พระบรมมหาราชวัง

★ 4.9 (90K+ รีวิว) • 2M+ จองแล้ว
เกี่ยวกับทริปของคุณ
ทัวร์และกิจกรรมน่าสนใจ
โรงแรม
ร้านอาหาร

รีวิวเที่ยว พระบรมมหาราชวัง

4.9 /5
90K+ รีวิว
อ่านรีวิวทั้งหมด
LiezelJenny *****
10 มี.ค.
เมื่อไปกรุงเทพฯ อย่าลืมจองเรือสำราญพร้อมอาหารค่ำเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน เรามีความสุขกับบุฟเฟ่ต์และชอบถ่ายรูปมาก
2+
Klook会員
10 มี.ค.
เป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจมากที่ได้เดินทางด้วยรถตุ๊กตุ๊กไปเยี่ยมชมร้านอาหารที่ได้รับรางวัลมิชลิน และยังได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศแบบไทยๆ อีกด้วย
1+
Alennah ************
10 มี.ค.
หนึ่งในไฮไลท์ของการเดินทางไปกรุงเทพฯ ของเรา เราสนุกกับชั้นเรียนกับครูชรมาก!
Maria ************
10 มี.ค.
หนึ่งในกิจกรรมที่สนุกที่สุดในไทยและแลกรับได้ง่ายมาก ขอบคุณ Klook ที่ให้เราได้สัมผัสประสบการณ์การล่องเรือครั้งนี้!
Maria ************
10 มี.ค.
เรามีความสุขกับประสบการณ์นี้เป็นพิเศษเพราะเรามีเพื่อนที่กำลังฉลองวันเกิด การล่องเรือทั้งหมดสนุกมาก ทั้งอาหาร ดนตรี และประสบการณ์โดยรวม ขอบคุณ Klook!
Rachella ********
10 มี.ค.
พนักงานทุกคนเป็นกันเองมาก พวกเขาจะมอบเค้กวันเกิดให้คุณด้วย เพียงแค่บอกวันเกิดหรือเดือนเกิดของคุณ ฉันชอบอาหารของที่นี่ โดยเฉพาะสเต็ก เราสนุกกันมาก
Chin *******
10 มี.ค.
เรือด่วนเจ้าพระยา Hop-On Hop-Off เป็นวิธีที่สะดวกมากในการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะวัดและห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ทำให้การเดินทางรอบเมืองง่ายขึ้นและยังได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำอีกด้วย เราซื้อบัตรแบบเข้าได้ทั้งวัน ซึ่งทำให้เราสามารถขึ้นลงเรือที่ท่าเรือต่างๆ และสำรวจสถานที่หลายแห่งได้ พวกเขายังมีบัตรแบบเที่ยวเดียว หากคุณวางแผนที่จะไปเพียงสถานที่เดียวเท่านั้น เรือออกทุก 15 นาที ทำให้เข้าถึงได้ง่ายมากและคุณไม่ต้องรอนานเกินไป พวกเขายังมีหนังสือเล่มเล็กพร้อมตารางเวลาและจุดจอด ซึ่งทำให้ง่ายต่อการวางแผนว่าจะไปที่ไหนต่อไป โดยรวมแล้ว นี่เป็นประสบการณ์ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนกรุงเทพฯ เราจองบัตรผ่าน Klook ซึ่งทำให้ทุกอย่างง่ายและสะดวกสบายมาก
Klook用戶
10 มี.ค.
สนุกกับชั้นเรียนทำอาหารกับคุณแม่มากค่ะ คุณครูน่ารักและสอนเข้าใจง่ายมาก

ที่เที่ยวใกล้ พระบรมมหาราชวัง

2M+ ผู้เยี่ยมชม
1M+ ผู้เยี่ยมชม
1M+ ผู้เยี่ยมชม
2M+ ผู้เยี่ยมชม
2M+ ผู้เยี่ยมชม
2M+ ผู้เยี่ยมชม
2M+ ผู้เยี่ยมชม

คำถามพบบ่อยเมื่อไป พระบรมมหาราชวัง

วัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวังเปิดให้บริการกี่โมง?

เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวังคือเมื่อไหร่?

ฉันสามารถเดินทางไปพระบรมมหาราชวังได้อย่างไร?

ค่าใช้จ่ายในการเข้าชมพระบรมมหาราชวังราคาเท่าไหร่?

ฉันสามารถซื้อบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังล่วงหน้าได้กี่วัน

มี Audio Guide ให้บริการในการเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือไม่?

ฉันควรแต่งกายอย่างไรหากต้องการไปเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง?

