dunhuang)
Q: เที่ยวตุนหวงควรไปกี่วัน
A: ถ้าอยากเก็บไฮไลท์หลักของตุนหวง แนะนำ 4 วัน 3 คืน จะพอสำหรับถ้ำม่อเกา (Mogao Caves), ภูเขาทรายหมิงซาซาน (Mingsha Mountain), ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Spring), ด่านหยางกวน (Yangguan Pass) และเมืองผีหย่าตาน (Yardang Ghost City) แต่ถ้าอยากรวมเมืองอื่นในเส้นทางสายไหม เช่น จางเย่ (Zhangye) หรือเจียยวี่กวน (Jiayuguan) ควรมี 7-10 วัน
Q: ตุนหวงเที่ยวเองได้ไหมถ้าไม่พูดจีน
A: เที่ยวเองได้ แต่ต้องเตรียมตัวพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องจองตั๋วถ้ำม่อเกา การเรียกรถ และการเดินทางไปจุดรอบนอกเมือง ถ้าไม่พูดจีนเลย แนะนำใช้แอปแปลภาษา และอาจจองทัวร์หรือรถพร้อมคนขับในวันที่ออกไปเที่ยวไกล ๆ
Q: ถ้ำม่อเกาต้องจองล่วงหน้าไหม
A: แนะนำให้จองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน เพราะถ้ำม่อเกามีการควบคุมจำนวนผู้เข้าชมเพื่อช่วยดูแลและอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังภายในถ้ำ ควรเช็กรอบเข้าชมและเงื่อนไขล่าสุดก่อนเดินทาง
Q: เที่ยวตุนหวงเดือนไหนสวยที่สุด
A: ช่วงที่เที่ยวสบายและถ่ายรูปสวยคือเมษายน-มิถุนายน และกันยายน-ตุลาคม เพราะอากาศไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป เหมาะกับการเดินทะเลทรายและเที่ยวกลางแจ้ง ถ้าไปหน้าร้อนควรหลีกเลี่ยงแดดกลางวันและเน้นเที่ยวช่วงเช้าหรือเย็น
Q: ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยวควรไปเวลาไหน
A: ช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตกเป็นเวลาที่สวยมาก เพราะแสงจะนุ่ม เนินทรายเป็นสีทอง และอากาศไม่ร้อนเท่ากลางวัน ถ้ามีเวลาอยู่ต่อช่วงค่ำ จะได้เห็นแสงไฟรอบทะเลสาบในอีกบรรยากาศหนึ่ง
Q: ตุนหวงเหมาะกับผู้สูงอายุไหม
A: เหมาะได้ถ้าจัดแพลนไม่แน่นเกินไป ถ้ำม่อเกาและตลาดกลางคืนค่อนข้างเที่ยวได้ แต่โซนทะเลทรายอย่างภูเขาทรายหมิงซาซานอาจเดินยาก เพราะพื้นทรายทำให้ใช้แรงเยอะ ควรเลือกกิจกรรมเบา ๆ และมีรถรับส่งใกล้จุดเที่ยว
Q: ไปตุนหวงต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ
A: ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด เสื้อแขนยาวกันแดด รองเท้าที่เดินบนทรายได้ น้ำดื่ม และซองกันทรายสำหรับมือถือหรือกล้อง เพราะตุนหวงเป็นเมืองทะเลทราย อากาศแห้ง แดดแรง และบางจุดมีลมพัดทราย
บทความเที่ยวจีนเพิ่มเติม
เพิ่มเพื่อนกับ Klook บน LINE วันนี้ รับสิทธิพิเศษก่อนใคร!
แค่แอด หรือสแกน QR Code ก็เตรียมรับส่วนลดสูงสุดถึง 500 บาท ไปใช้กับกิจกรรม ทัวร์ การเดินทาง ที่พัก และอีกมากมายได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น! คุณจะได้รับข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดแบบเรียลไทม์ พร้อมดีลลับที่มีเฉพาะเพื่อนใน LINE เท่านั้น! รีบแอดเลย แล้ววางแผนทริปคุ้ม ๆ ไปกับ Klook
Klook คืออะไร?
Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร
เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา
🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง
- Facebook: @klookth
- Instagram: @klooktravel_th
- TikTok: @klookth
- YouTube: @klookTH
- LINE Official Account: @klookth












































