หากพูดถึง "มหานครไซเบอร์พังก์ 3 มิติ" ของประเทศจีน ชื่อของ ฉงชิ่ง (Chongqing) ต้องเป็นชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสุดล้ำ ถนนที่ซ้อนทับกันหลายชั้น และภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน ทำให้การออกแบบผังเมืองของที่นี่มีความแปลกตาไม่เหมือนใคร และหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่สะท้อนความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของฉงชิ่งได้ดีที่สุดก็คือ สถานีรถไฟทะลุตึก Liziba (หลี่จื่อป้า) แลนด์มาร์กสุดฮิตที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือน
วันนี้จะพาไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของสถานี Liziba พร้อมแจกพิกัดมุมถ่ายรูปที่ไม่ซ้ำใคร วิธีการเดินทางที่สะดวกสบาย และทริคการวางแผนเที่ยวฉงชิ่งให้สมบูรณ์แบบที่สุด
ทำความรู้จักสถานีรถไฟทะลุตึก Liziba มันคืออะไร ทำไมถึงดัง?
สถานี Liziba (李子坝) เป็นสถานีรถไฟรางเดี่ยว (Monorail) สาย 2 ของมหานครฉงชิ่ง ความโดดเด่นที่ทำให้สถานีนี้กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตคือ โครงสร้างของสถานีที่ถูกสร้างแทรกเข้าไปในตึกอพาร์ตเมนต์ที่พักอาศัยสูง 19 ชั้น โดยตัวสถานีจะตั้งอยู่ที่ชั้น 6 ถึงชั้น 8 ของตึก
ประวัติความเป็นมาและการออกแบบ
หลายคนอาจสงสัยว่า เขาตึกสร้างก่อนแล้วค่อยสร้างรถไฟเจาะทะลุ หรือสร้างรถไฟก่อนแล้วค่อยสร้างตึกทับ? คำตอบคือ สร้างพร้อมกัน ในช่วงปลายยุค 90s นักผังเมืองต้องเผชิญกับปัญหาพื้นที่จำกัด เนื่องจากฉงชิ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยภูเขาและแม่น้ำ การจะสร้างเส้นทางรถไฟให้ตัดผ่านพื้นที่นี้โดยไม่ต้องรื้อถอนอาคารจำนวนมาก จึงเกิดเป็นไอเดียการออกแบบสุดล้ำนี้ขึ้นมา ทีมวิศวกรได้ออกแบบโครงสร้างของตึกและโครงสร้างของรางรถไฟแยกออกจากกันอย่างอิสระ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในตึกไม่ได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนหรือเสียงรบกวนเวลารถไฟวิ่งผ่าน
เสียงของรถไฟ Monorail สายนี้เบามากเมื่อเทียบกับรถไฟทั่วไป โดยมีระดับเสียงเพียง 60 เดซิเบล ซึ่งเทียบเท่ากับเสียงพูดคุยปกติเท่านั้น ทำให้ผู้อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้น 9 ขึ้นไปสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่มีเสียงรบกวน นี่คือความอัจฉริยะทางวิศวกรรมที่ทำให้โลกต้องทึ่ง
การเดินทางไปยังสถานี Liziba
การเดินทางในฉงชิ่งนั้นสะดวกสบายมาก แม้เมืองจะดูซับซ้อนแต่ระบบขนส่งมวลชนครอบคลุมและเชื่อมต่อกันเป็นอย่างดี
เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน (CRT)
วิธีที่ง่ายและได้รับความนิยมที่สุดคือการนั่งรถไฟใต้ดิน
