ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

★ 4.9 (36K+ รีวิว) • 493K+ จองแล้ว
เกี่ยวกับทริปของคุณ
ทัวร์และกิจกรรมน่าสนใจ
โรงแรม
ร้านอาหาร

รีวิวเที่ยว ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

4.9 /5
36K+ รีวิว
อ่านรีวิวทั้งหมด
MaryAnn *****
4 พ.ย. 2025
อมันดาเป็นไกด์ทัวร์ของเรา เธอใจดีและให้ข้อมูลดีมาก คุณต้องมาให้เช้าถ้าคุณต้องการนั่งที่นั่งด้านหน้า ฉันมีช่วงเวลาที่ดีในการเดินทางครั้งนี้ ขอแนะนำอย่างยิ่ง!
2+
JR *********
4 พ.ย. 2025
ขอแนะนำอย่างยิ่ง! สถานที่สวยงามและมีไกด์ทัวร์ที่ดี
2+
Klook User
4 พ.ย. 2025
เลือกทัวร์นี้แทนทัวร์อื่น ๆ เพราะมีส่วนของ นารา ที่ชอบมาก! สามารถเห็นจุดตรวจหลายแห่งได้ในหนึ่งวันซึ่งสะดวกมากสำหรับฉัน อเล็กซ์มีความรู้และเป็นไกด์ที่ยอดเยี่ยม! ขอแนะนำอย่างยิ่ง!!!!!
Louise ***
4 พ.ย. 2025
เป็นทัวร์หนึ่งวันที่คุ้มค่า ฉันแค่อยากไปวัดคัตสึโอจิและน้ำตกมิโน เพราะฉันเคยไปสถานที่ท่องเที่ยวอีก 2 แห่งมาก่อนแล้ว การนั่งรถโค้ชจะพาคุณไปยังสถานที่ที่ระบุทั้งหมด ช่วยให้คุณประหยัดความยุ่งยากในการหาเส้นทาง
2+
Klook User
4 พ.ย. 2025
ไกด์ของเราชื่อคริสตินน่ารักมาก มีส่วนร่วม ตลก และมีความรู้ กำหนดการเดินทาง เยี่ยมมาก เราสามารถเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ 3 แห่งได้ในหนึ่งวัน คริสตินให้คำแนะนำที่ดีเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำในแต่ละสถานที่ (สิ่งที่ควรเยี่ยมชม สถานที่กินและช้อปปิ้ง) สวนนาราสนุกมาก เราได้ให้อาหารกวาง อาราชิยามะ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม การเดินไปตามป่าไผ่เป็นเรื่องดีและอากาศก็สดชื่นมาก นอกจากนี้เรายังได้ซื้อของที่ระลึกและทานอาหารกลางวันในบริเวณนั้น จุดสุดท้ายของเราคือประตูโทริอิ ฟูชิมิ อินาริ ที่นี่ฉันและเพื่อนของฉันสามารถถ่ายรูปและทานอาหารริมทางอร่อยๆ ได้
2+
Sofia *************
4 พ.ย. 2025
การที่สามารถไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวมากมายได้ในวันเดียวเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก! ไกด์ของเรา เอริค เป็นกันเองมากและให้คำอธิบายที่ดีเกี่ยวกับสถานที่ที่เราไป ครอบครัวของเราทุกคนชอบ สวนกวางนารา มากที่สุด
Donna *******
4 พ.ย. 2025
เรามีช่วงเวลาที่วิเศษมากกับการให้อาหารกวางที่เป็นมิตรที่สวนกวางนารา ตามด้วยการเยี่ยมชมวัดที่เงียบสงบ (ต้องใช้ตั๋วแยกต่างหาก) การเดินผ่านป่าไผ่ในอาราชิยามะผ่อนคลายเป็นพิเศษ ต้องขอบคุณสภาพอากาศที่เย็นสบาย ไกด์ทัวร์ของเรา โจแอนนา ยอดเยี่ยมมาก เธอแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกทางประวัติศาสตร์โดยละเอียดและทำให้ประสบการณ์นี้มีคุณค่าอย่างแท้จริง หลังจากการทัวร์ป่าไผ่ เราได้รับเวลาว่างในการสำรวจด้วยตนเอง น่าเสียดายที่ฉันอ่านตั๋วรถไฟซากะกลับผิดพลาดและพลาดรถบัสกลับตามกำหนด แม้จะมีเวลาที่เข้มงวด โจแอนนาก็ยังคงอยู่ข้างหลัง คอยดูแลกระเป๋าเดินทางของเรา และยังช่วยเราซื้อตั๋วไปสถานีเกียวโตอีกด้วย การสนับสนุนของเธอมีความหมายกับเรามาก ขอบคุณ โจแอนนา เราซาบซึ้งในความช่วยเหลือของคุณอย่างสุดซึ้ง!
2+
Klook User
4 พ.ย. 2025
ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ทัวร์มีการจัดการที่ดี ไกด์ (Tina) เป็นกันเอง มีความรู้ และให้คำแนะนำเป็นอย่างยิ่ง
2+

