คบกันมานาน ความหวานยิ่งน้อยลง

หลังจากที่คบกันมาหลายปี ก็คงเป็นเรื่องปกติ ถ้าความรักจะไม่หวานชื่นเหมือนช่วงที่ได้คบกันใหม่ๆ ที่อะไรๆก็เป็นสีชมพู สวยงามไปซะหมด นับวัน สีสันก็ยิ่งจืดจางไปเรื่อยๆ จนหลายๆคู่ต้องเลิกลากันไป แต่หลายคู่ก็ไม่ยอมแพ้กับเรื่องของเวลาที่เดินต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่สนใจใคร ยังมีทางออกมากมายที่จะช่วยคืนรสชาติหวานให้กับชีวิตคู่ วันวาเลนไทน์นี้ เราไปคืนความสุขให้กับชีวิตคู่กันที่ญี่ปุ่นกันเถอะ

1. ทำอะไรเดิมๆ ที่ต่างจากเดิม 

คงมีหลายเดทแล้ว ที่เราๆวางแผนไปเที่ยวกันอย่างดี “10:00 โมงเช้าดูหนัง เที่ยงกินข้าว” โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวต่างประเทศก็ต้องมีการวางแผนยิ่งรัดกุมมากยิ่งขึ้น จะมีซักกี่ครั้งที่เราคิดว่า ครั้งนี้ เราจะไปเดินฮาราจุกุอย่างไม่วางแผนอะไรเลย ไปตายเอาดาบหน้ากับที่รักของเรานี่แหละ

Source: Nicholas Cole

อีก 20-30 ปีข้างหน้า เราอาจจะได้พูดว่า “ตัวเอง จำได้ไหม วันที่เราหนุ่มๆสาวๆกัน วันวาเลนไทน์นั้นไง ที่เราไปเดินหลงๆมาที่ญี่ปุ่นด้วยแหละ” คงจะเป็นวันวาเลนไทน์ที่น่าจดจำไม่น้อย

2. เสียเหงื่อสักหน่อย 

กิจกรรมหวานเยิ้ม เช่น การไปดูหนัง หรือดินเนอร์ไนท์ ก็ยังถือว่าเป็นกิจกรรมที่สำคัญไม่มากก็น้อยเลยในชีวิตคู่ แต่สำหรับคู่ที่ผ่านวาเลนไทน์กันมา 10 วาเลนไทน์ เดทพิเศษ อาจจะดูไม่พิเศษเหมือนที่ผ่านๆมา

Source: Dick Thomas Johnson

ในเมื่อมาต่างประเทศทั้งที ลองหากิจกรรมใหม่ๆที่ไม่ค่อยมีให้ทำในไทย เช่น กิจกรรมแนว Adventure เช่น Spo-cha ที่ Osaka สถานที่รวมกิจกรรม Indoor Activities เชิงกีฬาต่างๆไว้มากมายก่ายกอง ให้เราได้เลือกลองเล่น และเสียเหงื่อไปกับคู่ของคุณ

Source: Dick Thomas Johnson

การเดินทางไป Spocha ก็ไม่ยากเลย เพราะอยู่ใกล้สถานี Namba เพราะฉะนั้น แค่มี  JR Pass ก็เดินทางไปได้แล้ว หรือ ถ้าหากว่า Spocha ยังน่าสนใจไม่มากพอ ที่ญี่ปุ่นก็ยังมีกิจกรรม Adventure มากมายให้เราได้เลือกเล่นสนุก ไม่ว่าจะเป็นทริปดำน้ำ ขับโกคาร์ท หรือฟันดาบแบบซามูไร

จองกิจกรรมกับ Klook เลย!