- หากเริ่มต้นจากศูนย์กลางเมืองอย่าง Jiefangbei (เจี่ยฟ่างเปย) ให้ขึ้นรถไฟสาย 2 (สีเขียว) จากสถานี Linjiangmen ตรงยาวมาลงที่สถานี Liziba ได้เลย ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
- หากมาจากสนามบิน Chongqing Jiangbei (CKG) ให้นั่งสาย 10 มาเปลี่ยนเป็นสาย 3 แล้วมาเปลี่ยนเป็นสาย 2 ที่สถานี Niujiao沱 (Niujiaotuo) จากนั้นนั่งต่อมาอีกเพียง 1 สถานีก็ถึง Liziba
เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า
หากเดินทางเป็นกลุ่ม ครอบครัว หรือมีผู้สูงอายุ การแบกกระเป๋าขึ้นลงบันไดในฉงชิ่งอาจไม่ใช่เรื่องสนุก การเลือกใช้บริการรถรับส่งส่วนตัวจะช่วยประหยัดพลังงานได้มาก สามารถจองบริการ รถเช่าพร้อมคนขับในฉงชิ่งผ่าน Klook เพื่อให้คนขับรถท้องถิ่นที่ชำนาญเส้นทางพาไปดรอปที่จุดชมวิวใต้สถานี Liziba ได้โดยตรง ไม่ต้องหลงทางไปกับ GPS ที่มักจะรวนเมื่อเจอถนนซ้อนทับกันหลายชั้นในฉงชิ่ง
ชี้เป้า 4 มุมถ่ายรูปสถานี Liziba ให้ได้รูปสวยปัง ยอดไลก์กระจาย
การไปดูรถไฟทะลุตึกไม่ได้มีแค่มุมเดียว การครีเอตภาพถ่ายให้ดูแปลกตาจะทำให้ทริปนี้สนุกยิ่งขึ้น
1. จุดชมวิวหลักด้านล่างตึก (Liziba Viewing Platform)
นี่คือมุมมหาชนที่ทุกคนต้องมาเยือน ทางการฉงชิ่งได้สร้างลานกว้างฝั่งตรงข้ามถนนไว้ให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เพื่อความปลอดภัยและได้มุมเงยที่เห็นตึกทั้งตึกพร้อมรถไฟที่กำลังวิ่งเข้าไป
- ทริคถ่ายรูป: ให้ยืนรอจังหวะที่รถไฟกำลังจะโผล่ออกมาหรือมุดเข้าไป ลองทำท่าอ้าปากกินรถไฟ หรือทำมือหยิบรถไฟ ก็จะได้รูปแนวครีเอทีฟที่น่ารักไปอีกแบบ
- เวลาที่แนะนำ: ช่วงเช้า 09.00 - 11.00 น. แสงจะส่องเข้าหาตึกพอดี ทำให้ถ่ายรูปแล้วหน้าไม่มืด
2. ถ่ายจากด้านในสถานี (มองทะลุกระจก)
เมื่อขึ้นมาบนสถานี Liziba บริเวณชานชาลาจะมีกระจกใสที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจียหลิงแบบพาโนรามา มุมนี้จะได้ฟีลลิ่งของการเดินทางที่ดูโรแมนติกและเงียบสงบ ตัดกับความวุ่นวายของเมืองด้านนอก
- ทริคถ่ายรูป: ถ่ายแบบซิลลูเอท (Silhouette) ย้อนแสง ให้เห็นเงาคนยืนมองวิวแม่น้ำตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน
3. มุมมองจากบนขบวนรถไฟ (First-Person View)
การเป็นคนมองตึกจากข้างล่างว่าสนุกแล้ว การได้นั่งอยู่ในรถไฟขบวนที่กำลังจะวิ่งทะลุตึกนั้นตื่นเต้นยิ่งกว่า
- ทริคถ่ายรูป: พยายามเลือกขึ้นตู้แรกหรือตู้สุดท้ายของขบวน เพื่อให้ได้มุมมองผ่านหน้าต่างทะลุไปถึงหน้ารถ ตั้งกล้องวิดีโอหรือถ่าย Hyperlapse ตอนที่รถไฟค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ความมืดของตึก จะได้ฟุตเทจที่ดูล้ำยุคสไตล์ภาพยนตร์ Sci-Fi
4. ถ่ายจากร้านกาแฟหรือคาเฟ่ฝั่งตรงข้าม
