• แอปพลิเคชัน
    สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
  • เลือกจุดหมายปลายทาง
  • แพลนเที่ยวยูนนาน 10 วัน สำหรับมือใหม่ ครบทุกไฮไลต์ คุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง และแชงกรีลา

    Klook Thailand
    Klook Thailand
    อัปเดตล่าสุด 13 ส.ค. 2025
    more
    แพลนเที่ยวยูนนาน 10 วัน สำหรับมือใหม่ ครบทุกไฮไลท์ คุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง และแชงกรีลา
    ออกเดินทางสู่ ยูนนาน (Yunnan) มณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ดินแดนแห่งความฝัน" ด้วยทิวทัศน์ภูเขาสุดอลังการ ทุ่งหญ้าเขียวขจี และวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปสัมผัสเสน่ห์ของ 4 เมืองไฮไลต์ในเส้นทางคลาสสิกที่ใครๆ ก็หลงรัก
    สำหรับทริปยูนนานครั้งแรก แนะนำ เส้นทางยอดนิยม 10 วัน ที่ครอบคลุมทั้ง คุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง และแชงกรีล่า แม้จะเที่ยวครบใน 7-8 วันได้ แต่การให้เวลาแต่ละเมืองมากขึ้น จะช่วยให้คุณได้ซึมซับบรรยากาศและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่

    สรุปแผนการเดินทางเที่ยวยูนนาน 10 วัน

    วันที่

    เมือง

    ไฮไลต์

    1-2

    คุนหมิง (Kunming)

    ป่าหิน, สวนสาธารณะทะเลสาบเขียว

    3-5

    ต้าหลี่ (Dali)

    เจดีย์สามองค์, เมืองโบราณซีโจว, ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่

    6-7

    ลี่เจียง (Lijiang)

    เมืองเก่าลี่เจียง, ภูเขาหิมะมังกรหยก

    8-10

    แชงกรีล่า (Shangri-La)

    วัดซงจ้านหลิน, บาลาเก๋อจง, ช่องเขาเสือกระโจน

    ส่วนลด 10% สำหรับจองทัวร์ในจีน

    China tour 10% off

    วันที่ 1-2: เริ่มต้นที่คุนหมิง "เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ"

    คุนหมิง
    คุนหมิง (Kunming) คือประตูสู่ยูนนานและเป็นเมืองหลวงของมณฑล ด้วยความสูง 1,890 เมตรจากระดับน้ำทะเลและอากาศเย็นสบายตลอดปี จึงได้รับฉายาว่า "เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ" เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นทริปเพื่อปรับร่างกายให้ชินกับความสูง
    Klook Tip: เส้นทางนี้จะพาคุณไต่ระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ การเริ่มต้นที่คุนหมิงจะช่วยลดความเสี่ยงจากอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness) ได้

    ที่เที่ยวห้ามพลาดในคุนหมิง:

    พื้นที่ธรรมชาติป่าหิน (Stone Forest Scenic Area)

    ป่าหิน
    แหล่งมรดกโลกยูเนสโก (UNESCO) แห่งนี้มีภูมิทัศน์แปลกตาราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์แฟนตาซี เต็มไปด้วยเสาหินและหน้าผาหินโบราณที่ตั้งเรียงรายราวกับเขาวงกต ป่าหินแห่งนี้เคยถูกขนานนามว่าเป็น “สิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่งของโลก” เลยทีเดียว จะเดินสำรวจด้วยตัวเองหรือเลือกนั่งรถชมวิวก็สะดวกไม่แพ้กัน
    ป่าหินแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ ป่าหินใหญ่ (Major Stone Forest) และป่าหินเล็ก (Minor Stone Forest) ในป่าหินเล็กจะพบกับหินก้อนหนึ่งชื่อว่า “อาซือหม่า (Ashima)” ซึ่งมีตำนานโศกนาฏกรรมเล่าขานกันมาว่า อาซือหม่าเป็นหญิงสาวรูปงามที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่โชคดีที่คนรักตัวจริงมาช่วยไว้ได้ ทว่าในระหว่างเดินทางกลับบ้าน เธอกลับถูกน้ำป่าพัดหายไปและกลายเป็นหินก้อนนั้นในที่สุด
    KlookTip: ถ้าอยากเลี่ยงคนเยอะ แนะนำให้ไปที่ “ป่าหินไน่กู่ (Naigu Stone Forest)” ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันและเงียบสงบกว่า
    หากยังไม่อิ่มกับความอลังการ ลองนั่งรถต่อไปอีกประมาณ 40 นาทีเพื่อไปชม “ถ้ำจิ่วเซียง (Jiuxiang Caves)” ที่มีถ้ำหินปูนมากกว่า 100 แห่งให้สำรวจ!