ที่เที่ยวใกล้ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

747K+ ผู้เยี่ยมชม
738K+ ผู้เยี่ยมชม
638K+ ผู้เยี่ยมชม
652K+ ผู้เยี่ยมชม
592K+ ผู้เยี่ยมชม
640K+ ผู้เยี่ยมชม
600K+ ผู้เยี่ยมชม
559K+ ผู้เยี่ยมชม

คำถามพบบ่อยเมื่อไป ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมฟูชิมิอินาริไทฉะคือเมื่อไหร่?

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริเปิดกี่โมง?

ฉันสามารถเดินทางไปยังศาลเจ้าฟูชิมิอินาริอย่างไรได้บ้าง?

ใช้เวลานานแค่ไหนในการเดินขึ้นไปถึงยอดเขาอินาริ?

ฉันสามารถเดินเขาอินาริในเวลากลางคืนได้หรือไม่?

ก่อนไป ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ต้องรู้อะไรบ้าง?

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) ณ กรุงเกียวโต คือหนึ่งในศาสนสถานที่โดดเด่นและน่าจดจำที่สุดของญี่ปุ่น โด่งดังจากภาพอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงชาดนับหมื่นต้น (Senbon Torii) ที่ทอดยาวคดเคี้ยวไปตามเส้นทางขึ้นสู่ภูเขาอินาริอันศักดิ์สิทธิ์ เสาแต่ละต้นคือสัญลักษณ์แห่งศรัทธาที่บริจาคโดยบุคคลและบริษัทต่างๆ เพื่อขอพรและขอบคุณต่อเทพเจ้าอินาริ เทพแห่งข้าว การเกษตร และความเจริญรุ่งเรืองทางธุรกิจ ตลอดเส้นทางแสวงบุญนี้ ผู้มาเยือนจะได้พบกับรูปปั้นสุนัขจิ้งจอก (Kitsune) ผู้ส่งสารของเทพเจ้า ที่ปรากฏอยู่ทั่วบริเวณ การเดินลอดผ่านอุโมงค์เสาโทริอิแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนการเดินทางผ่านศรัทธาที่หยั่งรากลึกในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่ผสมผสานความงดงามทางธรรมชาติเข้ากับบรรยากาศอันขรึมขลังได้อย่างลงตัวและน่าประทับใจ
68 Fukakusa Yabunouchichō, Fushimi Ward, Kyoto, 612-0882 ญี่ปุ่น

เที่ยวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

ประวัติและความสำคัญของศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีความเก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเกียวโต สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 711 เพื่ออุทิศให้กับเทพอินาริ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งข้าว อาหาร การเพาะปลูก และความอุดมสมบูรณ์ โดยเทพอินาริยังได้รับการเคารพบูชาในฐานะผู้ประทานโชคลาภและความสำเร็จด้านธุรกิจด้วย ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้กลายเป็นที่นิยมในหมู่พ่อค้า นักธุรกิจ และผู้ประกอบการที่มาขอพรเพื่อความรุ่งเรืองในกิจการของตน