สำหรับคนที่ไม่อยากเบียดเสียดกับฝูงชนที่จุดชมวิวหลัก บริเวณถนนฝั่งตรงข้ามสถานีมีร้านกาแฟและจุดพักผ่อนหลายแห่งที่สามารถนั่งจิบชาพร้อมตั้งกล้องซูมถ่ายรถไฟแบบชิลๆ ได้
- อุปกรณ์แนะนำ: ใช้เลนส์ Telephoto ซูมเจาะเข้าไปที่ขบวนรถไฟและหน้าต่างตึก จะได้ภาพที่บีบระยะ (Compression) ดูอลังการและเห็นรายละเอียดของสถาปัตยกรรมชัดเจนขึ้น
แวะเติมพลัง! แจกลายแทงร้านอร่อยและคาเฟ่ห้ามพลาดใกล้สถานี Liziba
ถ่ายรูปทำคอนเทนต์สู้รบกับมวลมหาชนจนหมดพลัง ก็ถึงเวลาให้รางวัลกระเพาะอาหาร! โซน Liziba ไม่ได้มีดีแค่วิวรถไฟทะลุตึก แต่ละแวกนี้ยังซ่อนร้านอาหารโลคอลเด็ดๆ และคาเฟ่วิวปังๆ ไว้เพียบ ใครอยากสัมผัสรสชาติความเป็นฉงชิ่งแท้ๆ เตรียมจดพิกัดแล้วเอาชื่อภาษาจีนไปเสิร์ชใน Baidu Maps ตามนี้ได้เลย
1. เปิดประสบการณ์กินหม่าล่าในหลุมหลบภัย (洞子火锅 - Dongzi Huoguo)
มาฉงชิ่งทั้งที ถ้าไม่ได้กินหม่าล่าหม้อไฟ (Chongqing Hotpot) ถือว่ามาไม่ถึง! และเพื่อให้ได้ฟีลลิ่งขั้นสุด ต้องไปกินร้านที่ตั้งอยู่ใน "หลุมหลบภัยทางอากาศเก่า" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ บริเวณเชิงเขาใกล้ๆ Liziba และ Eling จะมีร้านหม้อไฟสไตล์นี้เปิดเรียงรายอยู่ บรรยากาศในถ้ำจะเย็นสบาย ตัดกับความเดือดปุดๆ และความเผ็ดร้อนของซุปหม่าล่าเนื้อวัวที่เตะจมูกตั้งแต่หน้าร้าน
- เมนูแนะนำ: ผ้าขี้ริ้ววัว (ไส้แก้ว), เลือดเป็ด, และเนื้อสไลด์ จุ่มลงไปในซุปแดงจัดจ้าน แล้วเอามาคลุกกับน้ำจิ้มน้ำมันงากระเทียมเพื่อดับความเผ็ดชา บอกเลยว่าฟินน้ำตาไหล!
- คำค้นหาใน Baidu Maps: 洞子火锅 (ดงจื่อ ฮั่วกัว) ละแวก 李子坝 (หลี่จื่อป้า)
2. บะหมี่ฉงชิ่ง ชามเดียวเอาอยู่ (重庆小面 - Chongqing Xiaomian)
สำหรับคนที่อยากจัดมื้อด่วนกินง่ายๆ ก่อนไปลุยเที่ยวต่อ ต้องแวะร้าน Xiaomian หรือบะหมี่เผ็ดสไตล์ฉงชิ่ง ซึ่งเป็นสตรีทฟู้ดที่คนท้องถิ่นกินกันแทบทุกวันเช้ากลางวันเย็น ร้านบะหมี่เล็กๆ ใต้ตึกแถวละแวกสถานีมักจะซ่อนความอร่อยระดับตำนานเอาไว้ เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับซอสพริกเผา ถั่วลิสงคั่ว ต้นหอม และหมูสับ รสชาติเค็ม เผ็ด ชา กลมกล่อมลงตัว
- ทริคการสั่ง: ถ้ากลัวเผ็ดเกินไป ให้บอกคนขายว่า "เวยล่า" (微辣) แปลว่าเผ็ดน้อย
- คำค้นหาใน Baidu Maps: 重庆小面 (ฉงชิ่ง เสี่ยวเมี่ยน)
3. ดับไฟในปากด้วย ขนมปิงเฝิ่น (冰粉 - Bingfen)
หลังจากพ่นไฟกับหม่าล่าและบะหมี่เผ็ดแล้ว สิ่งที่จะมาช่วยชีวิตกระเพาะของเราก็คือ Bingfen หรือ วุ้นน้ำแข็งใสสไตล์เสฉวน ของหวานยอดฮิตที่หาซื้อได้ตามรถเข็นและร้านอาหารทั่วไป ตัววุ้นทำจากพืช รสชาติจืดๆ เย็นๆ แต่ทีเด็ดอยู่ที่ท็อปปิ้งซึ่งมีทั้งแตงโม ลูกเกด ซานจา (Hawthorn) ถั่วลิสง และราดด้วยน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงหอมหวาน กินแล้วชื่นใจ ช่วยล้างปากและลดความชาของลิ้นได้ชะงัดนัก!
4. นั่งชิลคาเฟ่วิวรถไฟทะลุตึกฝั่งตรงข้าม
ใครเป็นสาย Cafe Hopper ที่อยากได้รูปคู่กับ Liziba แบบไม่ต้องไปยืนเบียดกับใคร แนะนำให้ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามจุดชมวิวหลัก จะมีตึกแถวและร้านกาแฟซ่อนตัวอยู่บนชั้น 2 หรือชั้น 3 หลายร้าน ลองหาร้านที่มีระเบียงยื่นออกไป สั่งกาแฟซิกเนเจอร์หรือชาผลไม้เย็นๆ มานั่งจิบ พร้อมตั้งกล้องรอจังหวะรถไฟโผล่ทะลุตึกออกมา มุมนี้จะได้ฉากหน้าเป็นแก้วกาแฟเก๋ๆ และฉากหลังเป็นรถไฟ Monorail สุดล้ำ ได้ฟีลลิ่งนักเดินทางสายชิลแบบสุดๆ
Klook Tip: การหาร้านอร่อยโลคอลในจีน บางครั้งหน้าร้านจะไม่มีภาษาอังกฤษเลย การมีอินเทอร์เน็ตที่เสถียรเพื่อใช้แอปแปลภาษา (Google Translate แบบสแกนรูปภาพ) และใช้ดูรีวิวร้านในแอป Dazhong Dianping (แอปรีวิวอาหารอันดับหนึ่งของจีน) จึงสำคัญมาก! อย่าลืมซื้อ eSIM จีน จาก Klook ติดสมาร์ทโฟนไว้ เปิดเน็ตปุ๊บ ค้นหาร้านอร่อยปั๊บ ทริปนี้ไม่มีอดแน่นอน!
เที่ยวฉงชิ่งให้คุ้ม แวะที่ไหนต่อดีใกล้ๆ Liziba?
เมื่อถ่ายรูปที่ Liziba จนหนำใจแล้ว โซนใกล้เคียงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่สามารถรวบแพลนเที่ยวในวันเดียวกันได้
1. สวนเอ๋อหลิ่ง (Eling Park) & Eling TESTBED 2
เดินขึ้นเขาหรือนั่งแท็กซี่ไปไม่ไกล จะพบกับ Eling Park จุดชมวิวที่สูงที่สุดในใจกลางฉงชิ่งที่สามารถมองเห็นแม่น้ำสองสายบรรจบกัน และใกล้ๆ กันนั้นคือ TESTBED 2 อดีตโรงพิมพ์ธนบัตรเก่าที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะ (Art District) สุดชิค เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านรวงสไตล์อินดี้ และมุมถ่ายรูปสไตล์ Industrial เหมาะกับคนที่ชอบงานอาร์ตและต้องการหาร้านกาแฟนั่งพักเหนื่อย
2. ศาลาประชาคมฉงชิ่ง (Chongqing People's Auditorium)
สถาปัตยกรรมสไตล์จีนดั้งเดิมที่ยิ่งใหญ่อลังการ โครงสร้างหลังคาทรงกลมลวดลายประณีต คล้ายกับหอฟ้าเทียนถานในปักกิ่ง บริเวณลานด้านหน้ามักจะมีคนท้องถิ่นมารำไทเก็กและทำกิจกรรมต่างๆ ให้กลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนแท้ๆ
3. ตลาดโบราณสือชี่โข่ว (Ciqikou Old Town)
หากต้องการสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่า แนะนำให้นั่งรถไฟสาย 1 ไปยัง Ciqikou เดินเล่นบนถนนหินกรวด ชิมหม่าล่าเสียบไม้ ขนมเกลียวทอด และแวะจิบชาในโรงเตี๊ยมโบราณ
4. หงหยาต้ง (Hongyadong)
ปิดท้ายวันด้วยแลนด์มาร์กยามค่ำคืนที่ไม่ควรพลาด กลุ่มอาคารไม้โบราณที่สร้างลดหลั่นกันตามหน้าผา เมื่อเปิดไฟในตอนกลางคืนจะสว่างไสวสวยงามราวกับหลุดเข้าไปในแอนิเมชันเรื่อง Spirited Away การมาเยือนฉงชิ่งจะไม่สมบูรณ์เลยหากไม่ได้มาเดินเล่นที่นี่
Klook Tip: หากต้องการเที่ยวเก็บครบทุกจุดไฮไลต์ของฉงชิ่งแบบไม่ต้องปวดหัวกับการต่อรถไฟหลายต่อ หรือกลัวหลงทางในเมืองสามมิติแห่งนี้ แนะนำให้จอง แพ็กเกจเดย์ทัวร์ฉงชิ่ง (Chongqing Private Day Tour) ผ่าน Klook ซึ่งครอบคลุมทั้ง Liziba, Hongyadong และ Ciqikou โดยมีไกด์ท้องถิ่นคอยให้ความรู้และพาไปกินร้านอร่อยที่คนพื้นที่แนะนำ
ทริคเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวฉงชิ่ง (ฉบับมือโปร)
การเดินทางไปเที่ยวประเทศจีนในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมาก การเตรียมตัวให้พร้อมจะช่วยให้ทริปนี้ราบรื่นไร้รอยต่อ
1. อินเทอร์เน็ตคือหัวใจสำคัญ
ที่ประเทศจีน แอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียของชาติตะวันตก (เช่น LINE, Facebook, Instagram, Google) จะถูกบล็อกทั้งหมด การเปิดโรมมิ่งไปจากไทยเป็นทางเลือกที่ดี แต่หากต้องการความประหยัดและความเสถียร แนะนำให้ใช้ eSIM สำหรับประเทศจีน หรือ จีน ฮ่องกง มาเก๊า จาก Klook สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อใช้งานได้ทันทีเมื่อเครื่องลงจอด ไม่ต้องคอยถอดเปลี่ยนซิมให้วุ่นวาย และที่สำคัญคือ สามารถเล่นโซเชียลได้ทุกแอปโดยไม่ต้องโหลด VPN เพิ่ม
2. สังคมไร้เงินสด 100% (Cashless Society)
ฉงชิ่งและเมืองอื่นๆ ในจีนแทบจะไม่รับเงินสดกันแล้ว แม้แต่ร้านขายผลไม้ข้างทางหรือรถเข็นขายหม่าล่า การโหลดแอปพลิเคชัน Alipay หรือ WeChat Pay และผูกบัตรเครดิต/เดบิต (Travel Card) ของไทยไว้ล่วงหน้าคือสิ่งที่จำเป็นที่สุด
3. การนำทางในเมืองสามมิติ
ลืม Google Maps ไปได้เลยเมื่ออยู่เมืองจีน แอปที่ควรมีติดเครื่องคือ Baidu Maps (百度地图) หรือ Amap (高德地图) แม้จะเป็นภาษาจีนแต่สามารถใช้วิธีพิมพ์พินอินหรือก๊อปปี้ชื่อสถานที่ภาษาจีนไปวางได้ นอกจากนี้ควรทำใจไว้ล่วงหน้าว่า GPS อาจจะรวนเมื่ออยู่ในฉงชิ่ง เพราะคุณอาจจะยืนอยู่ที่ชั้น 1 ของถนนเส้นหนึ่ง แต่ด้านล่างเท้าคุณลงไปอีก 10 ชั้นก็ยังเป็นถนนอีกเส้นหนึ่ง การสอบถามทางจากคนท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมาก
4. เตรียมกระเพาะให้พร้อมรับมือกับ "หม่าล่า"
ฉงชิ่งคือเมืองหลวงแห่งหม่าล่า (Mala) หมา (麻) แปลว่าชา และ ล่า (辣) แปลว่าเผ็ด อาหารแทบทุกเมนูของที่นี่จะอัดแน่นไปด้วยพริกฮวาเจียวที่ทำให้ลิ้นชา เมนูที่ห้ามพลาดคือ "หม่าล่าหม้อไฟสไตล์ฉงชิ่ง" (Chongqing Hotpot) ที่น้ำซุปเต็มไปด้วยพริกและไขมันวัว หอมหวลและเผ็ดร้อนถึงใจ กินคู่กับน้ำมันงาช่วยลดความเผ็ด หากกินเผ็ดไม่ได้จริงๆ ต้องจำคำว่า "ปู้ล่า" (ไม่เผ็ด) ไว้ให้ขึ้นใจ
5. การเดินทางข้ามเมืองด้วยรถไฟความเร็วสูง
หากฉงชิ่งเป็นเพียงหนึ่งในแพลนการเดินทาง และมีแผนจะไปเที่ยวเมืองยอดฮิตใกล้เคียงอย่าง เฉิงตู (Chengdu) การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) คือตัวเลือกที่ดีที่สุด ใช้เวลาเดินทางเพียง 1.5 - 2 ชั่วโมงเท่านั้น สามารถ จองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีนล่วงหน้าได้ง่ายๆ ผ่านแอป Klook โดยระบบจะเชื่อมต่อกับตั๋วของจีนโดยตรง จองเป็นภาษาไทย ตัดบัตรเครดิตสบายใจ ถึงสถานีใช้พาสปอร์ตเล่มเดียวสแกนเข้าเกตได้เลย ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อตั๋วหน้าตู้ให้ยุ่งยาก