    สวนสาธารณะทะเลสาบเขียว (Green Lake Park)

    สวนสาธารณะทะเลสาบเขียว (Green Lake Park)
    Photo credit: Darren Wang on Flickr Creative Commons
    เติมพลังให้ร่างกายและใจท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามราวกับภาพโปสการ์ดที่สวนสาธารณะทะเลสาบเขียว ที่นี่เวลาเหมือนจะเดินช้าลง ศาลาริมน้ำสะท้อนเงากับผืนน้ำนิ่งราวกระจก ทางเดินสีเขียวร่มรื่น และดอกไม้หลากสีที่เบ่งบานอยู่รอบตัว ตั้งแต่พฤศจิกายนถึงมีนาคม ยังอาจได้เห็นนกนางนวลหัวดำอันโดดเด่นบินโฉบไปมาอีกด้วย
    KlookTip: แนะนำให้มาในวันอาทิตย์ จะได้ชมชาวบ้านใส่ชุดพื้นเมืองมาร่วมกิจกรรมร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานในสวน และถ้าอยากร่วมแจมก็ไม่ว่ากันเลย!

    สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ในคุนหมิง:

    Colourful Yunnan Happy World
    Colorful Yunnan Happy World Ticket

    ที่พักในคุนหมิง

    ที่พักในคุนหมิง (Stay at: Kunming)

    วันที่ 3-5: เสน่ห์แห่งต้าหลี่ เมืองเก่าริมทะเลสาบ

    รถไฟความเร็วสูงในจีน
    การได้นั่งรถไฟความเร็วสูงในจีนเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะพาคุณเดินทางจากคุนหมิงไปต้าหลี่ได้ในเวลาเพียง 2.5 ชั่วโมงเท่านั้น
    ต้าหลี่ (Dali)
    Photo credit: Chensiyuan on Wikimedia Commons
    ต้าหลี่ (Dali) เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของยูนนาน ตั้งอยู่ระหว่าง เทือกเขาชางซาน (Cangshan Mountains) และ ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ (Erhai Lake) ที่ความสูง 2,000 เมตร ที่นี่เป็นศูนย์กลางของชาวไป๋ (Bai) และมีบรรยากาศที่เงียบสงบและสวยงาม

    ที่เที่ยวห้ามพลาดในต้าหลี่:

    เจดีย์สามองค์ (Three Pagodas)

    เจดีย์สามองค์ (Three Pagodas)
    Photo credit: G41rn8 on Wikimedia Commons
    ลองอ่านข้อมูลเกี่ยวกับต้าหลี่ที่ไหนก็แล้วแต่ มักจะเห็นภาพเจดีย์สามองค์ปรากฏอยู่เสมอ เจดีย์เหล่านี้มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 10 ประกอบด้วยเจดีย์หลัก 1 องค์ และเจดีย์ขนาดเล็กอีก 2 องค์ ตั้งเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยมอย่างสมมาตร ทุกวันนี้ เจดีย์ทั้งสามถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคง เพราะยังคงตั้งตระหง่านแม้จะผ่านแผ่นดินไหวมาหลายครั้ง
    KlookTip: อย่าลืมเงยหน้ามองยอดเจดีย์เฉียนซวิ่น (Qianxun Pagoda) จะเห็นรูปปั้นนกสีทองอยู่บนยอด ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างขึ้นเพื่อปกป้องจากวิญญาณน้ำร้าย
    ด้านหลังเจดีย์มีวัดฉงเซิง (Chongsheng Temple) ตั้งอยู่ บนพื้นที่กว้างถึง 4 กิโลเมตร วัดแห่งนี้เคยประดิษฐานพระพุทธรูปมากถึง 10,000 องค์ ถ้ามีเวลา แนะนำให้มาในช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก และอยู่ชมไปจนถึงค่ำ เพราะเจดีย์จะเปิดไฟสวยงามในยามค่ำคืน

    เมืองโบราณซีโจว (Xizhou Ancient Town)

    เมืองโบราณซีโจว (Xizhou Ancient Town)
    เรียนรู้วัฒนธรรมของชนเผ่าไป๋ (Bai) อย่างใกล้ชิดที่เมืองโบราณซีโจว เมืองเล็กมีเสน่ห์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนไป๋ในยูนนาน ปัจจุบันมีประชากรไป๋อยู่ในมณฑลยูนนานราว 1.9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตต้าหลี่
    เริ่มต้นวันด้วยการเดินชมตลาดเช้าแบบท้องถิ่น ดื่มด่ำกับพิธีชงชา 3 รสของชาวไป๋ ชมสถาปัตยกรรมไป๋ดั้งเดิมที่คฤหาสน์ตระกูลเหยียน (Yan Family Compound) เรียนรู้ประวัติศาสตร์เพิ่มเติมที่พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมไป๋ (Museum of Bai Architecture) และเดินเล่นเลือกซื้อของที่ถนนสแควร์ (Square Street) ป.ล. อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับ "บ้านไม้เก่ามุมถนน" ที่เป็นแลนด์มาร์กสุดคลาสสิกด้วยนะ!
    เกร็ดน่ารู้: เมืองนี้เคยถูกขนานนามว่า “แคมบริดจ์แห่งตะวันออก” เพราะเคยเป็นศูนย์รวมของนักวิชาการและอาจารย์จำนวนมาก เมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ (Erhai Lake) และรายล้อมด้วยทุ่งนาเขียวขจี แถมยังเป็นหนึ่งในโลเคชันถ่ายทำซีรีส์จีนเรื่อง Meet Yourself อีกด้วย ภายในทุ่งมีทั้งมุมถ่ายรูป ชิงช้า คาเฟ่ และรถไฟย้อนยุคสุดน่ารักให้แวะชมกันด้วย

    ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ (Erhai Lake)

    ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ (Erhai Lake)
    จริงๆ แล้วสามารถใช้เวลาทั้งวันในการเที่ยวทะเลสาบเอ๋อร์ไห่และพื้นที่โดยรอบได้อย่างเต็มอิ่ม ทะเลสาบแห่งนี้มีรูปร่างคล้ายใบหู จึงเป็นที่มาของชื่อ "เอ๋อร์ไห่" ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ทะเลใบหู" นั่นเอง ที่ทะเลสาบสามารถเลือกนั่งเรือชมวิวแบบชิล ๆ ปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ หรือจะนั่งรถชมวิวไปตามเส้นทาง Ecological Corridor ฝั่งตะวันตกของทะเลสาบก็ได้ หรือถ้าชอบบรรยากาศสบาย ๆ จะจัดปิกนิกริมทะเลสาบก็เหมาะไม่น้อย
    นอกจากเมืองโบราณซีโจว รอบทะเลสาบยังรายล้อมไปด้วยสถานที่น่าแวะมากมาย เช่น เมืองชวงหล่าง (Shuanglang Town), หมู่บ้านประมงหวาซื่อ (Wase), Dali Utopia (สถานที่ที่ให้ความรู้สึกราวกับหลุดไปอยู่ซานโตรินี), เกาะชาวบ้านหนานเจ้า (Nanzhao Folk Island), เกาะเสี่ยวผู่ถัว (Little Putuo Island) และหมู่บ้านมัดย้อมโจวเฉิง (Zhoucheng tie-dye village)

    สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ในต้าหลี่:

    เมืองโบราณต้าหลี่ (Dali Ancient Town)

    ที่พักในต้าหลี่

    ที่พักในต้าหลี่ (Stay at: Dali)

    วันที่ 6-7: ลี่เจียง เมืองมรดกโลกสุดคึกคัก

    จากต้าหลี่ นั่งรถไฟความเร็วสูงต่อไปยังลี่เจียง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที
    ลี่เจียง
    ลี่เจียงเคยเป็นหนึ่งในจุดแวะสำคัญบนเส้นทางชา-ม้า (Tea Horse Road) ในอดีต จึงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ที่นี่ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 2,400 เมตร และเมืองเก่าของลี่เจียงยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโกอีกด้วย สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศยามค่ำคืน เมืองเก่าก็มีชีวิตชีวาและคึกคักไม่แพ้เวลากลางวันเลย

    ที่เที่ยวห้ามพลาดในลี่เจียง:

    เมืองเก่าลี่เจียง (Lijiang Old Town)

    เมืองเก่าลี่เจียง (Lijiang Old Town)
    Photo credit: ChiralJon on Flickr Creative Commons
    การเดินเล่นในเมืองเก่าลี่เจียงไม่จำเป็นต้องมีแผนเลย แค่ปล่อยตัวให้หลงไปตามตรอกเล็กตรอกน้อยที่ประดับด้วยธงผ้าและโคมไฟ ก็สนุกแล้ว แนะนำให้แวะชมคฤหาสน์โบราณมู่ฝู (Mufu Mansion), ขึ้นไปชมวิวมุมสูงที่เนินสิงโต (Lion Hill) หรือจะนั่งพักชิล ๆ ดูผู้คนที่จัตุรัสซื่อฟาง (Sifang Street Square) ก็เพลิน เดินข้ามสะพานหินและถ่ายรูปเล่นที่ตรอกดอกไม้ต้าเอี้ยน (Dayan flower lane) ให้จุใจกันไปเลย
    KlookTip: หากต้องนัดเจอเพื่อนร่วมทริป จุดนัดพบที่ดีและหาเจอง่ายที่สุดคือ “กังหันน้ำยักษ์” แลนด์มาร์กเด่นของเมืองเก่า
    เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมของชาวหน่าซี (Naxi) อย่างเต็มอิ่ม เมืองเก่าจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ตลอดทั้งปี เช่น เทศกาลบั้งบั้ง (Bangbang Festival) ที่จัดช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม เพื่อเริ่มต้นฤดูเพาะปลูก หรือเทศกาลคบเพลิง (Torch Festival) ช่วงกรกฎาคมหรือสิงหาคม ที่ชาวบ้านจะจุดคบเพลิงเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีและขอพรให้ได้ผลผลิตดีในปีนั้น ทั้งนี้วันจัดงานอาจเปลี่ยนไปในแต่ละปีตามปฏิทินจันทรคติจีน

    ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)

    ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)
    Photo credit: Ma Mountain on Flickr Creative Commons
    ภูเขาหิมะมังกรหยกมีทั้งหมด 13 ยอด และยังมีธารน้ำแข็งหลายแห่ง จุดที่แนะนำให้เที่ยวควบคู่กันคือ หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley) ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขา เหมาะสำหรับการเดินเล่นแบบสบาย ๆ ชมวิวธรรมชาติ จากนั้นสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปยังจุดชมวิว Glacier Park ที่อยู่สูงถึง 4,506 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
    KlookTip: ตั๋วกระเช้าลอยฟ้ามีจำนวนจำกัดเพียงวันละ 10,000 ใบเท่านั้น ใครมาก่อนได้ก่อน! เพื่อความชัวร์ แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่านทัวร์, WeChat หรือ Alipay
    โชว์ Lijiang Impression
    หากไม่อยากขึ้นกระเช้าใหญ่ ยังมีลิฟต์เก้าอี้ที่พาขึ้นไปยังทุ่งสน Spruce Meadow หรือทุ่งจามรี Yak Meadow ได้เช่นกัน และที่พลาดไม่ได้คือโชว์ Lijiang Impression การแสดงร้องและเต้นสุดอลังการ ซึ่งมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยกที่สวยจับใจ

    สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ในลี่เจียง:

    สวนสระมังกรดำ (Black Dragon Pool Park)
    Black Dragon Pool Park

    ที่พักในลี่เจียง

    yunnan itinerary

    วันที่ 8-10: ปิดท้ายที่แชงกรีล่า ดินแดนสุขาวดีบนโลกมนุษย์

    การเดินทางไปแชงกรีล่าสามารถเลือกได้นั่งรถไฟความเร็วสูง (ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที) หรือใช้บริการรถรับส่งร่วม ซึ่งมักรวมบัตรเข้าชมช่องเขาเสือกระโจน (Tiger Leaping Gorge) ไว้แล้วด้วย
    แชงกรีล่า (Shangri La)
    Photo credit: Chensiyuan on Wikimedia Commons
    แชงกรีล่า (Shangri La) เป็นจุดที่สูงที่สุดของทริป โดยตั้งอยู่บนระดับความสูง 3,100 เมตร เมืองนี้มีทิวทัศน์สวยงามเกินบรรยาย แฝงไปด้วยความลึกลับและเสน่ห์เฉพาะตัว แชงกรีล่าถูกกล่าวถึงครั้งแรกในนวนิยาย Lost Horizon ของ James Hilton เมื่อปี 1939 และกลายเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินทางที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมทิเบตอย่างแท้จริง
    ไฮไลต์ของเมืองคือ “เมืองเก่าตู๋เค่อจง (Dukezong Old Town)” ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี และได้รับการยกย่องว่าเป็นชุมชนชาวทิเบตที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในจีน

    ที่เที่ยวห้ามพลาดในแชงกรีล่า:

    วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin Monastery)

    วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin Monastery)
    Photo credit: Colin W on Wikimedia Commons
    วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin Monastery) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1679 และถือเป็นวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน สามารถเลือกนั่งรถบัสจากทางเข้า หรือจะเดินช้า ๆ ชมวิวรอบทะเลสาบประมาณ 30 นาทีก็ได้เหมือนกัน ถ้าโชคดีมาในวันที่อากาศแจ่มใสและลมไม่แรง อาจได้ภาพวัดสะท้อนกับผิวน้ำที่งดงามไม่เหมือนใคร
    ภายในวัดเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าทางพระพุทธศาสนา และยังสามารถชมพระสงฆ์ทำพิธีสวดมนต์ได้ด้วย ต้องเดินขึ้นบันไดทั้งหมด 147 ขั้นเพื่อไปถึงจุดสูงสุดของวัด แต่รับรองว่า คุ้มค่าทุกก้าวแน่นอน!

