วัดคิโยะมิซุ

★ 4.9 (34K+ รีวิว) • 474K+ จองแล้ว
เกี่ยวกับทริปของคุณ
ทัวร์และกิจกรรมน่าสนใจ
โรงแรม
ร้านอาหาร

รีวิวเที่ยว วัดคิโยะมิซุ

4.9 /5
34K+ รีวิว
อ่านรีวิวทั้งหมด
Klook User
4 พ.ย. 2025
เป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งมากและเป็นไฮไลท์ส่วนตัวของการเดินทางไปญี่ปุ่นของเรา ทำการจองล่วงหน้าเนื่องจากพวกเขายุ่งมาก แต่ทุกคนมีประสิทธิภาพและใจดีมาก ฉันหวังว่าฉันจะได้ถามชื่อทุกคนเพื่อที่ฉันจะได้ขอบคุณพวกเขาเป็นรายบุคคล พวกเขามีชุดกิโมโนของผู้หญิงและผู้ชายให้เลือกมากมาย การเลือกชุดกิโมโนเป็นเรื่องสนุกมาก ฉันคิดว่าคุ้มค่าที่จะอัพเกรดเป็นกิโมโนลูกไม้และเครื่องประดับหากคุณสามารถทำได้ สำหรับสาวๆ พวกเขาให้คุณเลือกทรงผมที่น่ารักได้หลายแบบ และพวกเขาทำได้ดีมากกับฉันและน้องสาวของฉัน และทรงผมก็อยู่ทรงตลอดทั้งวัน! พวกเขายังมีอุปกรณ์เสริมที่น่ารักสุดๆ ซึ่งรวมถึงกระเป๋า ร่ม และแม้แต่ดาบคาตานะเพื่อให้คุณเก็บของบางส่วนขณะที่คุณออกไปข้างนอกด้วยชุดกิโมโนของคุณ ขอแนะนำให้ทำการจองช่างภาพ เรามีสตีเวนที่พูดภาษาอังกฤษและทำให้ประสบการณ์พิเศษมาก เขาพาเราไปที่วัดที่สวยงามและให้คำแนะนำที่ดีและไอเดียสนุกๆ สำหรับภาพถ่าย! 10/10 จะทำอีกครั้งแน่นอน!
Klook User
4 พ.ย. 2025
เลือกทัวร์นี้แทนทัวร์อื่น ๆ เพราะมีส่วนของ นารา ที่ชอบมาก! สามารถเห็นจุดตรวจหลายแห่งได้ในหนึ่งวันซึ่งสะดวกมากสำหรับฉัน อเล็กซ์มีความรู้และเป็นไกด์ที่ยอดเยี่ยม! ขอแนะนำอย่างยิ่ง!!!!!
클룩 회원
4 พ.ย. 2025
วันนี้ฉันเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างคุ้มค่ามาก!! ขอบคุณสำหรับกำหนดการที่สมบูรณ์แบบ!!!
Klook User
4 พ.ย. 2025
ประสบการณ์ที่น่าทึ่งมาก Sensai ให้คำแนะนำที่ดีเยี่ยมในขณะที่เราสร้างเครื่องปั้นดินเผาของเรา สถานที่ตั้งหาง่ายและราคาสมเหตุสมผล ค่อนข้างประทับใจที่พวกเขาเสนอที่จะถ่ายรูปให้เรามากมาย ขอแนะนำประสบการณ์นี้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นไฮไลท์ของการเดินทางของเรา เราจะทำอีกครั้งอย่างแน่นอน
클룩 회원
4 พ.ย. 2025
เป็นการมาเกียวโตกับลูกๆ ค่ะ อากาศวันนั้นฝนตกๆ หยุดๆ แต่ตารางเที่ยวก็คุ้มค่ามากค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไกด์ช่วยรอคิวร้านอาหารดังไว้ให้ล่วงหน้า ทำให้เราใช้เวลาได้คุ้มค่ายิ่งขึ้นค่ะ ครั้งหน้าอยากจะพักที่เกียวโตนานกว่า 2 วันขึ้นไปค่ะ
Daphne *
3 พ.ย. 2025
การเช่าชุดกิโมโนเป็นสิ่งที่ต้องทำเสมอ และสตูดิโอนี้ก็ตอบโจทย์ได้แน่นอน! พวกเขาเป็นมิตรและอ่อนโยนเมื่อช่วยเหลือเรื่องการแต่งกายและทำผม และชุดกิโมโนที่พวกเขามีให้เลือกก็สวยงามมาก เพียงแต่ต้องระมัดระวังเรื่องสถานที่ที่คุณจอง! ฉันไม่รู้ว่าฉันจองไปอีกสาขาหนึ่ง แต่เนื่องจากเป็นเจ้าของเดียวกัน พวกเขาก็ยังให้บริการฉันได้อย่างไร้ที่ติ
Klook-Nutzer
3 พ.ย. 2025
ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม - เอาใจใส่และอบอุ่นมาก! เราจองชุดกิโมโนสำหรับผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก ตอนไปรับของ คนเยอะมากและค่อนข้างวุ่นวาย เนื่องจากฉันเป็นออทิสติกและรู้สึกไม่สบายใจในสถานการณ์เช่นนี้ได้ง่าย ฉันจึงเขียนข้อความแจ้งล่วงหน้า ทีมงานตอบกลับทันทีและพาเราไปยังร้านค้าที่เงียบกว่าในบริเวณใกล้เคียง พนักงานเป็นมิตร อดทน และเข้าใจอย่างไม่น่าเชื่อ กิโมโนสวยงามและมีคุณภาพสูง - เรารู้สึกสบายและพิเศษตลอดทั้งวัน เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง ซึ่งฉันสามารถแนะนำให้ทุกคนได้!
클룩 회원
3 พ.ย. 2025
ฉันคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีมาก~~ หลังจากไปเที่ยวแล้ว การเที่ยวชมเกียวโตในวันเดียวเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ ความสามารถในการดำเนินการของไกด์นำเที่ยวคุณพัคก็ยอดเยี่ยมมาก~~ หากเป็นการเดินทางระยะสั้น ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง~~