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของศาลเจ้านี้คือ "เสาโทริอิ" สีแดงนับหมื่นต้นที่เรียงรายเป็นอุโมงค์ยาวทอดขึ้นสู่ภูเขาอินาริ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังศาลเจ้า เสาโทริอิเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับการบริจาคจากบุคคลและองค์กรต่างๆ เพื่อแสดงความขอบคุณต่อเทพอินาริเมื่อได้รับพรหรือประสบความสำเร็จตามที่ขอไว้ โดยมีการสลักชื่อผู้บริจาคและวันที่ไว้ที่ด้านหลังของเสาแต่ละต้น ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริยังมีรูปปั้นจิ้งจอก (คิทสึเนะ) อยู่ทั่วบริเวณ เนื่องจากจิ้งจอกถือเป็นผู้ส่งสารของเทพอินาริ ตามความเชื่อแบบชินโต รูปปั้นเหล่านี้มักคาบกุญแจยุ้งฉางไว้ที่ปาก ซึ่งสื่อถึงความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์

ด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความศักดิ์สิทธิ์และความงดงามทางธรรมชาติ ศาลเจ้าแห่งนี้จึงกลายเป็นจุดหมายสำคัญทั้งสำหรับชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการมาสัมผัสพลังแห่งศรัทธาและธรรมชาติอันสงบร่มรื่นของเกียวโต

เทพเจ้าอินาริ: เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ สู่ผู้อุปถัมภ์ความสำเร็จทางธุรกิจ

อินาริ โอคามิ (Inari Ōkami) หรือที่รู้จักกันในนาม "โออินาริซัง" คือหนึ่งในเทพเจ้า (คามิ) ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างกว้างขวางและใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นมากที่สุดองค์หนึ่ง พระองค์ทรงเป็นเทพเจ้าในศาสนาชินโตที่ปกป้องคุ้มครองในหลากหลายด้าน ตั้งแต่ธัญญาหาร การเกษตร ไปจนถึงความเจริญรุ่งเรืองในกิจการค้าและอุตสาหกรรม ทำให้ศาลเจ้าอินาริปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่งในญี่ปุ่น ตั้งแต่ศาลเจ้าขนาดใหญ่บนภูเขาไปจนถึงศาลเล็กๆ ในย่านธุรกิจหรือบนดาดฟ้าของอาคาร

จากเทพแห่งท้องนาสู่เทพแห่งการค้า

ในยุคแรกเริ่มของญี่ปุ่นซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรม อินาริได้รับการบูชาในฐานะ เทพเจ้าแห่งข้าวและธัญญาหาร พระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และการเก็บเกี่ยวที่ได้ผลดี เกษตรกรจะสวดภาวนาต่ออินาริเพื่อขอพรให้พืชผลเจริญงอกงาม ปราศจากภัยธรรมชาติและโรคระบาด ความเชื่อมโยงกับการเกษตรนี้ยังขยายไปถึงสาเก ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่หมักจากข้าว และผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ

เมื่อกาลเวลาผ่านไป สังคมญี่ปุ่นเริ่มพัฒนาสู่สังคมแห่งการค้าและอุตสาหกรรม บทบาทของเทพเจ้าอินาริก็ขยายขอบเขตกว้างขึ้นตามไปด้วย จากเดิมที่เป็นเพียงผู้คุ้มครองผลผลิตทางการเกษตร พระองค์ได้กลายเป็น เทพเจ้าแห่งความเจริญรุ่งเรืองทางธุรกิจ พ่อค้า ช่างฝีมือ และเจ้าของธุรกิจต่างหันมาสักการะอินาริเพื่อขอพรให้กิจการรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จทางการค้า และมีโชคลาภทางการเงิน

ความเชื่อนี้หยั่งรากลึกจนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สำคัญ เช่น การบริจาคเสาโทริอิสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับศาลเจ้าอินาริ โดยเฉพาะที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริในเกียวโต ซึ่งเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าอินาริทั่วประเทศ อุโมงค์เสาโทริอิที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตานั้น ล้วนเกิดจากพลังศรัทธาของบุคคลและบริษัทที่มาขอพรแล้วประสบความสำเร็จตามที่หวัง

