รถไฟสายโรแมนติก เกียวโต

ชื่นชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของดอกซากุนะและใบไม้สีแดง แล่นผ่านช่องเขาโฮซุเคียวบนรถไฟสายโรแมนติก ซากาโน่ รถไฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเกียวโตไปพร้อมๆ กับ Klook

ชื่นชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของดอกซากุนะและใบไม้สีแดง แล่นผ่านช่องเขาโฮซุเคียวบนรถไฟสายโรแมนติก ซากาโน่ รถไฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเกียวโตไปพร้อมๆ กับ Klook

ประสบการณ์นั่งรถไฟสายโรแมนติก เกียวโตกับ Klook

สัมผัสกับประสบการณ์การนั่งรถไฟสายโรแมนติกที่สุดในเมืองโตเกียวกับ "รถไฟซากาโน่" พร้อมกับนั่งชมทัศนียภาพในทั้ง 4 ฤดู ไม่ว่าจะวิวซากุระช่วงใบไม้ผลิ วิวภูเขาอันเขียวขจีในช่วงฤดูร้อน ใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะขาวโพลนในช่วงฤดูหนาว

Section Title

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถไฟซากาโน่

ประวัติและเส้นทางของรถไฟซากาโน่ "รถไฟซากาโน่" (Sagano Romantic Train) หรือ คนท้องถิ่นจะเรียกว่า "ซากาโน่ โทรอคโค่" (Sagano Torokko) เป็นรถไฟสายโรแมนติกสายพิเศษ ในเขตอาราชิยามะของเกียวโต ซึ่งรางรถไฟตั้งอยู่เลียบแม่น้ำคัตสึระ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตระการ จึงทำให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ใครที่ได้นั่งบนรถไฟสายนี้ รับรองว่าคุณจะได้ชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามตลอดสองข้างทางอย่างแน่นอน รถไฟสายนี้จะวิ่งด้วยความเร็ว 25 กม./ชม เส้นทางที่รถไฟขบวนนี้จะเดินทางพาทัวร์พาชมนั้นเริ่มต้นที่อาราชิยาม่า (Arashiyama) ไปจนถึงคาเมโอกะ (Kameoka) ซึ่งระยะทางยาวกว่า 7 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ตลอดการเดินทางคุณจะได้พบกับทัศนียภาพของแม่น้ำโฮซุกาว่า (Hozugawa River) กับหุบเขาอันเขียวขจี หากเป็นฤดูใบไม้ร่วง คุณก็จะพบกับใบไม้สีแดง หากเป็นฤดูใบไม้ร่วง คุณก็จะได้พบกับดอกซากุระบานสะพรั่ง และบ้านเรือนเรียงรายอยู่ในชนบทของเมืองคาเมโอกะ บอกเลยว่าโรแมนติกสุดๆ

รายละเอียดของรถไฟซากาโน่

รถไฟขบวนนี้มีทั้งหมดแค่ 5 ตู้ เป็นรถไฟสายสั้นๆ ตกแต่งในสไตล์ย้อยยุค ทาด้วยสีแดงและสีเหลืองสลับกัน ทำให้ดูโดดเด่น ส่วนที่นั่งด้านในนั่นทำจากไม้ ภายในรถไฟจะถูกประดับตกแต่งด้วยหลอดไฟโบราณ หากเราขึ้นรถไฟในเป็นช่วงฤดูหนาว รถไฟจะติดตั้งเตาถ่านหิน กลายเป็นรถไฟแบบโบราณที่หานั่งได้ยาก โดยที่ตู้รถไฟซากาโน่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. ตู้ที่ 1-4 - เป็นตู้นั่งปกติ สามารถชมวิวทิวทัศน์ผ่านกระจกเท่านั้น
  2. ตู้ที่ 5 (The Rich) - เป็นตู้ที่ไม่มีกระจกหน้าต่าง สามารถเปิดรับลมจากภายนอกได้อย่างอิสระ ทำให้สามารถสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ยิ่งถ้าช่วงหน้าหนาว ลมปะทะหน้าบอกเลยว่าฟินสุดๆ ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เราจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี หรือ เราจะได้ชมดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ อย่างใกล้ชิด

    วิธีการเดินทางไปรถไฟซากาโน่

  3. ไปที่สถานีต้นทาง Torokko Saga Station
  4. ลงรถไฟที่ JR Saga-Arashiyama Station
  5. เดิน 5 นาทีเพื่อไปขึ้นรถไฟซากาโน่ที่ Torokko Saga Station

    7 สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องแวะ เมื่อนั่งรถไฟซากาโน่

    1. ป่าไผ่อาราชิยามะ (ป่าไผ่ซากาโนะ)

    เป็นสถานที่ทางธรรมชาติที่โด่งดังที่สุดในอาราชิยามะเลยก็ว่าได้ ป่าไผ่แห่งนี้จะมีเส้นทางเล็กๆ ให้เราได้เดินเล่น ถูกรายล้อมไปด้วยป่าไผ่สุดสุดลูกหูลูกตา ชื่นชมธรรมชาติไปพร้อมกับสูดอากาศบิรสุทธิ์ มันช่างดีเสียจริง แต่สำหรับใครที่ขี้เกียจเดิน ในป่าไผยังมีบริการรถลากแบบโบราณให้บริการ นอกจากนี้แล้ว บริเวณป่าไผ่ยังมีของที่ระลึก ร้านค้า ร้านขนมและร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่สองข้าง นอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติแล้ว ยังได้ช้อปปิ้งอีกด้วย