ที่เที่ยวใกล้ วัดคิโยะมิซุ

747K+ ผู้เยี่ยมชม
738K+ ผู้เยี่ยมชม
638K+ ผู้เยี่ยมชม
652K+ ผู้เยี่ยมชม
592K+ ผู้เยี่ยมชม
640K+ ผู้เยี่ยมชม
600K+ ผู้เยี่ยมชม
1M+ ผู้เยี่ยมชม

คำถามพบบ่อยเมื่อไป วัดคิโยะมิซุ

ช่วงเวลาไหนที่เหมาะกับการเยี่ยมชมวัดคิโยมิซุเดระของเมืองเกียวโตมากที่สุด?

ฉันสามารถเดินทางไปวัดคิโยมิซุเดระจากสถานีเกียวโตได้อย่างไร?

ฉันควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเยี่ยมชมวัดคิโยมิซุเดระคืออะไร?

วัดคิโยมิซุเดระเปิดทำการกี่โมง?

มีกิจกรรมหรืองานพิเศษที่วัดคิโยมิซุเดระหรือไม่?

ฉันสามารถถ่ายรูปภายในวัดได้หรือไม่?

มีร้านค้าและของที่ระลึกบริเวณวัดหรือไม่?

ก่อนไป วัดคิโยะมิซุ ต้องรู้อะไรบ้าง?

วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera Temple) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "วัดน้ำใส" ไม่ได้เป็นเพียงแค่วัดที่มีชื่อเสียงในเกียวโตเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในวัดที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย! ด้วยสถาปัตยกรรมโบราณที่งดงามและประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัดแห่งนี้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site)
1-chōme-294 Kiyomizu, Higashiyama-ku, Kyoto, 605-0862 ญี่ปุ่น