ก่อนไป พระบรมมหาราชวัง ต้องรู้อะไรบ้าง?

พบกับมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลของพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ "วัดพระแก้ว" ตั้งอยู่ใจกลางเขตพระราชวังเก่า เกาะรัตนโกสินทร์ พระบรมมหาราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ไทยและเป็นศูนย์กลางการปกครองมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อปี พ.ศ. 2325 ส่วนวัดพระแก้วนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย รับชมความงดงามวิจิตรตระการตาของสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานศิลปะไทยดั้งเดิมเข้ากับอิทธิพลศิลปะจากต่างชาติได้อย่างลงตัว วัดพระแก้วจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของประเทศไทยที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต
พระบรมมหาราชวัง, กรุงเทพ, กรุงเทพมหานคร (จังหวัด), ไทย

เที่ยวพระบรมมหาราชวัง

สถาปัตยกรรมแนะนำในพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทเป็นอาคารที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยและตะวันตก สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยสถาปนิกชาวอังกฤษ จอห์น คลูนิช อาคารมีลักษณะเป็นตึกแบบตะวันตกแต่มียอดเป็นปราสาทไทย ประกอบด้วยพระที่นั่ง 3 องค์เรียงกัน มีพระที่นั่งพุดตานถมเป็นพระแท่นราชบัลลังก์ พระที่นั่งนี้ใช้ในพระราชพิธีสำคัญ เช่น การรับรองพระราชอาคันตุกะ และเป็นที่ประดิษฐานพระโกศพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ การก่อสร้างแล้วเสร็จและมีพิธีเฉลิมฉลองในปี พ.ศ. 2425 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 100 ปีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นพระที่นั่งองค์สำคัญในพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แทนพระที่นั่งอินทราภิเษกมหาปราสาทที่ถูกฟ้าผ่าเสียหาย มีลักษณะเป็นพระที่นั่งทรงจตุรมุขยอดมหาปราสาท ถอดแบบมาจากพระที่นั่งสุริยาสอมรินทร์ในกรุงศรีอยุธยา พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่เสด็จออกว่าราชการและประกอบพระราชพิธีสำคัญมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ภายในประดับด้วยพระแท่นราชบัลลังก์และพระแท่นราชบรรจถรณ์ประดับมุก มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมส่วนต่างๆ ในแต่ละรัชกาล เช่น การสร้างพระที่นั่งบุษบกมาลาในรัชกาลที่ 4 และการสร้างห้องสรงในรัชกาลที่ 6 ปัจจุบัน พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทยังคงใช้ในการประกอบพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีฉัตรมงคล และพิธีเวียนเทียนสมโภชเบญจราชกกุธภัณฑ์ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ยังคงอยู่ของพระที่นั่งองค์นี้ในฐานะศูนย์กลางของพระราชพิธีสำคัญของราชวงศ์จักรี

พระอุโบสถ

พระอุโบสถ

พระอุโบสถตั้งอยู่กลางกำแพงแก้วซึ่งสูงประมาณระดับอก มีใบเสมาคู่ประดิษฐานอยู่ทั้งแปดทิศเพื่อแสดงขอบเขตของพุทธาวาส การมีใบเสมาคู่นี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าวัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงที่สร้างขึ้นโดยพระมหากษัตริย์

ตัวพระอุโบสถสร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมไทยประเพณี เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีซ้อนกันหลายชั้น ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์อย่างงดงาม เสาเป็นเสาทรงหัวบัว ส่วนผนังด้านนอกตกแต่งด้วยการปิดทองและประดับกระจกสีเป็นลวดลายเรขาคณิต ภายในพระอุโบสถ ผนังด้านทิศตะวันตกเหนือประตูขึ้นไปเป็นภาพปริศนาธรรมเกี่ยวกับไตรภูมิ ส่วนผนังด้านทิศตะวันออกเป็นภาพพุทธประวัติตอนมารผจญและตรัสรู้ สำหรับผนังด้านทิศเหนือและใต้เป็นภาพพุทธประวัติในตอนต่างๆ และบริเวณใต้ช่องหน้าต่างของผนังทิศใต้มีภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดยาวเป็นภาพกระบวนพยุหยาตราชลมารคอันงดงามวิจิตร ขณะที่ผนังทิศเหนือเป็นภาพกระบวนพยุหยาตราสถลมารคที่แสดงให้เห็นขบวนทหารและบุคคลสำคัญบนหลังม้าและช้างอย่างยิ่งใหญ่