สัญลักษณ์และผู้ส่งสาร

เมื่อกล่าวถึงเทพเจ้าอินาริ ภาพจำที่แยกจากกันไม่ได้คือ สุนัขจิ้งจอก หรือ คิทสึเนะ (Kitsune) ในความเชื่อชินโต คิทสึเนะทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้าอินาริ เราจึงสามารถพบเห็นรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกจำนวนมากตามศาลเจ้าอินาริ โดยมักจะปรากฏเป็นคู่ ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหรือหน้าอาคารหลัก รูปปั้นเหล่านี้มักคาบสิ่งของมงคลต่างๆ ในปาก เช่น:

  • ลูกแก้ว หรือ รัตนมณี (Hoju): สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณของเทพเจ้าและพลังอำนาจ

  • กุญแจ (Kagi): ตัวแทนของกุญแจสู่ยุ้งฉางข้าว ซึ่งหมายถึงความอุดมสมบูรณ์

  • ม้วนสาร (Makimono): สื่อถึงสติปัญญาและสาส์นจากเทพเจ้า

  • รวงข้าว (Ine): สัญลักษณ์แห่งการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์

ไฮไลท์ของศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

อาคารหลักของศาลเจ้า (Go-Honden)

อาคารหลัก หรือ "โกะฮนเด็น" คือหัวใจและเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ เป็นที่ประทับของเทพเจ้าอินาริ โอคามิ (Inari Ōkami) และเทพเจ้ารองอีกสี่องค์ ซึ่งรวมเรียกว่า "อินาริ โกะชะ" (Inari Gosha - เทพเจ้าอินาริทั้งห้า) นักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาจะมุ่งหน้ามายังอาคารนี้เพื่อสวดมนต์ ขอพร และแสดงความเคารพเป็นอันดับแรก

สถาปัตยกรรมอันงดงาม: ตัวอาคารปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1499 หลังจากที่ของเดิมถูกเผาทำลายไปในช่วงสงครามโอนิน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ สถาปัตยกรรมเป็นแบบ "นางาเระ-ซูคุริ" (Nagare-zukuri) ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในการสร้างศาลเจ้าชินโต มีลักษณะเด่นคือหลังคาที่ยื่นยาวออกมาทางด้านหน้ามากกว่าด้านหลัง ทำให้เกิดพื้นที่ชายคาสำหรับผู้มาสักการะ หลังคาทำจากเปลือกไม้ฮิโนกิซ้อนกันเป็นชั้นๆ หรือที่เรียกว่า "ฮิวาดะ-บูกิ" (Hiwada-buki) ซึ่งเป็นเทคนิคโบราณที่ต้องใช้ความประณีตสูง

รายละเอียดการตกแต่งมีความวิิจิตรตระการตา ไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักไม้ที่หน้าบันและคาน การใช้สีแดงสด (สีชาด) ตัดกับสีทองและสีดำอย่างลงตัว ซึ่งไม่เพียงแต่สวยงาม แต่สีแดงยังเชื่อว่ามีพลังในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายอีกด้วย บริเวณหน้าอาคารหลักจะมี "ไฮเด็น" (Haiden) หรือโถงสักการะสำหรับให้ผู้คนยืนสวดมนต์และประกอบพิธีกรรม

ประตูโรมง (Rōmon Gate)

เมื่อเดินผ่านโทริอิขนาดใหญ่ที่ทางเข้าหลักเข้ามา สิ่งแรกที่จะสร้างความประทับใจคือประตูโรมงอันโอ่อ่าและสง่างาม ประตูแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างโลกมนุษย์และเขตศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า

ประวัติและความสำคัญ: ประตูโรมงของศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1589 โดยไดเมียวผู้ยิ่งใหญ่ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) เพื่อเป็นการขอบคุณเทพเจ้าอินาริหลังจากที่ท่านได้อธิษฐานขอให้มารดาที่กำลังป่วยหนักหายดีและคำอธิษฐานนั้นก็สัมฤทธิ์ผล สถาปัตยกรรมของประตูเป็นแบบสองชั้นที่สง่างามและมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาประตูศาลเจ้าประเภทเดียวกัน

บริเวณสองข้างของประตูจะมียามผู้พิทักษ์ หรือที่เรียกว่า "ซุชิน" (Zuishin) ซึ่งเป็นรูปปั้นขององครักษ์ในชุดนักรบโบราณ ถือธนูและลูกธนู คอยปกป้องคุ้มครองพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์จากสิ่งชั่วร้าย ประตูโรมงจึงไม่ได้เป็นเพียงทางผ่าน แต่ยังเป็นจุดถ่ายภาพที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์แห่งการมาเยือนศาลเจ้าแห่งนี้

เส้นทางเดินป่าขึ้นภูเขาอินาริ (Mount Inari Pilgrimage Trail)

เบื้องหลังอาคารหลักคือจุดเริ่มต้นของประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ นั่นคือเส้นทางเดินสู่ยอดเขาอินาริที่สูง 233 เมตร เส้นทางนี้ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางเดินป่าธรรมดา แต่เปรียบเสมือนเส้นทางการจาริกแสวงบุญที่ผู้คนเดินตามรอยศรัทธาผ่านอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงสดนับหมื่นต้น (ที่เรียกว่า เซ็มบงโทริอิ - Senbon Torii)

ตลอดเส้นทางที่คดเคี้ยวและค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ บรรยากาศจะเปลี่ยนจากความคึกคักของผู้คนไปสู่ความเงียบสงบและขรึมขลังของผืนป่า ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ จำนวนนักท่องเที่ยวจะยิ่งบางตาลง ทำให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของภูเขาแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่ การเดินทางไป-กลับจนถึงยอดเขาอาจใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่มีเวลาและพละกำลังที่จะได้สำรวจศาลเจ้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สี่แยกโยทสึจิ (Yotsutsuji Intersection)

หลังจากเดินขึ้นเขามาได้ประมาณครึ่งทาง (ราว 30-45 นาที) คุณจะมาถึงลานกว้างที่เรียกว่า สี่แยกโยทสึจิ ซึ่งถือเป็นจุดพักและจุดชมวิวยอดนิยม ที่นี่เป็นเหมือนรางวัลสำหรับผู้ที่ออกแรงเดินขึ้นมา เพราะคุณจะได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามของเมืองเกียวโตที่ทอดตัวอยู่เบื้องล่าง สามารถมองเห็นไปได้ไกลถึงตัวเมืองทางทิศใต้

บริเวณนี้มีร้านน้ำชาและร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่ ให้คุณได้นั่งพัก จิบชาเขียว หรือทานไอศกรีม พลางชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตัดสินใจเดินกลับลงไป แต่สำหรับผู้ที่ต้องการพิชิตยอดเขา นี่คือจุดพักครึ่งทางเพื่อเติมพลังก่อนจะเดินต่อไปยังยอดเขาอิจิโนมิเนะ (Ichinomine)

ศาลเจ้าย่อยและแท่นบูชาหิน (Otsuka)

เมื่อเดินเลยสี่แยกโยทสึจิขึ้นไป คุณจะเริ่มเข้าสู่บรรยากาศที่แตกต่างออกไป เส้นทางจะรายล้อมไปด้วย "โอทสึกะ" ซึ่งเป็นแท่นบูชาหินส่วนบุคคลจำนวนนับไม่ถ้วนที่ตั้งเรียงรายลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา แท่นบูชาเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าอินาริในนามของบุคคล ครอบครัว หรือบริษัทต่างๆ บนแท่นหินจะมีการสลักชื่อของเทพเจ้าและชื่อของผู้ศรัทธาเอาไว้

บรรยากาศในบริเวณนี้มีความขลัง ลึกลับ และเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง คุณจะได้เห็นกองหินเล็กๆ รูปปั้นจิ้งจอกขนาดจิ๋ว และโทริอิขนาดเล็กที่ผู้คนนำมาถวายวางซ้อนกันอยู่ตามโขดหินและพุ่มไม้ เป็นภาพสะท้อนถึงความศรัทธาอันลึกซึ้งที่ผู้คนมีต่อเทพเจ้าอินาริในระดับปัจเจกบุคคล การได้เดินผ่านพื้นที่นี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่งที่เต็มไปด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณและความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

เสาโทริอิสีแดงนับหมื่นต้น (Senbon Torii)

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของศาลเจ้าฟูชิมิอินาริคือ "อุโมงค์โทริอิ" เสาไม้สีแดงสดที่ตั้งเรียงกันแน่นหนาตลอดเส้นทางขึ้นภูเขาอินาริ เสาโทริอิเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกบริจาคโดยบุคคลหรือบริษัทที่ต้องการขอพรหรือแสดงความขอบคุณต่อเทพอินาริ โดยแต่ละต้นจะมีชื่อผู้บริจาคและวันที่จารึกไว้ด้านหลัง ภาพของโทริอิเรียงกันเป็นทางยาวนี้เป็นภาพที่โด่งดังไปทั่วโลกและกลายเป็นสัญลักษณ์ของเกียวโตอย่างแท้จริง

รูปปั้นจิ้งจอกผู้ส่งสารของเทพอินาริ

จิ้งจอก หรือ "คิทสึเนะ" ในภาษาญี่ปุ่น ถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาชินโต และเป็นผู้ส่งสารของเทพอินาริ ตามความเชื่อ รูปปั้นจิ้งจอกที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณศาลเจ้ามักจะคาบกุญแจหรือของศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ไว้ที่ปาก โดยเฉพาะกุญแจยุ้งฉาง ซึ่งสื่อถึงความมั่งคั่งและการปกป้องพืชผล เป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ที่ผู้มาเยือนนิยมขอพร

จุดถ่ายรูปยอดนิยม

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริเต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปอันโด่งดัง เช่น

  • อุโมงค์โทริอิสีแดง ที่ถ่ายจากมุมลึกจะได้ภาพโทริอิเรียงกันสวยงาม

  • บันไดหินท่ามกลางต้นไม้ ที่ให้ภาพมีความลึกลับและสงบ

  • รูปปั้นจิ้งจอกคู่หน้าอาคารหลัก

  • จุดชมวิวเมืองเกียวโต ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ในวันที่อากาศแจ่มใส

ร้านของฝากและอาหารท้องถิ่น

ด้านล่างของศาลเจ้ามีถนนสายเล็กๆ ที่เรียงรายด้วยร้านขายของฝากและของกินท้องถิ่น จุดเด่นคืออาหารที่เกี่ยวข้องกับเทพอินาริ เช่น

  • อินาริซูชิ: ข้าวซูชิห่อด้วยเต้าหู้ทอด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของโปรดของเทพอินาริ

  • คิทสึเนะอุด้ง: อุด้งร้อนหน้าเต้าหู้ทอด มีรสชาติหวานกลมกล่อม

  • ของที่ระลึกยอดนิยม เช่น เครื่องราง, พวงกุญแจจิ้งจอก, เสาโทริอิจิ๋ว, และ ชุดป้ายขอพร ที่นักท่องเที่ยวสามารถเขียนคำอธิษฐานแขวนไว้ในศาลเจ้าได้

ข้อแนะนำและเคล็ดลับเมื่อไปสักการะศาลเจ้าฟูชิมิอินาริแ

การไปเยือนศาลเจ้าฟูชิมิอินาริไม่ได้เป็นเพียงการไปท่องเที่ยวถ่ายภาพ แต่ยังเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของศาสนาชินโต เพื่อให้การไปเยือนของคุณราบรื่นและเปี่ยมด้วยความเคารพ นี่คือข้อแนะนำและเคล็ดลับต่างๆ ที่ควรรู้

มารยาทและขั้นตอนการสักการะ

  1. การเดินผ่านประตูโทริอิ (Torii Gate):

    • ก่อนเดินผ่านโทริอิซึ่งเป็นสัญลักษณ์แบ่งเขตแดนเทพเจ้า ให้โค้งคำนับเล็กน้อย 1 ครั้ง เพื่อแสดงความเคารพ

    • พยายามเดินชิดซ้ายหรือขวาของทางเดิน เนื่องจากตรงกลางถือเป็นทางเดินสำหรับเทพเจ้า

  2. การชำระล้างที่โชซึยะ (Chozuya / Temizuya):

    ก่อนเข้าสู่ตัวอาคารหลัก คุณจะพบจุดชำระล้างร่างกายและจิตใจ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

    • ใช้มือขวาจับกระบวย (Hishaku) ตักน้ำ

    • รินน้ำล้างมือซ้าย

    • เปลี่ยนมาใช้มือซ้ายจับกระบวย แล้วรินน้ำล้างมือขวา

    • เปลี่ยนกลับมาใช้มือขวาจับกระบวย เทน้ำใส่อุ้งมือซ้าย แล้วนำมาใช้บ้วนปาก (ห้ามให้ปากสัมผัสกระบวยโดยตรง และอย่ากลืนน้ำลงไป ให้บ้วนทิ้งในที่ที่จัดไว้)

    • สุดท้าย ถือกระบวยให้ตั้งขึ้นเพื่อให้น้ำที่เหลือไหลลงมาล้างด้ามจับ แล้ววางคว่ำไว้ที่เดิม

  3. การสักการะหน้าอาคารหลัก (Honden):

    • เดินเข้าไปยืนหน้าโถงสักการะอย่างสงบ

    • โยนเหรียญทำบุญลงในกล่องรับบริจาค (นิยมใช้เหรียญ 5 เยน เพราะพ้องเสียงกับคำว่า "โกะเอน" (Go-en) ที่แปลว่า "วาสนาที่ดี" หรือ " duyên phận tốt")

    • โค้งคำนับ 2 ครั้ง

    • ปรบมือ 2 ครั้ง (ปรบมือดังๆ ให้ฝ่ามือเสมอกันที่ระดับอก)

    • พนมมืออธิษฐานเงียบๆ ในใจ

    • โค้งคำนับอีก 1 ครั้ง เป็นการสิ้นสุด

เคล็ดลับสำหรับการเดินสำรวจและถ่ายภาพ

  1. เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม:

    • เช้าตรู่ (ก่อน 8.00 น.): เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงฝูงชน คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่ส่องลอดผ่านอุโมงค์โทริอิจะทำให้ได้ภาพที่สวยงามมาก

    • ช่วงเย็นหรือค่ำ: หลังจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กลับไปแล้ว ศาลเจ้าจะเปิดไฟตามทางเดิน ให้บรรยากาศที่ลึกลับและขลังไปอีกแบบ (แต่หากจะเดินขึ้นเขาควรเตรียมไฟฉายไปด้วย)

  2. เตรียมตัวสำหรับการเดิน:

    • สวมรองเท้าที่สบายที่สุด: เส้นทางส่วนใหญ่เป็นการเดินขึ้นเขาและขั้นบันได ควรเลือกรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าสำหรับเดินโดยเฉพาะ

    • เตรียมน้ำดื่ม: แม้จะมีตู้กดน้ำอัตโนมัติเป็นระยะ แต่การเตรียมน้ำดื่มไปเองจะสะดวกกว่า โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน

  3. เทคนิคการถ่ายภาพในอุโมงค์โทริอิ (Senbon Torii):

    • เดินเข้าไปให้ลึกขึ้น: นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะถ่ายรูปกันที่จุดเริ่มต้นของอุโมงค์ หากคุณเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย จะพบช่วงที่คนน้อยลงและสามารถถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น

    • หามุมเงย: ลองถ่ายภาพในมุมเงยขึ้นไป จะเห็นความหนาแน่นและความสวยงามของเสาโทริอิที่เรียงซ้อนกัน

    • เล่นกับแสงและเงา: ใช้ประโยชน์จากแสงที่ส่องผ่านช่องว่างระหว่างเสาเพื่อสร้างมิติให้กับภาพ

กิจกรรมเสริมเพื่อความเป็นสิริมงคล

  1. ลองยกหินเสี่ยงทาย (Omokaru Ishi):

    • ที่ศาลาริมทางขึ้นเขา จะมีตะเกียงหินคู่หนึ่ง ให้คุณตั้งจิตอธิษฐานในใจ แล้วลองยกหินก้อนบนสุดของตะเกียง

    • ความเชื่อ: ถ้าคุณรู้สึกว่าหินนั้น "เบากว่า" ที่คิดไว้ คำอธิษฐานของคุณจะสมหวัง แต่ถ้า "หนักกว่า" ที่คิด อาจจะต้องใช้ความพยายามมากขึ้น