    2. สะพานโทเก็ตสึเคียว (สะพานอาราชิยามะ)

    เป็นสะพานที่มีชื่อเสียงในย่านอาราชิยามะ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำคัตสึระ ซึ่งอยู่ถัดจากแม่น้ำโฮซูกาวะ ใครที่ได้ขึ้นรถไฟซากาโน่แล้วอย่าลืมมาแวะชมสะพานไม้ดั้งเดิม ที่ทรงคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอาราชิยามะเลยก็ว่าได้ ภูมิทัศน์หลังสะพานก็อลังการสุดๆ คุณได้จะได้พบกับวิวภูเขาสูงและด้านล่างเป็นแม่น้ำ ทั้งสองฝั่งมีต้นซากุระเรียงรายอยู่เรียบแม่น้ำ หากคุณมาในช่วงฤดูไม้ใบเปลี่ยนสี ก็จะพบกับใบไม้ส้มแดง ตัดกับสีของแม่น้ำ

    3. วัดเทนริวจิ

    วัดเทนริวจิ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว สร้างเพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิโกไดโกะ วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในห้าวัดที่สำคัญของนิกายเซ็นในญี่ปุ่น ที่ถูกบูรณะมาตลอด เนื่องจากสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น และถูกห้อมล้อมด้วยสวนเซ็นที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้วัดแห่งนี้ถูกบันทึกเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ (UNESCO)

    4. วัดโฮคอนอิน

    เป็นวัดลูกของวัดเทนริวจิ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มี 11 หน้า อีกทั้งยังเป็นที่เก็บรักษาภาพวาดสำคัญอย่าง Fuga Sansan Sansan Jizai อีกหนึ่งไฮไลท์ของวัดแห่งนี้ก็คือ สวนชิชิกุ (the garden of the lion’s roar) ที่สวนที่มีศิลปะการจัดสวนที่งดงามเป็นเอกลักษณ์ ด้วยหินที่เรียงซ้อนกันอย่างงดงามและพันธ์ุไม้ที่กลมกลืนไปกับการจัดสวน อีกทั้งยังเป็นแลนด์มาร์คในการชมใบไม้ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของอาราชิยามะอีกด้วย

    5. ล่องเรือชมธรรมชาติที่เกียวโต (Hozugawa River Cruise)

    นั่งรถไฟสายโรแมนติก Sagano ไปกันแล้ว ลองมาล่องเรือชมธรรมชาติแบบโรแมนติกกันดูบ้าง การล่องเรือนี้กินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เรือจะแล่นผ่านหุบเขาที่มีแม่น้ำโฮะสึกาวะไหลผ่าน ตั้งแต่คาเมโอคะถึงอาราชิยามะไปอย่างช้าๆ ให้คุณได้ชื่นชมธรรมชาติอันงดงามตลอดสายของแม่น้ำ ทั้งหุบเขาและสายน้ำที่ใสจนเห็นหินทุกก้อนในแม่น้ำ โดยเรือที่ใช้เป็นเรือไม้ท้องแบบโบราณ ระหว่างล่องเรือ พอผ่านจุดสำคัญๆ ไกด์ก็จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ นอกจากเพลินแล้วยังได้ความรู้อีกด้วย

    6. สวนลิงอิวาตายามา (Monkey Park Iwatayama)

    สวนลิงอิวาตายามา หรือ สวนลิงอาราชิยามะ เป็นจุดชมวิวมุมสูงที่ตั้งอยู่บนภูเขาอาราชิยามะ อยู่ไม่ไกลจากสะพานโทเก็ตสึเคียว คุณจะได้พบกับเจ้าลิงมากกว่า 100 ตัว สำหรับใครที่พกของมีค่า ควรเก็บไว้ใกล้ตัว เนื่องจากลิงอาจจะขโมยไปได้ นอกจากนี้แล้วยังได้ชมวิวของย่านอาราชิยามะแบบพาโนราม่า ชมพระอาทิตย์ตกยามโพล้เพล้กับวิวทิวทัศน์ที่ไม่มีวันลืม

    7. ป่ากิโมโน แห่งอาราชิยามะ (Kimono Forest)

    เป็นอีกหนึ่งในจุดเช็คอินที่มีชื่อเสียงในเชิงของศิลปวัฒนธรรม เป็นจุดแสดงผลงานศิลปะรอบๆ สถานีปลายทาง Arashiyama ของรถราง Keifuku Randen ประกอบไปด้วยกระบอกอะคริลิกใส การจัดแสดงศิลปะจากผืนผ้ากิโมโนนี้เรียกว่า Kimono Forest ยิ่งถ้าเป็นเวลากลางคืน จะยิ่งสว่างไสวสะดุดตา เพราะกระบอกอะคริลิกใจะเรืองแสงในเวลากลางคืน

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับรถไฟสายโรแมนติก เกียวโต

ควรจองรถไฟซากาโน่ล่วงหน้าหรือไม่?

รถไฟซากาโน่มีเวลาปิดทำการหรือไม่?

หากเป็นฤดูมรสุมหรือหิมะตกหนัก รถไฟซากาโน่จะเปิดให้บริการหรือไม่?

ค่าตั๋วรถไฟซากาโน่ราคาเท่าไหร่?

เส้นทางของรถไฟซากาโน่ผ่านสถานีอะไรบ้าง?