    บาลาเก๋อจง (Balagezong)

    บาลาเก๋อจง (Balagezong)
    Photo credit: Yunnan Shangri-la Balagezong Tourism Development
    บาลาเก๋อจง (Balagezong) เป็นหนึ่งในทริปแบบไปเช้าเย็นกลับจากแชงกรีล่าที่น่าประทับใจที่สุดแห่งหนึ่ง ไฮไลต์อยู่ที่ต้นโพธิ์พันปีซึ่งเชื่อกันว่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปีเลยทีเดียว เพลิดเพลินกับวิวแคนยอนยิ่งใหญ่แห่งแชงกรีล่า ภูเขาหิมะบาลาอันตระการตา และเจดีย์ชัมบาลา (Shambala Pagoda) ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “เจดีย์ธรรมชาติที่พระเจ้ามอบให้”
    ที่นี่ยังมีจุดชมวิวพื้นกระจกให้เดินออกไปชมวิวแบบหวาดเสียว ถ้าใจถึงก็ลองดู! ส่วนสายแอดเวนเจอร์ก็สามารถเพิ่มระดับความมันด้วยการโหนสลิงกลางหุบเขาได้เช่นกัน

    ช่องเขาเสือกระโจน (Tiger Leaping Gorge)

    ช่องเขาเสือกระโจน (Tiger Leaping Gorge)
    ช่องเขาเสือกระโจน ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกยูเนสโก (UNESCO) สามารถใช้เวลาเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน ช่องเขานี้มีความยาว 17 กิโลเมตร และลึกเกือบ 4,000 เมตร โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ๆ เส้นทางเดินป่ามีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบครึ่งวัน เต็มวัน และแบบสองวัน เหมาะกับทั้งมือใหม่และสายลุย
    เส้นทางส่วนใหญ่มีป้ายบอกทางชัดเจน เดินไม่ยาก เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ยกเว้นบริเวณ “28 โค้ง” (28 Bends) ที่เป็นทางขึ้นชันคดเคี้ยวขึ้นเขา ซึ่งถือว่าเป็นจุดท้าทายของเส้นทางนี้ ในช่วงฤดูเดินป่าที่มีนักท่องเที่ยวมาก บางจุดจะมีชาวบ้านเปิดบริการขี่ม้าขึ้นไปยังยอด 28 โค้งอีกด้วย
    บันไดสู่สวรรค์
    Photo credit: ccdoh1 on Flickr Creative Commons
    ในช่วงกลางของเส้นทางจะพบกับ “บันไดสู่สวรรค์” (Sky Ladder) ซึ่งเป็นบันไดเกือบตั้งตรง มีทั้งหมด 170 ขั้น แม้จะดูน่าหวาดเสียว แต่จริง ๆ แล้วใช้เวลาปีนขึ้นเพียงประมาณ 10 นาทีเท่านั้น
    KlookTip: แนะนำให้เลี่ยงการเดินป่าในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน–กันยายน) เนื่องจากมีความเสี่ยงจากดินถล่มค่อนข้างสูง

    สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ในแชงกรีล่า:

    ทุ่งหญ้าน่าผาห่าย (Napahai)
    Shangri-La Pudacuo National Park Celestrial_Troupe2012 on Flickr Creative Commons
    • ทุ่งหญ้าน่าผาห่าย (Napahai)
    • อุทยานแห่งชาติผู่ต้าซั่ว (Pudacuo National Park)
    • บาลาเก๋อจง (Balagezong)

    ที่พักในแชงกรีล่า (Stay at: Shangri La)

    ที่พักในแชงกรีล่า (Stay at: Shangri La)
    ปิดท้ายทริปด้วยการบินกลับคุนหมิง เพื่อเชื่อมต่อเที่ยวบินกลับบ้าน ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง โดยราคาตั๋วเริ่มต้นเพียง 430 หยวน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเดินทาง

    บทความท่องเที่ยวอื่นๆในจีน

    ลดเพิ่ม5%เมื่อจองผ่านแอปครั้งแรก

    Klook คืออะไร?

    Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
    รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
    Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง

    more