3. เอาใจแฟนสาวด้วยขนมหวาน

ลองหันไปถามแฟนสาว หรือเพื่อนสาวข้างๆดู คงมีผู้หญิงน้อยคนนักที่ไม่ชอบขนมหวาน ไปญี่ปุ่นก็คงจะหนีไม่พ้นการตามล่าหาขนมหวานแปลกใหม่

กินแค่สองสามชิ้นมันไม่มากพอที่จะทำให้กระเพาะของผู้หญิงเต็มได้หรอกนะ เพราะผู้หญิง(บางคน) มีพื้นที่ว่างคอยรองรับขนมหวานชิ้นโปรดเสมอ ไปญี่ปุ่นครั้งนี้ พาเธอไปกินบุฟเฟ่ขนมหวาน เธอก็คงจะดีใจไม่น้อย

4. มื้อพิเศษ กับคนพิเศษ

ถึงจะผ่านมาแล้วเป็นร้อยๆเดท แต่การได้มีมื้อโรแมนติกกับคนพิเศษ เพื่ออัพเดทวันสุดแสนเหนื่อยที่ผ่านมา ก็ยังถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคู่อยู่ดี ตอนที่อยู่ไทย เราอาจจะเจอแต่ร้านอาหารสไตล์เดิมๆ จนทำให้การไปดินเนอร์ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นอีกแล้ว การมาญี่ปุ่น ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ลองสำรวจหาร้านอาหารใหม่ๆ มีร้านอาหารสวยหรู แตกต่างจากร้านอื่นๆ มากมายที่ญี่ปุ่นให้เราได้เลือกดู เช่น ร้าน Moon Flower ร้านรู้หรา ตกแต่งสไตล์ดิจิตอลอาร์ต ซึ่งหาในเมืองไทยไม่ได้แน่ ๆ

จองร้านอาหาร Moon Flower

5. Chocolate ความหวาน เติมน้ำตาลให้ชีวิต

วันวาเลนไทน์ทั้งที จะลืมช๊อคโกแลตไปได้อย่างไร ในเมื่อเป็นของสำคัญประจำประเทศญี่ปุ่นเลยในช่วงวันวาเลนไทน์ ที่ญี่ปุ่น วันวาเลนไทน์เขาจะมีวัฒนธรรมการให้ช๊อคโกแลตกับคนรักเป็นของขวัญ โดยปกติแล้ว จะเป็นฝ่ายหญิงให้กับฝ่ายชาย

Source: yosshi

ส่วนทางฝ่ายชาย จะให้กับฝ่ายหญิงในวันที่ 14 มีนาคม หรือ วัน “White Day” ของทุกปี อาจเป็นการบอกรักสาวในดวงใจ หรืออาจเป็นการตอบรับรักหลังจากที่ได้รับช๊อคโกแลตมาในวันวาเลนไทน์ก็ได้ ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย ถ้าช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะมีช๊อคโกแลตออกมาขายมากมาย อย่างไรซะ ก็อย่าลืมแวะหยิบช๊อคโกแลตซักชิ้น เพิ่มความหวานให้คู่ของคุณกันดู

6. นั่งคุย นั่งเปิดใจ

ยิ่งเราอยู่ด้วยกันมานานมากเท่าไหร่ เรายิ่งเห็นจุดด่างพร้อยของคู่มากยิ่งขึ้นเท่านั้น เมื่อเราเห็นข้อเสีย ที่มองดูกี่ครั้ง ก็รู้สึกขัดลูกหูลูกตาทุกที มันเป็นเหมือนประจุไฟเล็กๆ ที่นับวันไฟยิ่งลามไปมากขึ้นๆทุกวัน ถ้าหากเราไม่ทำอะไรสักอย่าง ไฟก็ไหม้ทุกอย่างไปหมดก่อนที่จะรู้ตัวด้วยซ้ำไป

Source: POHAN CHEN

เพราะฉะนั้น การสื่อสารสำคัญมากๆ ถ้าหากมีอะไรที่เรารู้สึกว่าไม่ถูกใจ ก็ควจจะบอกให้อีกฝ่ายฟัง สองคนจะได้หาทางออกร่วมกัน บนชินช้าสวรรค์เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่เราจะได้ใช้เวลาสองต่อสองกับคู่ของเรา นั่งจ้องตากันไปกันมา เชื่อเถอะ ว่านี่แหละ เป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ที่จะได้คุยเรื่องในใจกัน

7. ดำดิ่งสู่ทะเลลึกที่อควาเรียม

สถานที่สุดคลาสสิค ไม่ว่าจะดูหนัง หรืออนิเมะโชโจเรื่องไหนก็ตาม จะต้องมีเดทที่อควาเรียมโผล่มาให้เห็นสักหนึ่งตอน แต่ที่ไทย มีอควาเรียมที่ไม่ไกลเกินเอื้อมแค่ที่เดียวเท่านั้นเอง

Source: Geoff Stearns

ทว่าที่ญี่ปุ่น มีอาควาเรี่ยม ชื่อ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง” ซึ่งมีขนาดใหญ่ และยังมีน้องฉลามวาฬอีกด้วย ใครที่คบกันมานาน แต่ยังไม่มีโอกาสไปอะควาเรี่ยมสักที การมาญี่ปุ่นครั้งนี้แหละ เป็นจังหวะที่ดีสุดๆ

8. “Me Time” ช่วงเวลาที่ขาดไม่ได้

คู่รักคู่ไหน ก็อยากจะได้อยู่ใกล้ชิดกัน แต่ใกล้กันมาก ก็ใช่ว่าจะดี ต่างคนต่างต้องการมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเอง มาเที่ยวต่างประเทศครั้งนี้คงได้อยู่กับแฟน 24 ชั่วโมง ทั้งนอนห้องเดียวกัน ทั้งเที่ยวด้วยกัน

ลองใช้ “Me Time” ที่ออนเซ็นก็กิจกรรมที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะต่างฝ่ายก็ต่างจะได้ใช้เวลาผ่อนคลายกับตัวเอง แช่ร่างกายในน้ำอุ่น และลืมโลกภายนอกแสนวุ่นวายไปสักชั่วขณะ จะเป็นการเติมเต็มทริปนี้ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

9. Tokyo Disneyland Resort นำวัยเด็ก หวนคืนกลับมา

Source: Cory Dento

การไปดิสนีย์แลนด์อาจจะเป็นฝันของใครหลายๆคน แต่ที่ดียิ่งกว่าไปดิสนีย์แลนด์ คือการได้ไปดิสนีย์แลนด์กับคนพิเศษ การได้ย้อนไปในวัยเด็กกับคนสำคัญ และพบปะกับตัวละครที่ใครก็ต่างตกหลุมหลังอย่าง มิกกี้ เมาส์ ยังไงก็เป็นช่วงเวลาที่ไม่ว่ายังไงก็หาได้ยากมากๆ อยู่ที่ไทยแทบจะหาโมเม้นท์แบบนี้ที่ไหนไม่ได้เลย ถ้าหากมาญี่ปุ่นแล้วละก็ ไม่ไปก็คงจะเสียเที่ยวมากแน่ๆ

10. หาข้อมูลใหม่ๆ เพื่อคุยเรื่องใหม่ๆ

พอเราอยู่ด้วยกันไปนานๆ หัวข้อเรื่องต่างๆที่เราเอามาคุยกัน ปรึกษากัน ก็คงจะร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ การอ่านหนังสือเล่มใหม่ๆ จะช่วยให้เราได้เปิดหัวข้อสนทนาใหม่ๆกับคู่ของเรา

Source: Mith Huang

หรือแม้กระทั้งการไปพิพิธภัณฑ์ ก็ถือว่าเป็นการหาข้อมูลเพิ่มเติมเช่นกัน ที่ญี่ปุ่นมีพิพิธภัณฑ์มากมายให้เราได้เลือกเข้าชม ถ้าหากเรามีเพื่อนคุยระหว่างทาง การเดินชมพิพิธภัณฑ์ ก็จะไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด

ที่สำคัญที่สำคัญมากๆ คือการประหยัดงบไว้สำหรับการหน้า ประหยัดที่ไทย ไปสบายที่ญี่ปุ่น จะได้เที่ยวได้อย่างสนุกเต็มที่ ทางเลือกง่ายๆ เพื่อการเก็บเงินเข้ากระเป๋า คือการพุ่งตรงเข้าไปในหน้าเว็บไซต์ของ Klook สั่งซื้อกิจกรรมของ Klook พร้อมใช้โค้ด “HANAMI” ก็สามารถลดไปได้ถึง 450 บาท เมื่อจองกิจกรรมขั้นต่ำ 4,500 บาท เมื้อซื้อกับ Klook เท่านั้น

จองเลย!

ตั้งแต่วันนี้ – 15 มีนาคม 2561
*เงื่อนไขเเละข้อตกลงเป็นไปตามที่กำหนด

 

Facebook Comments