  2. เขียนคำอธิษฐานบนแผ่นไม้เอมะ (Ema)

    ซื้อแผ่นไม้ขอพรซึ่งเป็นรูปหน้าสุนัขจิ้งจอกอันเป็นเอกลักษณ์ จากนั้นใช้ปากกาเขียนคำอธิษฐานของคุณลงไป แล้วนำไปแขวนไว้ในที่ที่จัดเตรียมไว้

  3. เลือกซื้อเครื่องราง (Omamori)

    ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริมีชื่อเสียงด้านเครื่องรางที่เกี่ยวกับการค้าขายและความสำเร็จทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางด้านอื่นๆ เช่น สุขภาพ การเดินทางปลอดภัย และการเรียน สามารถเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากหรือพกติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคลได้

5 วัดยอดนิยมอื่นๆ ใกล้ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

1. วัดโทฟุคุจิ (Tofuku-ji)

วัดโทฟุคุจิเป็นวัดเซนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ สามารถเดินถึงได้ในเวลาเพียง 10--15 นาที วัดนี้มีชื่อเสียงในเรื่องสวนหินแบบเซนที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันและสะพานไม้ "ซึเท็นเคียว" (Tsutenkyo Bridge) ซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโต ในฤดูใบไม้ร่วง วัดโทฟุคุจิจะถูกแต้มสีด้วยต้นเมเปิ้ลนับพันต้น กลายเป็นภาพอันน่าประทับใจไม่แพ้วัดไหน

2. วัดซันจูซังเก็นโด (Sanjūsangen-dō)

วัดซันจูซังเก็นโดตั้งอยู่ห่างจากฟูชิมิอินาริประมาณ 10--15 นาทีโดยรถไฟ จุดเด่นของวัดนี้คืออาคารไม้ยาวที่สุดในญี่ปุ่น และมีพระโพธิสัตว์พันมือ (Kannon) มากถึง 1,001 องค์ เรียงรายอย่างอลังการภายในอาคารหลัก ซึ่งสร้างความประทับใจทั้งทางศิลปะและจิตวิญญาณ เป็นวัดที่ผสมผสานความเคร่งขรึมของพุทธศาสนาเข้ากับความวิจิตรงดงามของประติมากรรมได้อย่างลงตัว

3. วัดคิโยมิซุ (Kiyomizu-dera)

วัดคิโยะมิซุเดระหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกียวโต ตั้งอยู่บนเนินเขาฮิกาชิยามะ ห่างจากฟูชิมิอินาริโดยรถไฟและเดินต่อประมาณ 30 นาที วัดนี้มีจุดเด่นคือ "ระเบียงไม้ยื่นออกจากหน้าผา" ที่สามารถมองเห็นวิวเมืองเกียวโตได้ไกลสุดสายตา อีกทั้งยังเป็นจุดชมซากุระและใบไม้แดงที่งดงามมากอีกแห่ง มีบรรยากาศแบบโบราณและร้านค้าเก่าแก่ให้เดินชมก่อนถึงวัด

4. วัดโคเมียวอิน (Komyo-in)

วัดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ตั้งอยู่ใกล้กับวัดโทฟุคุจิ มีชื่อเสียงในเรื่อง สวนหิน "Hashin Tei" ที่ออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและหามุมสงบเพื่อชมความงามแบบเซนแท้ๆ เป็นจุดแวะที่ดีสำหรับผู้ที่เดินทางจากฟูชิมิอินาริไปวัดโทฟุคุจิ

5. วัดคิงกะกุ หรือ วัดทอง (Kinkaku-ji)

แม้ว่าวัดคิงกะกุจะอยู่ห่างจากฟูชิมิอินาริพอสมควร ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถไฟและรถบัส แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในวัดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเกียวโต วัดนี้โดดเด่นด้วยอาคารหลักที่ปิดทองคำทั้งหลัง สะท้อนเงาอยู่เหนือบ่อน้ำอย่างงดงามทุกฤดูกาล เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและความสงบแห่งจิตวิญญาณ ทั้งยังมีสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่สวยงามให้เดินชมรอบวัด