เที่ยววัดคิโยะมิซุ

วัดคิโยะมิซุ

ประวัติและที่มาของวัดคิโยะมิซุ

วัดคิโยะมิซุเดระ (Kiyomizu-dera) หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ "วัดน้ำใส" เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเกียวโต ตั้งอยู่บนเนินเขาโอโตวะทางทิศตะวันออกของเมือง ประวัติศาสตร์ของวัดเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 778 ในยุคนารา จากตำนานที่เล่าว่าพระภิกษุนามว่า "เอ็นชิน" ได้นิมิตเห็นน้ำตกบริสุทธิ์ท่ามกลางขุนเขา ท่านจึงออกเดินทางตามนิมิตนั้นจนได้พบกับ "น้ำตกโอโตวะ" และได้พบกับผู้บำเพ็ญพรตนามว่า "เกียวเอ โคจิ" ซึ่งได้มอบท่อนไม้ศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ท่านเพื่อแกะสลักเป็นรูปเคารพขององค์เจ้าแม่กวนอิม 11 พักตร์ หลังจากนั้นไม่นาน แม่ทัพคนสำคัญนามว่า "ซะกะโนะอุเอะ โนะ ทะมุระมะโระ" ได้มาล่าสัตว์ในบริเวณนี้และได้พบกับพระเอ็นชิน ท่านแม่ทัพเกิดความเลื่อมใสในคำสอนของพระพุทธศาสนา จึงได้รื้อถอนบ้านของตนเองแล้วนำมาสร้างใหม่เพื่ออุทิศเป็นวิหารหลักของวัด ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของวัดคิโยะมิซุ

ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา วัดคิโยะมิซุเดระได้รับความเคารพศรัทธาและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่หลายครั้งจากภัยสงครามและความขัดแย้งต่างๆ ทำให้อาคารส่วนใหญ่ที่เราเห็นในปัจจุบันไม่ใช่อาคารดั้งเดิม หากแต่สร้างขึ้นใหม่ในการบูรณะครั้งสำคัญที่สุดในปี ค.ศ. 1633 ภายใต้คำสั่งของโชกุนคนที่สามแห่งตระกูลโทคุงาวะ คือ "โทคุงาวะ อิเอะมิตสึ" การบูรณะครั้งนี้ได้รังสรรค์สถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งระเบียงไม้ขนาดใหญ่ของวิหารหลักที่สร้างยื่นออกมาจากไหล่เขา ซึ่งก่อสร้างขึ้นด้วยเทคนิคการเข้าไม้แบบโบราณของญี่ปุ่นอย่างน่าอัศจรรย์ โดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว และยังคงตั้งตระหง่านอย่างแข็งแรงมาจนถึงทุกวันนี้

จวบจนถึงปัจจุบัน วัดคิโยะมิซุเดระยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1994 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้วัดคิโยมิซุเดระเป็นส่วนหนึ่งของ "อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณ" ในฐานะมรดกโลก เพื่อเป็นการยืนยันถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วัดยังได้ผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ในยุคเฮเซเพื่อซ่อมแซมและอนุรักษ์โครงสร้างหลักให้คงอยู่ต่อไป ทำให้วัดคิโยะมิซุเดระยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม เป็นสถานที่ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนาน สถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง และความสำคัญทางจิตวิญญาณเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

อาคารสำคัญภายในวัดคิโยะมิซุ

วัดคิโยะมิซุ หรือ "วัดน้ำใส" เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และงดงามที่สุดในเกียวโต ภายในวัดมีอาคารที่สำคัญหลายแห่ง ซึ่งล้วนมีประวัติศาสตร์และความหมายทางศาสนาพุทธที่ลึกซึ้ง

อาคารหลักของวัดคิโยะมิซุ

1. อาคารหลัก (Hondo)

อาคารหลักของวัดเป็นที่ประดิษฐานของ พระโพธิสัตว์กวนอิม 11 พักตร์ 1000 กร ซึ่งเป็นองค์พระประธานของวัด สถาปัตยกรรมของอาคารหลังนี้โดดเด่นด้วยระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้น ดยไม่ใช้ตะปูและยื่นออกมาจากหน้าผา ทำให้กลายเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

2. อาคารโอคุโนะอิน (Okunoin Hall)

ตั้งอยู่ด้านหลังของอาคารหลัก โอคุโนะอินเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยงามไม่แพ้ระเบียงใหญ่ของวัด โดยสามารถมองย้อนกลับมาเห็นอาคารหลักได้อย่างงดงาม

3. อาคารชากะ (Shaka Hall)

เป็นอาคารที่ประดิษฐานพระพุทธรูป พระศากยมุนี (พระพุทธเจ้า) และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

4. อาคารอะมิดา (Amida Hall)

อาคารนี้เป็นที่ประดิษฐานพระอมิตาภพุทธะ (Amida Buddha) ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าตามความเชื่อของพุทธศาสนานิกายสุขาวดี

เจดีย์สามชั้นในวัดคิโยะมิซุ

5. เจดีย์สามชั้น (Three-storied Pagoda)

ตั้งอยู่ทางเข้าวัด เป็นหนึ่งในเจดีย์สามชั้นที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และถือเป็นสัญลักษณ์ของวัดคิโยะมิซุ

