กระแสการไปเที่ยวจีนด้วยตัวเองกำลังมาแรงมาก โดยเฉพาะหลังจากที่จีนเปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย การจัดทริปไปตะลุยแดนมังกรก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และหนึ่งในเส้นทางยอดฮิตที่ได้รับการโหวตว่า "วิวสวยที่สุด" และ "เดินทางง่ายที่สุด" ก็คือเส้นทางมณฑลยูนนาน คุนหมิง (Kunming) - ต้าหลี่ (Dali) - ลี่เจียง (Lijiang)
หลายคนอาจจะเคยกังวลว่าการเดินทางข้ามเมืองในจีนจะลำบากหรือต้องนั่งรถบัสนานๆ ขอบอกเลยว่าลืมภาพเหล่านั้นไปได้เลย เพราะปัจจุบันเราสามารถนั่ง รถไฟความเร็วสูง (High-Speed Train) ยิงยาวเชื่อมทั้ง 3 เมืองนี้เข้าด้วยกันได้อย่างสะดวกสบาย ประหยัดเวลา แถมยังได้ชมวิวธรรมชาติสุดอลังการสองข้างทางแบบเต็มอิ่ม
บทความนี้จะมารีวิวแบบเจาะลึกจากประสบการณ์จริง เล่าทุกสเต็ปตั้งแต่การเตรียมตัว การจองตั๋ว ไปจนถึงแพลนเที่ยวแบบวันต่อวัน ที่รับรองว่ามือใหม่หัดเที่ยวจีนก็สามารถเซฟเก็บไว้แล้วทำตามได้เลยแบบไม่ต้องง้อทัวร์!
เตรียมตัวก่อนไปจีน อัปเดตล่าสุด! (Checklist สำคัญ)
ก่อนจะเริ่มจัดกระเป๋า มีสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมตัวเพื่อให้ทริปเที่ยวจีนราบรื่น ไม่มีสะดุด
1. วีซ่าจีน
ข่าวดีที่สุดสำหรับนักเดินทางชาวไทยคือตอนนี้ จีนฟรีวีซ่าให้คนไทยแล้ว! สามารถพกพาสปอร์ตไทยที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน ซื้อตั๋วเครื่องบิน แล้วบินเข้าประเทศจีนได้เลย พำนักได้สูงสุด 30 วัน ประหยัดทั้งเงินและเวลาในการทำวีซ่าไปได้เยอะมาก
2. อินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชันที่จำเป็น
ไปจีนถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตที่ทะลวงบล็อกได้คือจบ เพราะแอปที่เราใช้ประจำอย่าง LINE, Facebook, Instagram, Google Maps จะใช้งานไม่ได้หากใช้เน็ตท้องถิ่น
- ทางแก้ที่ดีที่สุด: แนะนำให้ซื้อ eSIM สำหรับใช้งานในจีนแผ่นดินใหญ่ จาก Klook หรือซิมการ์ดท่องเที่ยวจากไทยไปเลย เพราะเน็ตพวกนี้จะโรมมิ่งมาแล้ว ทำให้สามารถเล่นโซเชียลมีเดียได้ตามปกติแบบไม่ต้องมุด VPN ให้วุ่นวาย ซื้อผ่าน Klook สแกน QR Code ติดตั้งก่อนบิน ลงเครื่องปุ๊บเปิดเน็ตใช้ได้ปั๊บ สะดวกสุดๆ
- แอปที่ต้องโหลดติดเครื่อง:
- Alipay / WeChat: สังคมจีนเป็น Cashless Society แบบ 99% ร้านค้าริมทางไปจนถึงห้างสรรพสินค้าใช้การสแกนจ่ายทั้งหมด แนะนำให้โหลด Alipay มาผูกบัตรเครดิต/เดบิต (Travel Card) ของไทยไว้ให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง
- Baidu Maps / Apple Maps: Google Maps ในจีนจะไม่ค่อยแม่นยำและไม่อัปเดต ให้ใช้ Baidu Maps แทน หรือถ้าใช้ iPhone ตัว Apple Maps ก็ทำงานได้ดีมากในจีน
- Baidu Translate / Google Translate: โหลดแพ็กเกจภาษาจีนออฟไลน์ไว้เลย ได้ใช้คุยกับชาวท้องถิ่นแน่นอน
3. การจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงในจีน
หัวใจสำคัญของทริปนี้คือรถไฟความเร็วสูง การไปซื้อตั๋วหน้าสถานีเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก เพราะตั๋วอาจจะเต็ม หรือคุยกับเจ้าหน้าที่ไม่รู้เรื่อง
- ทริคแนะนำ: เพื่อความชัวร์และตัดปัญหาเรื่องภาษา สามารถเข้าไปจอง ตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีน ผ่าน Klook ได้เลย ระบบรองรับภาษาไทย จ่ายเงินด้วยบัตรไทยได้สะดวกมาก พอจองเสร็จเราจะได้ E-ticket นำพาสปอร์ตตัวจริงไปยื่นสแกนที่เกตทางเข้าสถานีรถไฟในจีนได้เลย ไม่ต้องไปต่อคิวแลกตั๋วกระดาษให้เสียเวลา!
แจกแพลนเที่ยว คุนหมิง - ต้าหลี่ - ลี่เจียง 6 วัน 5 คืน
แพลนนี้ออกแบบมาให้เดินทางแบบเป็นวงกลม บินลงที่คุนหมิง และนั่งรถไฟความเร็วสูงไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวกับสภาพอากาศและลดอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness)
Day 1: สวัสดีคุนหมิง (Kunming) - เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ
เริ่มต้นทริปด้วยการบินมาลงที่ สนามบินนานาชาติคุนหมิงฉางสุ่ย (KMG) คุนหมิงเป็นเมืองเอกของมณฑลยูนนาน อากาศดีตลอดปี ไม่หนาวจัดไม่ร้อนจัด
- เดินทางเข้าเมือง: จากสนามบินสามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย 6 เข้าสู่ตัวเมืองได้เลย ใช้เวลาประมาณ 40 นาที หรือถ้ามากันหลายคน แนะนำให้จองรถรับส่งสนามบินล่วงหน้าเพื่อความสะดวก ไม่ต้องลากกระเป๋าเบียดคนในรถไฟใต้ดิน
- ช่วงบ่าย: เดินเล่นชิลๆ ที่ สวนสาธารณะชุ่ยหู (Green Lake Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง หากมาช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-มีนาคม) จะได้พบกับฝูงนกนางนวลไซบีเรียหนีหนาวมาบินวนอยู่เต็มทะเลสาบ เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต
- ช่วงค่ำ: ฝากท้องที่ Nanqiang Street Night Market ตลาดกลางคืนที่เต็มไปด้วยสตรีทฟู้ดสไตล์ยูนนาน แนะนำให้ลอง "หมาล่าปิ้งย่าง" สไตล์ต้นตำรับ และ "เต้าหู้เหม็นย่าง" ที่กลิ่นอาจจะแรงแต่รสชาติอร่อยนัวมาก
Day 2: นั่งรถไฟความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่ "ต้าหลี่" (Dali)
เช้าวันนี้เราจะเริ่มใช้บริการรถไฟความเร็วสูงกันแล้ว แนะนำให้ไปถึงสถานีรถไฟ Kunming Railway Station หรือ Kunming South (เช็กในตั๋วให้ดีว่าขึ้นที่สถานีไหน) ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพราะสถานีรถไฟที่จีนใหญ่ระดับสนามบิน และต้องผ่านด่านตรวจสัมภาระ
- การเดินทาง: คุนหมิง ไป ต้าหลี่ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (วิวสองข้างทางสวยมาก อย่าเพิ่งหลับ!)
- เช็คอินเข้าที่พัก: เมื่อถึงสถานี Dali ให้ต่อรถบัสหรือเรียก Didi (แอปเรียกถ) ไปยังโซน เมืองโบราณต้าหลี่ (Dali Old Town) แนะนำให้หาที่พักในหรือใกล้เขตเมืองโบราณเพื่อความสะดวกในการเดินเที่ยว
- ช่วงบ่าย: เที่ยวชม เจดีย์สามองค์แห่งวัดฉงเซิ่ง (Chongsheng Temple and the Three Pagodas) สัญลักษณ์ของเมืองต้าหลี่ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาชางซาน ยิ่งใหญ่อลังการมาก
- ช่วงเย็น: เดินทอดน่องในเมืองโบราณต้าหลี่ ซึมซับบรรยากาศสถาปัตยกรรมสไตล์ไป๋ (Bai) แวะชิม "ขนมเปี๊ยะดอกกุหลาบ" ของฝากชื่อดังของยูนนาน อบมาร้อนๆ หอมกลิ่นกุหลาบสุดๆ
Day 3: ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเลียบทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ (Erhai Lake)
วันนีัจัดให้เป็นวันแห่งความชิล ต้าหลี่ขึ้นชื่อเรื่องความโรแมนติกและธรรมชาติที่งดงาม ไฮไลต์คือ ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ใสราวกับกระจก
- กิจกรรมแนะนำ: เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (หรือเหมารถหากขับไม่เป็น) ขับเลียบเส้นทางทะเลสาบ แวะถ่ายรูปตามจุดต่างๆ มีจุดถ่ายรูปสไตล์คาเฟ่ ม้านั่งกระจกใส รถเต่าคลาสสิก ให้สายคอนเทนต์ได้รัวชัตเตอร์ตลอดทาง
- แวะหมู่บ้านสี่โจว (Xizhou Ancient Town): หมู่บ้านเก่าแก่ที่ยังคงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม มีทุ่งข้าวสีกาญจน์กว้างใหญ่ (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล) อย่าลืมชิม "สี่โจวปาปา" (Xizhou Baba) แป้งทอดกรอบนอกนุ่มในสอดไส้หมูสับหรือไส้หวาน
- หมู่บ้านซวงหลาง (Shuanglang): อีกหนึ่งหมู่บ้านริมทะเลสาบที่มีคาเฟ่และที่พักสไตล์บูทีคเยอะมาก วิวพระอาทิตย์ตกที่นี่คือที่สุด
Day 4: สู่เมืองมรดกโลก "ลี่เจียง" (Lijiang)
บอกลาต้าหลี่ แล้วไปขึ้นรถไฟความเร็วสูงกันต่อ มุ่งหน้าสู่ ลี่เจียง เมืองมรดกโลกที่อยู่ในระดับความสูง 2,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
- การเดินทาง: ต้าหลี่ ไป ลี่เจียง ใช้เวลาเพียง 1.5 ชั่วโมง (วิวช่วงนี้จะเริ่มเห็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน)
- ช่วงบ่าย: เช็คอินเข้าที่พัก แนะนำให้พักใกล้ๆ หรือขอบนอกของ เมืองโบราณลี่เจียง (Lijiang Old Town / Dayan Old Town) การพักข้างในลึกๆ จะลำบากตอนลากกระเป๋าเดินทางบนถนนหินกรวด
- สำรวจเมืองโบราณลี่เจียง: เดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนไม้สไตล์น่าซี (Naxi) มีสายน้ำใสไหลผ่านหน้าบ้านทุกหลัง เดินขึ้นไปที่ สระมังกรดำ (Black Dragon Pool) จุดถ่ายรูปยอดฮิตที่จะเห็นเงาสะท้อนของภูเขาหิมะมังกรหยกในน้ำ (ถ้าฟ้าเปิด)
- ช่วงค่ำ: เมืองโบราณจะแปลงร่างเป็นแหล่งแฮงเอาท์ ร้านอาหาร ผับบาร์ เปิดไฟประดับประดาสวยงามมาก ลองชิม "ซี่โครงหมูตุ๋นยูนนาน" น้ำซุปร้อนๆ ซดแล้วคล่องคอ แก้หนาวได้ดีเยี่ยม
Day 5: ไฮไลต์ของทริป! พิชิตภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)
วันนี้คือวันไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย การไปเยือนภูเขาหิมะมังกรหยกเป็นระดับความสูง 4,500+ เมตร ควรเตรียมกระป๋องออกซิเจนพกติดตัวไปด้วย (หาซื้อได้ทั่วไปในเมืองลี่เจียง)
- ข้อควรระวัง: กระเช้าขึ้นยอดเขาหิมะมังกรหยก (Glacier Park Ropeway) จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน และตั๋วเต็มเร็วมากกกกก (ก.ไก่ล้านตัว) การกดจองเองผ่านแอปจีนเป็นเรื่องยากสำหรับชาวต่างชาติ
- ทางออกที่ดีที่สุด: ซื้อเป็น [แพ็กเกจทัวร์วันเดียว ภูเขาหิมะมังกรหยก จาก Klook] ไปเลย จะรวมทั้งตั๋วกระเช้าใหญ่, รถรับส่งจากลี่เจียง, เสื้อกันหนาว, กระป๋องออกซิเจน และมื้อเที่ยง คุ้มค่าและการันตีว่าได้ขึ้นแน่นอน ไม่ต้องไปวัดดวงหน้างาน
- ช่วงเช้า - นั่งกระเช้าพิชิตยอดเขา: นั่งกระเช้าทะลุเมฆขึ้นไปที่ระดับความสูง 4,506 เมตร และท้าทายตัวเองด้วยการเดินบันไดไม้ขึ้นไปให้ถึงจุดชมวิวสูงสุดที่ 4,680 เมตร วิวธารน้ำแข็งและภูเขาหิมะอลังการจนลืมหายใจ (เหนื่อยจนลืมหายใจด้วย ค่อยๆ เดินและสูดออกซิเจนเรื่อยๆ)
- ชมโชว์ Impression Lijiang: โชว์สุดยิ่งใหญ่ที่กำกับโดย จาง อี้โหมว ใช้นักแสดงท้องถิ่นนับร้อยชีวิต โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยกของจริง (ตั๋วรวมในบางแพ็กเกจทัวร์)
- ช่วงบ่าย - หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley): นั่งรถบัสอุทยานลงมาแวะที่นี่ น้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ใสปิ๊ง ไหลลดหลั่นเป็นชั้นน้ำตก สวยงามเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง
Day 6: เก็บตกลี่เจียง นั่งรถไฟตีตั๋วกลับคุนหมิง
วันสุดท้ายของทริป ตื่นเช้ามาสัมผัสอากาศเย็นๆ
- ช่วงเช้า: ไปเดินเล่นที่ หมู่บ้านยวี่หู (Yuhu Village) หมู่บ้านหินโบราณที่ตั้งอยู่ตีนเขาหิมะมังกรหยก คนไม่พลุกพล่าน บรรยากาศเงียบสงบ ได้ฟีลโลคอลแบบแท้จริง
- ช่วงบ่าย: นั่งรถไฟความเร็วสูงจากลี่เจียง ยิงยาวกลับมาที่คุนหมิง (ใช้เวลาประมาณ 3.5 - 4 ชั่วโมง) จากนั้นตรงไปที่สนามบินคุนหมิงเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมความทรงจำดีๆ เต็มกระเป๋า
เมนูเด็ดที่ต้องลองเมื่อมายูนนาน
มาเที่ยวรูตนี้ นอกจากการรับประทานอาหารจีนทั่วไปแล้ว ต้องไม่พลาดเมนูท้องถิ่น:
- ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน (Crossing the Bridge Noodles - 过桥米线): ซิกเนเจอร์ของยูนนาน เสิร์ฟน้ำซุปไก่เดือดปุดๆ แยกกับเส้นและเครื่องเคียง (เนื้อสัตว์สไลด์บางๆ ไข่นกกระทา ผักต่างๆ) ให้เราเอาทุกอย่างลงไปลวกในชามเอง น้ำซุปหวานกลมกล่อมมาก
- เนื้อจามรี (Yak Meat): โดยเฉพาะที่ลี่เจียงและแชงกรีล่า จะมีเมนูหม้อไฟเนื้อจามรี หรือเนื้อจามรีเสียบไม้ย่างหมาล่า เนื้อจะมีความเหนียวนุ่มและกลิ่นเฉพาะตัว (ไม่คาว)
- ขนมเปี๊ยะดอกกุหลาบ (Flower Pastry): ของฝากอันดับหนึ่ง ด้านในเป็นแยมดอกกุหลาบกวน หวานกำลังดี หอมทะลุแป้งออกมาเลย
บทความเที่ยวจีนเพิ่มเติม
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว คุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง
Q: ไปช่วงเดือนไหนสวยที่สุด?
A: แนะนำช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าโปร่ง ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม หรือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) อากาศกำลังดี ดอกไม้บานสะพรั่ง หากไปหน้าหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) จะหนาวจัดแต่ได้เห็นหิมะฟูๆ บนภูเขาแน่นอน
Q: อาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness) น่ากลัวไหม ป้องกันยังไง?
A: คุนหมิงและต้าหลี่ระดับความสูงยังไม่น่าห่วง แต่ที่ลี่เจียง (2,400ม.) และยอดเขาหิมะมังกรหยก (4,500ม.+) อาจทำให้มีอาการปวดหัว คลื่นไส้ หรือเหนื่อยหอบได้
วิธีป้องกัน: ดื่มน้ำเยอะๆ เคลื่อนไหวช้าๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานยา Diamox ล่วงหน้าก่อนขึ้นที่สูง 24 ชม. (ควรปรึกษาเภสัชกร) และพกกระป๋องออกซิเจนไว้สูดเมื่อรู้สึกเหนื่อย
Q: ห้องน้ำที่จีนเป็นยังไงบ้าง?
A: ปัจจุบันห้องน้ำสาธารณะในเมืองใหญ่และตามแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ในจีนได้รับการพัฒนาไปมาก ส่วนใหญ่สะอาดและทันสมัยขึ้นเยอะ (มีทั้งแบบนั่งยองและชักโครก) แต่แนะนำให้พกทิชชู่เปียก ทิชชู่แห้ง และเจลแอลกอฮอล์ติดตัวไว้เสมอ เพราะบางที่อาจจะไม่มีทิชชู่ให้
Q: พูดจีนไม่ได้เลย เที่ยวเองได้ไหม?
A: ได้แน่นอน! ภาษาอิงลิชอาจจะใช้ได้แค่ในโรงแรมใหญ่ๆ แต่แอปพลิเคชันแปลภาษา (Baidu Translate / Google Translate แบบออฟไลน์) จะเป็นตัวช่วยชีวิตที่ดีที่สุด ใช้การพิมพ์หรือพูดใส่แอปแล้วยื่นให้คนท้องถิ่นอ่านได้เลย คนจีนสมัยนี้ใจดีและพร้อมช่วยเหลือ
Q: ควรแลกเงินสดไปเท่าไหร่?
A: อย่างที่บอกว่าจีนเป็นสังคมไร้เงินสด แนะนำให้ผูกบัตร Travel Card กับ Alipay ให้พร้อมใช้งาน แลกเงินสดติดตัวไปแค่ประมาณ 1,000 - 2,000 หยวน ก็เพียงพอสำหรับเผื่อฉุกเฉิน หรือเอาไว้จ่ายร้านค้าริมทางเล็กๆ (ที่บางครั้งอาจไม่รับบัตรต่างชาติ)
เส้นทาง คุนหมิง - ต้าหลี่ - ลี่เจียง ด้วยรถไฟความเร็วสูง เป็นหนึ่งในทริปต่างประเทศที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ได้เห็นทั้งความเจริญของโครงสร้างพื้นฐานจีน ผสมผสานกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก และเมืองโบราณที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง หากเตรียมตัวให้พร้อม โหลดแอปที่จำเป็น และจองบริการต่างๆ เช่น ตั๋วรถไฟ หรือทัวร์ท้องถิ่นผ่าน Klook ไว้ล่วงหน้า รับรองว่าทริปนี้จะราบรื่นและฟินสุดๆ อย่างแน่นอน เก็บกระเป๋าแล้วออกไปลุยกันเลย!
เพิ่มเพื่อนกับ Klook บน LINE วันนี้ รับสิทธิพิเศษก่อนใคร!
แค่แอด หรือสแกน QR Code ก็เตรียมรับส่วนลดสูงสุดถึง 500 บาท ไปใช้กับกิจกรรม ทัวร์ การเดินทาง ที่พัก และอีกมากมายได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น! คุณจะได้รับข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดแบบเรียลไทม์ พร้อมดีลลับที่มีเฉพาะเพื่อนใน LINE เท่านั้น! รีบแอดเลย แล้ววางแผนทริปคุ้ม ๆ ไปกับ Klook
Klook คืออะไร?
Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร
เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา
🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง
- Facebook: @klookth
- Instagram: @klooktravel_th
- TikTok: @klookth
- YouTube: @klookTH
- LINE Official Account: @klookth

