บทความเที่ยวจีนเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการไปสถานี Liziba
Q: ไปเที่ยวสถานี Liziba เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
A: ไม่เสียค่าใช้จ่าย การชมจากลานจุดชมวิวด้านล่างเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะฟรี ส่วนการขึ้นไปบนสถานีเพื่อถ่ายรูปก็สามารถทำได้ฟรีเช่นกัน เว้นแต่จะแตะบัตรผ่านประตูเข้าไปในระบบรถไฟเพื่อเดินทางต่อ ซึ่งจะเสียค่าโดยสารตามระยะทางปกติ
Q: ควรไปสถานี Liziba ช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
A: แนะนำช่วง 09.00 - 11.00 น. หรือ 15.00 - 17.00 น. เนื่องจากสภาพแสงจะสวยงาม ไม่ย้อนแสงจนเกินไป และหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าตรู่และเย็นหลังเลิกงาน เพราะคนท้องถิ่นจะใช้รถไฟหนาแน่นมาก
Q: มีข้อควรระวังอะไรบ้างในการไปเที่ยวจุดนี้?
A: ระวังเรื่องอุบัติเหตุทางถนนบริเวณจุดชมวิว แม้ทางการจะสร้างลานกว้างไว้ให้ แต่บางครั้งนักท่องเที่ยวก็มักจะล้นลงไปบนพื้นผิวจราจรเพื่อหามุมถ่ายรูป ควรระมัดระวังรถที่สัญจรไปมา และดูแลทรัพย์สินมีค่าให้ดีเนื่องจากเป็นจุดที่มีคนพลุกพล่าน
Q: สามารถบินตรงจากไทยไปฉงชิ่งได้หรือไม่?
A: มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ (ทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมือง) ไปยังสนามบินฉงชิ่งเจียงเป่ย (CKG) ให้บริการทุกวัน ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่เดินทางง่ายและประหยัดเวลา
Q: ฤดูไหนเที่ยวฉงชิ่งแล้วอากาศดีที่สุด?
A: ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจัดหรือร้อนจัดจนเกินไป ส่วนฤดูร้อนของฉงชิ่งนั้นขึ้นชื่อเรื่องความร้อนอบอ้าวระดับเตาอบของจีน ควรเตรียมตัวรับมือกับความร้อนหากไปเยือนช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม
เพิ่มเพื่อนกับ Klook บน LINE วันนี้ รับสิทธิพิเศษก่อนใคร!
แค่แอด @KLOOKTH หรือสแกน QR Code ก็เตรียมรับส่วนลดสูงสุดถึง 500 บาท ไปใช้กับกิจกรรม ทัวร์ การเดินทาง ที่พัก และอีกมากมายได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น! คุณจะได้รับข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดแบบเรียลไทม์ พร้อมดีลลับที่มีเฉพาะเพื่อนใน LINE เท่านั้น! รีบแอดเลย แล้ววางแผนทริปคุ้ม ๆ ไปกับ Klook
สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทั้งแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรม รถเช่า ซิมการ์ด และอีกมากมายบน Klook พิเศษ! รับส่วนลดเพิ่ม 10% สูงสุด 100 บาท ไม่มีขั้นต่ำ สำหรับการจองครั้งแรกผ่านแอป Klook 🧡
(เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง
- Facebook: @klookth
- Instagram: @klooktravel_th
- TikTok: @klookth
- YouTube: @klookTH
- LINE Official Account: @klookth




