รอบฐานพระอุโบสถประดับด้วยรูปปั้นครุฑสัมฤทธิ์ปิดทองจำนวน 112 องค์กำลังยุดนาค ส่วนประตูทางเข้าออกทั้ง 6 บานทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก มีสิงห์สำริดคู่ตั้งอยู่เพื่อพิทักษ์รักษา บานประตูแต่ละบานเป็นงานประดับมุกอันประณีตงดงาม แสดงภาพของเทพ อสูร และสัตว์ในป่าหิมพานต์ เช่นเดียวกับบานหน้าต่างประดับมุกทั้ง 9 บานทางทิศเหนือและ 9 บานทางทิศใต้ ซึ่งล้วนเป็นงานฝีมือชั้นสูงที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตบรรจงไม่แพ้กัน

พระมณฑปและพระศรีรัตนเจดีย์

พระมณฑป

อาคารสี่เหลี่ยมแบบดั้งเดิมนี้ ประดับด้วยบานประตูมุกแกะสลักฝังมุกและมีหลังคายอดมณฑปแบบไทย ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เพื่อประดิษฐานตู้พระธรรมขนาดใหญ่ลงรักปิดทองประดับมุก ภายในบรรจุพระไตรปิฎกใบลาน ผนังภายนอกปูด้วยโมเสกแก้ว รอบฐานตกแต่งด้วยแถวเทพนมปูนปั้นปิดทองเรียงราย เหนือแถวยักษ์อสุรา สลับกับครุฑในตำนาน

ที่ประตูทั้งสี่ด้านมีรูปปั้นยักษ์สำริดปิดทองจากเรื่องรามเกียรติ์ยืนเฝ้าอยู่ บันไดทางขึ้นอาคารมีราวบันไดเป็นพญานาคเศียรคนทำจากปูนปั้นปิดทอง ที่มุมทั้งสี่ของอาคารยกพื้นประดิษฐานพระพุทธรูปหินจำลองสมัยพุทธศตวรรษที่ 19 (คริสต์ศตวรรษที่ 14) แทนของจริงที่แกะจากหินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นของขวัญจากผู้สำเร็จราชการชาวดัตช์ถวายแด่รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จเยือนวัดบุโรพุทโธ เกาะชวา อินโดนีเซีย ในปี พ.ศ. 2439 ปัจจุบันพระพุทธรูปของจริงได้ถูกย้ายไปประดิษฐานในพิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภายในพระบรมมหาราชวังแล้ว

หอพระมณเฑียรธรรม

หอพระมณเฑียรธรรมเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนในพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยความร่วมมือระหว่างช่างหลวงและช่างวังหน้า ภายใต้การอำนวยการของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท อาคารมีลักษณะสถาปัตยกรรมไทยประเพณี โดดเด่นด้วยซุ้มประตูทรงมณฑปตรงกลาง และซุ้มประตูทรงเรือนแก้วด้านข้าง บานประตูประดับด้วยงานศิลปะชั้นสูง ทั้งงานประดับมุกและลายรดน้ำ ภายในอาคารใช้เป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎกฉบับต่างๆ ในตู้ประดับมุกจำนวน 9 ใบ นอกจากนี้ ยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงถึงลักษณะศิลปะแบบวังหน้า

ปัจจุบัน หอพระมณเฑียรธรรมยังคงมีบทบาทสำคัญในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยมีการนิมนต์พระสงฆ์มาแสดงพระธรรมเทศนาทุกวันอาทิตย์และวันพระ เว้นแต่จะมีงานพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของอาคารนี้ในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมภายในพระราชวัง

ปราสาทพระเทพบิดร

ปราสาทพระเทพบิดรเป็นสถาปัตยกรรมจัตุรมุขทรงไทยที่มีหลังคายกยอดแบบปรางค์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2399 โดยเดิมมีพระราชประสงค์จะใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต แต่เมื่อสร้างเสร็จกลับพบว่าคับแคบเกินไป ในรัชกาลที่ 5 จึงได้นำเจดีย์กาไหล่ทองมาประดิษฐานแทน ต่อมาเกิดเหตุไฟไหม้และได้รับการบูรณะในรัชกาลที่ 6 พร้อมทั้งอัญเชิญพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 1-5 มาประดิษฐาน และเปลี่ยนชื่อเป็น "ปราสาทพระเทพบิดร" ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 1-9 และมีการเปิดให้ถวายบังคมในวันสำคัญ

พระศรีรัตนเจดีย์

พระศรีรัตนเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ สูง 40 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2398 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ โดยแรกสร้างเป็นเจดีย์อิฐถือปูน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการประดับกระเบื้องสีทองจากอิตาลี ซึ่งเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2425 พอถึงสมัยรัชกาลที่ 9 ได้มีการบูรณะอีกครั้ง โดยสั่งซื้อกระเบื้องสีทองจากอิตาลีมาแทนของเดิมที่ชำรุด เพื่อเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปีในปี พ.ศ. 2525

พระแก้วมรกต

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะล้านนาตอนปลาย สร้างจากเนื้อหยกสีเขียวทั้งองค์ ขนาดหน้าตักกว้าง 48.3 เซนติเมตร สูง 66 เซนติเมตร เดิมพบในเจดีย์วัดป่าเยียะ เมืองเชียงราย และถูกหุ้มด้วยปูน เมื่อปูนกะเทาะออกจึงเห็นว่าเป็นหยกสีเขียว พระแก้วมรกตถูกอัญเชิญไปยังเมืองต่าง ๆ รวมถึงลำปาง เชียงใหม่ และหลวงพระบาง ก่อนจะมาอยู่ที่กรุงธนบุรีและสุดท้ายประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในสมัยรัชกาลที่ 1 พร้อมทั้งมีการสร้างเครื่องทรงสำหรับ 3 ฤดู

พระบรมมหาราชวัง

ความสำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของพระบรมมหาราชวัง

พระบรมมหาราชวังเป็นพระราชวังหลวงที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อปี พ.ศ. 2325 เพื่อเป็นที่ประทับและศูนย์กลางการปกครองของราชธานีแห่งใหม่ คือ กรุงเทพมหานคร

พระองค์ทรงเลือกทำเลที่ตั้งบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ขึ้นภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง ตามธรรมเนียมโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

ในการนี้ ได้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต จากวัดอรุณราชวราราม มาประดิษฐานในพระอุโบสถของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง

พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วจึงเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมชั้นสูงของไทย แสดงถึงพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์และความเจริญรุ่งเรืองของราชอาณาจักรสยามในยุคต้นรัตนโกสินทร์

6 ที่เที่ยวใกล้พระบรมมหาราชวัง

1. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนจากพระบรมมหาราชวัง วัดโพธิ์ถือเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดในกรุงเทพฯ มีชื่อเสียงเรื่องพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ที่มีขนาดใหญ่ยาวถึง 46 เมตร เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพานที่งดงามมาก ภายในวัดยังเป็นแหล่งกำเนิดของการนวดแผนไทยดั้งเดิม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมจิตรกรรมฝาผนัง วิหารต่างๆ และสามารถรับบริการนวดไทยเพื่อผ่อนคลายได้อีกด้วย

2. วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง)

สามารถเดินทางข้ามเรือจากท่าเตียนฝั่งพระบรมมหาราชวังมายังฝั่งธนบุรี วัดอรุณมีจุดเด่นคือพระปรางค์สูงใหญ่ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบและชิ้นเปลือกหอยจีนสวยงามมาก โดยเฉพาะยามพระอาทิตย์ตก วัดอรุณถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและเมืองเก่าได้

3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ตั้งอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง เดินถึงได้ง่าย ที่นี่จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพระราชพัสตราภรณ์ต่างๆ ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่ยุคก่อนสุโขทัยจนถึงรัตนโกสินทร์ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และศิลปะไทยอย่างลึกซึ้ง

4. ถนนพระสุเมรุและป้อมพระสุเมรุ

ห่างจากพระบรมมหาราชวังเพียงไม่กี่นาที เป็นย่านเมืองเก่าที่ผสมผสานความเป็นวินเทจกับศิลปะร่วมสมัย เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ๆ ร้านหนังสืออิสระ แกลเลอรี และงานสตรีทอาร์ต ป้อมพระสุเมรุเป็นป้อมปราการโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เพื่อป้องกันเมือง

5. ถนนข้าวสาร

ถนนข้าวสาร อยู่ห่างจากพระบรมมหาราชวังประมาณ 10–15 นาทีโดยรถหรือเดินเท้า เป็นแหล่งรวมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มีร้านอาหารนานาชาติ บาร์ ที่พักราคาประหยัด และร้านขายของฝากมากมาย แม้จะเป็นถนนสายเล็กแต่มีชีวิตชีวาและคึกคักตลอดทั้งวันและคืน

6. ท่ามหาราช

ท่ามหาราชเป็นท่าริมน้ำเจ้าพระยาที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นศูนย์การค้าขนาดย่อม มีร้านอาหาร คาเฟ่ และบรรยากาศริมแม่น้ำสบายๆ สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาและพระบรมมหาราชวังได้อย่างสวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อนระหว่างวัน