6. ศาลเจ้า "รักแท้" จิชู (Jishu Shrine)

ศาลเจ้าขนาดเล็กที่อยู่ภายในบริเวณวัดคิโยะมิซุ เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าแห่งความรัก "โอคุนินุชิ" (Okuninushi no Mikoto) นักท่องเที่ยวมักมาทำพิธีขอพรเรื่องความรัก และลองเดินหลับตาจากหินศักดิ์สิทธิ์ก้อนหนึ่งไปยังอีกก้อน ซึ่งเชื่อกันว่าหากเดินไปถึงได้โดยไม่ลืมตา ความรักของตนจะสมหวัง

ประตูนิโอมอน

7. ประตูนิโอมอน (Niomon Gate)

เป็นประตูหลักของวัด มีลักษณะเป็นอาคารไม้สีแดงโดดเด่น และเป็นจุดแรกที่ผู้มาเยือนจะพบเมื่อเข้าสู่วัด

8. หอระฆัง (Bell Tower)

เป็นอาคารที่ใช้แขวนระฆังขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ตีในโอกาสพิเศษทางศาสนา

ตำนานวัดน้ำใสและน้ำตกโอโตวะ

วัดคิโยะมิซุถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 780 และมีเอกลักษณ์โดดเด่นตรงที่มี น้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่านบริเวณวัด น้ำจากน้ำตกนี้เป็นน้ำธรรมชาติที่ใสสะอาดจนกลายเป็นที่มาของชื่อวัดว่า "คิโยะมิซุ" (清水) ซึ่งแปลว่า "น้ำบริสุทธิ์" ผู้คนเชื่อกันว่าหากได้ดื่มน้ำจากน้ำตกแห่งนี้จะได้รับพรในเรื่อง สุขภาพ การศึกษา และความรัก

กิจกรรมไฮไลต์ของวัดคิโยะมิซุ

ดื่มน้ำ 3 สายจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall)

น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากภูเขา สามารถดื่มน้ำจาก 3 สาย โดยแต่ละสายเชื่อกันว่าจะนำมาซึ่งโชคดีมาในเรื่องที่แตกต่างกันไป ตามความเชื่อโบราณ ห้ามดื่มทั้ง 3 สายพร้อมกัน เพราะอาจถูกมองว่าโลภมากเกินไป

สายที่ 1: ความสำเร็จด้านการศึกษา: เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

สายที่ 2: สุขภาพดีและอายุยืน: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาว

สายที่ 3: ความรักและความสัมพันธ์ที่ดี: เหมาะสำหรับคนโสดที่ต้องการพบรักแท้ หรือผู้ที่ต้องการเสริมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น

ขอพรเรื่องความรักที่ศาลเจ้าจิชู (Jishu Shrine)

ศาลเจ้าชินโตที่ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรด้านความรัก มีก้อนหินแห่งโชคชะตา (Love Stones) ที่เชื่อว่าหากเดินหลับตาแล้วเดินจากหินก้อนหนึ่งไปยังอีกก้อนสำเร็จ จะสมหวังในความรัก

ชมใบไม้เปลี่ยนสีและซากุระบาน

  • ฤดูใบไม้ร่วง (พฤศจิกายน - ต้นธันวาคม): ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้มและทอง สวยงามมาก

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - เมษายน): ซากุระบานสะพรั่งทั่วบริเวณวัด โรแมนติกสุด ๆ

ศาลเจ้าชื่อดังอื่นๆ ในเกียวโต

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari Taisha)

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ เป็นหนึ่งในศาสนสถานที่โด่งดังและเป็นภาพจำที่งดงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ในฐานะศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าอินาริกว่าสามหมื่นแห่งทั่วประเทศ ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าอินาริ เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และความสำเร็จทางธุรกิจตามความเชื่อชินโต ผู้มาเยือนจะสังเกตเห็นรูปปั้นสุนัขจิ้งจอก (คิทสึเนะ) จำนวนมากอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้านั่นเอง เอกลักษณ์ที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกคืออุโมงค์เสาโทริอิสีแดงสดนับหมื่นต้น หรือที่เรียกว่า "เซ็มบงโทริอิ" ซึ่งได้รับการบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อเป็นการขอบคุณต่อพรที่ได้รับ เสาโทริอิเหล่านี้ทอดยาวต่อเนื่องเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาอินะริอันศักดิ์สิทธิ์ ทำให้การเดินผ่านอุโมงค์แห่งนี้เปรียบเสมือนการเดินทางเข้าสู่โลกอันเงียบสงบและเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง ถือเป็นประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างการแสวงบุญและการเดินป่าชมทิวทัศน์อันงดงามของเมืองเกียวโตได้อย่างลงตัว

ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine)

ศาลเจ้ายาซากะตั้งอยู่ ณ ใจกลางย่านกิออนอันคึกคักและมีชีวิตชีวา ทำให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนและเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในเกียวโต ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่เทพซูซาโนโอะ โนะ มิโคโตะ เทพเจ้าแห่งพายุและท้องทะเลตามตำนานเทพปกรณัมญี่ปุ่น ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างเดินทางมาเพื่อสวดอ้อนวอนขอพรให้มีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกไปจากชีวิต เมื่อถึงยามค่ำคืน ศาลเจ้าจะเผยความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ออกมา ด้วยโคมไฟกระดาษนับร้อยดวงที่ประดับประดาอยู่รอบเวทีกลางซึ่งจะถูกจุดให้สว่างไสว สร้างบรรยากาศอันอบอุ่นและน่าเลื่อมใส นอกจากนี้ ศาลเจ้ายาซากะยังเป็นสถานที่จัด "เทศกาลกิออน" ซึ่งเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคม ด้วยความที่ศาลเจ้าเปิดให้เข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความสงบและงดงามยามค่ำคืนหลังจากการเดินเล่นในย่านกิออน

ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Jingu)

ศาลเจ้าเฮอันโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสีแดงสดใสและมีขนาดใหญ่โต สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1895 เพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบ 1,100 ปีของการก่อตั้งกรุงเกียวโต หรือ "เฮอันเคียว" ในอดีต ศาลเจ้าแห่งนี้อุทิศถวายแด่ดวงพระวิญญาณของจักรพรรดิคัมมุและจักรพรรดิโคเม ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์แรกและองค์สุดท้ายที่ทรงครองราชย์ในเกียวโต สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือเสาโทริอิยักษ์สีแดงชาดที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณทางเข้า ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาโทริอิที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อก้าวผ่านเข้าไปจะพบกับหมู่สถาปัตยกรรมที่จำลองแบบมาจากพระราชวังอิมพีเรียลในยุคเฮอันโดยย่อขนาดลงมา ทำให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมความสง่างามของสถาปัตยกรรมในอดีต นอกจากนี้ บริเวณด้านหลังของศาลเจ้ายังเป็นที่ตั้งของสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่งดงามอย่างน่าทึ่ง ซึ่งมีทั้งสระน้ำ สะพานจีน และพืชพรรณนานาชนิดที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละฤดูกาล ถือเป็นโอเอซิสแห่งความสงบที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมือง

ศาลเจ้าคิตาโนะ เท็นมังกู (Kitano Tenmangu)

ศาลเจ้าคิตาโนะ เท็นมังกู เป็นศูนย์กลางของศาลเจ้าเท็นมังกูทั่วประเทศ และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ "เทพเจ้าแห่งการศึกษา" ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับซุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ นักปราชญ์และขุนนางคนสำคัญในยุคเฮอัน ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าเท็นจิน เทพแห่งการเรียนรู้และความสำเร็จทางการศึกษา ทำให้ในแต่ละปีมีนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากเดินทางมาเพื่อขอพรให้สอบผ่านและประสบความสำเร็จ สัญลักษณ์สำคัญของศาลเจ้าคือรูปปั้นวัวจำนวนมากที่ตั้งอยู่ทั่วบริเวณ เนื่องจากเชื่อว่าวัวเป็นสัตว์ผู้ส่งสารของเทพเจ้าเท็นจิน และการลูบหัวของรูปปั้นวัวจะช่วยเสริมสร้างสติปัญญา นอกจากความสำคัญด้านการศึกษาแล้ว ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงด้านสวนดอกบ๊วยกว่า 2,000 ต้นที่จะบานสะพรั่งอย่างงดงามในปลายฤดูหนาว และในทุกวันที่ 25 ของเดือน บริเวณรอบศาลเจ้าจะคึกคักไปด้วยตลาดนัดเท็นจินซัง ตลาดนัดของเก่าและสินค้ามือสองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเกียวโต