• แอปพลิเคชัน
    สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
  • เลือกจุดหมายปลายทาง
  • จุดฝากกระเป๋าเดินทางสถานี Taipei Main Station ตู้ล็อกเกอร์อยู่ตรงไหนบ้าง และวิธีใช้งานฉบับอัปเดต

    Klook Thailand
    Klook Thailand
    อัปเดตล่าสุด 24 มิ.ย. 2026
    more
    จุดฝากกระเป๋าเดินทางสถานี Taipei Main Station: ตู้ล็อกเกอร์อยู่ตรงไหนบ้าง และวิธีใช้งานฉบับอัปเดต
    ใครที่เคยไปเที่ยวไต้หวันคงรู้ดีว่า ปัญหาโลกแตกของการจัดทริปมักจะมากองรวมกันอยู่ใน "วันแรกที่ไปถึง" และ "วันสุดท้ายก่อนกลับ" โดยเฉพาะเรื่องของ "กระเป๋าเดินทาง" ลองจินตนาการดูว่า เรามีแพลนจะไปช้อปปิ้งเก็บตกที่ซีเหมินติง (Ximending) แวะกินชานมไข่มุกร้านดัง หรือเดินเล่นถ่ายรูปชิลๆ ก่อนไปสนามบิน แต่ดันต้องมาเดินลากกระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วไปด้วย ความสนุกคงลดลงไปเกินครึ่ง แถมยังทุลักทุเลสุดๆ
    สถานี Taipei Main Station (หรือ ไทเปเมน) คือศูนย์กลางการเดินทางของไต้หวันที่ทุกคนต้องแวะเวียนมา ไม่ว่าจะนั่งรถไฟความเร็วสูง (THSR), รถไฟธรรมดา (TRA), รถไฟใต้ดิน (MRT) หรือรถไฟเข้าสนามบิน (Taoyuan Airport MRT) ที่นี่จึงกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในการแวะฝากสัมภาระ แต่ด้วยความที่สถานีนี้มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่ระดับที่ถูกขนานนามว่าเป็น "เขาวงกตแห่งไทเป" การตามหาตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าจึงอาจกลายเป็นภารกิจที่ทำเอาหลายคนหลงทางและเสียเวลาได้
    บทความนี้จะมาแกะรอยและรีวิวแบบเจาะลึก อัปเดตพิกัดจุดฝากกระเป๋า Taipei Main Station ว่าตู้ล็อกเกอร์ซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง มีกี่ขนาด ราคาเท่าไหร่ และมีวิธีใช้งานอย่างไรให้รวดเร็ว ไม่ต้องยืนงงหน้าตู้ พร้อมทั้งแชร์ทริคเด็ดๆ ที่จะทำให้การเดินทางวันสุดท้ายในไทเปคล่องตัวที่สุด
    Taipei main station

    ทำไมต้องฝากกระเป๋าที่ Taipei Main Station?

    ก่อนจะไปดูพิกัด ขอเล่าก่อนว่าทำไมสถานีนี้ถึงเป็นจุดฝากกระเป๋ายอดฮิต
    1. เป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟไปสนามบิน: สถานี Taoyuan Airport MRT (A1) ตั้งอยู่ที่นี่ การฝากกระเป๋าไว้ที่นี่หมายความว่า พอเที่ยวเสร็จปุ๊บ กลับมาเอากระเป๋าปั๊บ ก็สามารถเดินลากไปขึ้นรถไฟด่วนเข้าสนามบินเถาหยวนได้เลยทันที
    2. เป็นศูนย์กลางการเดินทางไปเมืองอื่น: สำหรับคนที่เพิ่งเช็คเอาท์จากโรงแรมในไทเป แต่มีแพลนจะนั่งรถไฟความเร็วสูง (THSR) ไปเที่ยวไทจง (Taichung) หรือเกาสง (Kaohsiung) ต่อ การเอาสัมภาระมารอไว้ที่สถานีหลักคือทางเลือกที่เมคเซนส์ที่สุด
    3. มีตู้ล็อกเกอร์เยอะที่สุดในไทเป: แม้สถานี MRT อื่นๆ จะมีล็อกเกอร์บ้าง แต่ไม่มีที่ไหนมีจำนวนตู้และขนาดตู้ที่รองรับกระเป๋าใบใหญ่ได้เยอะเท่าที่นี่อีกแล้ว
    พิกัดตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าใน Taipei Main Station

    พิกัดตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าใน Taipei Main Station อยู่ตรงไหนบ้าง?

    ด้วยความกว้างขวางของสถานี ขอแบ่งโซนตู้ล็อกเกอร์ออกเป็นจุดหลักๆ ที่หาง่ายและสะดวกต่อการเดินทางต่อ ดังนี้

    1. โซนสถานีรถไฟใต้ดิน (Taipei MRT) และทางเชื่อม

    หากเดินทางมาจากสถานีอื่นด้วยรถไฟใต้ดินสายสีแดง (Tamsui-Xinyi Line) หรือสายสีน้ำเงิน (Bannan Line) ทันทีที่แตะบัตรออกจากเกต (Exit Gate) ให้มองหาป้ายสัญลักษณ์รูป "กระเป๋าเดินทางและกุญแจ" (Lockers) ตามทางเดินเชื่อมบริเวณชั้น B1 จะมีตู้ล็อกเกอร์อิเล็กทรอนิกส์สีเหลืองและสีเทาตั้งเรียงรายอยู่ตามผนังทางเดิน
    • ข้อดี: หาง่ายมากเมื่อลงมาจากรถไฟใต้ดิน
    • ข้อควรระวัง: ตู้ขนาดใหญ่พิเศษ (สำหรับกระเป๋า 28 นิ้วขึ้นไป) ในโซนนี้มักจะเต็มเร็วมากในช่วงวันหยุดหรือช่วงเย็น

    2. โซนรถไฟธรรมดา (TRA) และ รถไฟความเร็วสูง (THSR) ชั้น B1 และชั้น 1

    สำหรับใครที่กำลังจะเดินทางข้ามเมือง หรือเพิ่งนั่งรถไฟข้ามเมืองมาถึง ให้พุ่งเป้าไปที่บริเวณโถงทางเดินชั้น 1 (ใกล้ประตูทางออกทิศต่างๆ เช่น East 3, West 1) และชั้น B1 บริเวณใกล้กับช่องจำหน่ายตั๋วและหน้าห้องน้ำ
    • จุดสังเกต: บริเวณใกล้ช่องขายตั๋ว TRA จะมีตู้ล็อกเกอร์เรียงกันเป็นแนวยาว โซนนี้มีตู้หลายขนาดให้เลือกเยอะมาก
    • ทริคเล็กๆ: หากต้องการประหยัดเวลาและชัวร์ว่ามีตู้ ให้เดินเลี่ยงโซนกลางที่คนพลุกพล่าน ไปตามซอกทางเดินฝั่งทิศตะวันออก (East) หรือทิศเหนือ (North) จะมีโอกาสเจอคิวว่างเยอะกว่า

    3. โซนถนนช้อปปิ้งใต้ดิน (Underground Malls: Y, K, Z)

    Taipei Main Station เชื่อมต่อกับ Mall ใต้ดินหลายแห่ง ซึ่งตลอดแนวทางเดินยาวเหยียดของ Mall เหล่านี้ มีตู้ล็อกเกอร์ซ่อนอยู่แทบจะทุกๆ ระยะ 100 เมตร!
    • Taipei City Mall (Y Zone): โซนนี้ยาวมากและมีตู้ล็อกเกอร์เยอะที่สุด เหมาะสำหรับคนที่หาตู้ในสถานีหลักไม่เจอ ให้เดินตามป้ายตัว Y มาเรื่อยๆ จะเจอตู้ฝากกระเป๋าตั้งอยู่ใกล้กับทางขึ้นลงบันไดเลื่อนของแต่ละ Exit
    • Station Front Metro Mall (Z Zone) & K Underground: โซนนี้ก็มีล็อกเกอร์ให้บริการเช่นกัน เหมาะกับคนที่ต้องการเดินช้อปปิ้งย่านหน้าสถานี

    4. โซนสุดพรีเมียม: สถานี Taoyuan Airport MRT (A1)

    นี่คือ โซนที่แนะนำที่สุดสำหรับคนที่กำลังจะเดินทางกลับไปที่สนามบิน สถานีรถไฟเข้าสนามบินเถาหยวน (A1) จะมีอาคารแยกออกมาต่างหาก (แต่มีทางเดินเชื่อมใต้ดินจาก Taipei Main Station มาถึงได้ ใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที)
    • ภายในสถานี A1 จะมีตู้ล็อกเกอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ดูสะอาดตา และมีจำนวนเยอะมากตั้งอยู่บริเวณชั้น B1 (ใกล้จุด In-Town Check-in) และชั้น B2 (ใกล้จุดขึ้นรถไฟ)
    • ทำไมถึงแนะนำโซนนี้? เพราะฝากเสร็จปุ๊บ ตอนกลับมาเอากระเป๋า ก็ลากลงบันไดเลื่อนไปขึ้นรถไฟ Airport MRT เข้าสนามบินได้ทันที ไม่ต้องลากกระเป๋าฝ่าฝูงชนในสถานีหลักให้เหนื่อย
    ตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าใน International Airport in Taipei

    ขนาดและราคาของตู้ล็อกเกอร์

    ตู้ล็อกเกอร์อิเล็กทรอนิกส์ในไทเปเมน ส่วนใหญ่จะคิดราคาเริ่มต้นเป็น "ต่อ 3 ชั่วโมง" (บางตู้ที่เป็นรุ่นเก่ามากๆ อาจคิดเป็นรายวัน แต่น้อยมากแล้วในปัจจุบัน) ขนาดของตู้มีให้เลือกคร่าวๆ ดังนี้
    1. ขนาดเล็ก (Small):
      • ราคา: ประมาณ 20-30 NTD / 3 ชั่วโมง
      • เหมาะสำหรับ: กระเป๋าเป้ใบเล็ก, ถุงช้อปปิ้ง, ของฝากจุกจิก
    2. ขนาดกลาง (Medium):
      • ราคา: ประมาณ 40-50 NTD / 3 ชั่วโมง
      • เหมาะสำหรับ: กระเป๋าเป้แบ็คแพ็คใบใหญ่, กระเป๋าเดินทางแบบถือขึ้นเครื่อง (Cabin size 20 นิ้ว)
    3. ขนาดใหญ่ (Large / Extra Large):
      • ราคา: ประมาณ 60-70 NTD / 3 ชั่วโมง
      • เหมาะสำหรับ: กระเป๋าเดินทางขนาด 24 นิ้ว ไปจนถึง 28-30 นิ้ว (ตู้ไซส์ใหญ่สุดสามารถยัดกระเป๋า 28 นิ้วเข้าไปได้สบายๆ แถมยังมีพื้นที่เหลือให้ยัดถุงช้อปปิ้งเล็กๆ ไว้ด้านบนได้อีกนิดหน่อย)
    หมายเหตุ: ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยขึ้นอยู่กับโซนและรุ่นของตู้ แต่เรทจะอยู่ประมาณนี้ หากฝากเกิน 3 ชั่วโมง ระบบจะทบยอดเงินไปเรื่อยๆ และเราต้องจ่ายส่วนต่างตอนที่มากดรับกระเป๋าคืน
    ตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าใน Taipei Main Station

    วิธีใช้งานตู้ล็อกเกอร์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Step-by-step

    หลายคนอาจจะกลัวการใช้งานเครื่องอัตโนมัติภาษาต่างดาว แต่ไม่ต้องห่วง ตู้ล็อกเกอร์ที่ไต้หวันออกแบบมาให้ใช้งานง่ายมาก และมีเมนูภาษาอังกฤษรองรับทุกตู้

    ขั้นตอนการ "ฝากกระเป๋า" (Deposit)

    1. หาตู้ที่ว่าง: สังเกตที่หน้าตู้ หากตู้ไหนมีไฟสีเขียวสว่างขึ้น หรือไม่มีไฟสีแดงโชว์ แสดงว่าตู้นั้นว่าง เปิดประตูตู้และเอากระเป๋ายัดเข้าไปได้เลย (แนะนำให้จัดทรงกระเป๋าให้ดี อย่าให้มีสายกระเป๋าแลบออกมาขัดกับบานพับ)
    2. ปิดประตูตู้ให้สนิท: ดันประตูให้ดัง "แกร็ก" แล้วจำหมายเลขตู้ของตัวเองไว้
    3. ไปที่หน้าจอควบคุมตรงกลาง:
      • แตะหน้าจอ เลือกภาษา English
      • เลือกเมนู "Deposit" (ฝากของ)
      • พิมพ์ หมายเลขตู้ ที่เราเพิ่งใส่กระเป๋าเข้าไป
    4. ชำระเงินค่ามัดจำรอบแรก (3 ชั่วโมงแรก): หน้าจอจะแสดงจำนวนเงินที่ต้องจ่าย สามารถเลือกจ่ายได้ 2 วิธี:
      • เงินสด (Cash): เครื่องมักจะรับเฉพาะเหรียญ 50, 10, 5 NTD และแบงก์ 100 NTD (แนะนำให้เตรียมแบงก์ย่อยหรือเหรียญมาให้พร้อม เพราะบางตู้ไม่ทอนเงิน หรือทอนเป็นเหรียญล้วน)
      • บัตร EasyCard (IC Card): วิธีนี้ แนะนำที่สุด! แค่เอาบัตร EasyCard ไปแตะตรงเครื่องอ่านเซ็นเซอร์ (โลโก้ EasyCard) เงินก็จะถูกหักออกไปทันที สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องควานหาเหรียญ
    5. รับสลิป / รหัสผ่าน (สำคัญมาก!):
      • หากจ่ายด้วยเงินสด เครื่องจะปริ้นท์กระดาษสลิปออกมา ซึ่งบนสลิปจะมี PIN Code (รหัสผ่าน 6 หลัก) สำหรับใช้เปิดตู้ตอนกลับมาเอาของ ห้ามทำหายเด็ดขาด แนะนำให้ถ่ายรูปสลิปเก็บไว้ในมือถือทันที!
      • หากจ่ายด้วย EasyCard เครื่องอาจจะปริ้นท์สลิปมาให้เป็นหลักฐาน แต่ตอนเปิดตู้ เราจะใช้บัตร EasyCard ใบเดิมแตะเพื่อเปิดตู้แทนรหัสผ่าน

    ขั้นตอนการ "รับกระเป๋าคืน" (Retrieve)

    1. กลับมาที่หน้าจอควบคุมตู้เดิม เลือกภาษา English
    2. เลือกเมนู "Retrieve" (รับของ)
    3. พิมพ์ หมายเลขตู้ ของเรา
    4. ยืนยันตัวตนเพื่อเปิดตู้:
      • กรณีจ่ายด้วยเงินสด: พิมพ์ PIN Code ตามที่อยู่ในสลิปกระดาษลงบนหน้าจอ
      • กรณีจ่ายด้วย EasyCard: เลือกตัวเลือกจ่ายด้วยบัตร แล้วเอาบัตร EasyCard ใบเดิมไปแตะที่เซ็นเซอร์
    5. ชำระเงินส่วนต่าง (ถ้ามี): หากเราฝากเกิน 3 ชั่วโมงแรก หน้าจอจะขึ้นยอดเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม ก็ทำการสอดแบงก์ หยอดเหรียญ หรือแตะ EasyCard เพื่อจ่ายส่วนต่างให้เรียบร้อย
    6. ประตูตู้จะเด้งเปิดออกอัตโนมัติ หยิบกระเป๋าออกมาและตรวจสอบสัมภาระให้ครบถ้วนเป็นอันจบขั้นตอน

    ไอเทมลับที่ทำให้การฝากกระเป๋าและเดินทางในไต้หวันง่ายขึ้น 300%

    พูดถึงเรื่องการจ่ายเงินด้วย EasyCard ไปแล้ว ขอบอกเลยว่าใครมาเที่ยวไต้หวันแล้วไม่มีบัตรนี้ ถือว่าพลาดความสะดวกสบายขั้นสุดไปเลย บัตรเดียวใช้ได้ทั้งขึ้นรถไฟ MRT, รถบัส, ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ และที่สำคัญคือ ใช้จ่ายค่าตู้ล็อกเกอร์ได้เลยโดยไม่ต้องกำเหรียญให้หนักกระเป๋า
    ถ้าไม่อยากไปวุ่นวายหาซื้อบัตรและเติมเงินหน้างาน สามารถกดจอง บัตร EasyCard (พร้อมยอดเงินในบัตร) ผ่าน Klook ล่วงหน้าไว้ได้เลย พอลงเครื่องที่สนามบินเถาหยวน ก็เดินไปรับบัตรที่เคาน์เตอร์ แล้วใช้แตะขึ้นรถไฟ Airport MRT เข้าเมืองมาถึง Taipei Main Station ได้ทันทีแบบ Seamless สุดๆ แตะปรู๊ดปร๊าด จบปิ๊งในบัตรเดียว

    ถ้าตู้ล็อกเกอร์เต็มหมด จะทำยังไงดี? (Alternative Luggage Storage)

    ปัญหาคลาสสิกของช่วงเทศกาล วันหยุดยาวเสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงเย็นๆ คือ "ตู้ล็อกเกอร์ไซส์ใหญ่เต็มหมดทุกตู้!" เดินหาจนขาลากก็เจอแต่ไฟแดงสว่างวาบ ไม่ต้องแพนิคไป เพราะที่ Taipei Main Station ยังมีทางเลือกสำรองที่ยอดเยี่ยมรออยู่

    1. ห้องรับฝากสัมภาระ (Baggage Service Center / Luggage Room)

    นอกจากตู้ล็อกเกอร์อัตโนมัติแล้ว สถานีรถไฟมีบริการห้องรับฝากสัมภาระแบบใช้เจ้าหน้าที่ดูแล (Manual)
    • พิกัด: หากเป็นจุดของ TRA จะอยู่บริเวณด้านนอกอาคารสถานี ฝั่ง East Gate 3 ซอยด้านข้าง ให้เดินออกไปนอกตัวอาคารหลักแล้วมองหาป้าย Baggage Room
    • ราคา: คิดราคาเป็น "รายวัน" (ประหยัดกว่าตู้ล็อกเกอร์ถ้าฝากข้ามวันหรือฝากทั้งวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ) ราคาประมาณ 30 - 70 NTD ต่อวัน ขึ้นอยู่กับขนาดกระเป๋า
    • ข้อดี: รับฝากกระเป๋าทุกไซส์ ไม่ต้องลุ้นว่าตู้จะเต็มไหม แถมราคาถูกกว่าหากฝากนานๆ
    • ข้อเสีย: มีเวลาเปิด-ปิดทำการที่ชัดเจน (มักจะเปิด 08:00 - 20:00 น. ต้องเช็คเวลาหน้างานอีกครั้ง) ถ้ามาดึกเกินไปจะเอากระเป๋าออกไม่ได้ ต้องรอวันรุ่งขึ้น

    2. บริการ In-Town Check-in (โหลดกระเป๋าล่วงหน้าเข้าสนามบิน)

    อันนี้คือทีเด็ดของจริง! ใครบินกับสายการบินที่เข้าร่วมโครงการ (เช่น China Airlines, EVA Air, STARLUX Airlines, Mandarin Airlines, UNI Air - กรุณาตรวจสอบอัปเดตสายการบินที่หน้าเว็บไซต์อีกครั้ง) สามารถทำ In-Town Check-in ได้ที่ สถานี Taoyuan Airport MRT (A1) ชั้น B1
    • ทำงานยังไง? เดินลากกระเป๋าไปที่ตู้คีออสหรือเคาน์เตอร์ โหลดกระเป๋าเดินทางล่วงหน้าเหมือนอยู่สนามบินเป๊ะ รับ Boarding Pass แล้วเดินตัวปลิวออกไปเที่ยวต่อได้เลย กระเป๋าจะถูกส่งตรงไปขึ้นเครื่องบินให้เราอัตโนมัติ
    • เวลาให้บริการ: ปกติจะเปิดตั้งแต่ 06:00 น. และต้องทำล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออก
    • ข้อดีสุดๆ: ฟรี! และไม่ต้องกลับมาเอากระเป๋าอีกแล้ว ไปเจอกระเป๋าอีกทีที่สายพานสนามบินปลายทางที่ไทยเลย

    3. บริการขนส่งกระเป๋า (Luggage Delivery Service)

    ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า "ขี้เกียจลากกระเป๋ามาสถานีตั้งแต่แรกแล้วอะ!" แนะนำให้ใช้ตัวช่วยขั้นเทพที่เหล่านักเดินทางยุคใหม่นิยมใช้กัน นั่นคือบริการส่งกระเป๋าจากโรงแรมไปยังสนามบินโดยตรง
    เพียงแค่จอง บริการรับส่งสัมภาระ (LuggAgent) ในไต้หวัน ผ่าน Klook ทางเจ้าหน้าที่จะมารับกระเป๋าเดินทางของเราที่ล็อบบี้โรงแรมตามเวลาที่นัดหมาย แล้วนำไปส่งรอไว้ที่สนามบินเถาหยวน ส่วนเราก็แค่สะพายกระเป๋าใบเล็กๆ ไปเดินช้อปปิ้ง ถ่ายรูปคาเฟ่ กินชาบูหมาล่าแบบสวยๆ หล่อๆ หมดวันก็ค่อยนั่งรถไฟ Taoyuan Airport MRT (ซึ่งตั๋วก็กดซื้อจาก Klook ได้ราคาดีกว่าไปซื้อหน้าตู้) มุ่งตรงไปสนามบิน แล้วไปรับกระเป๋าคืนที่เคาน์เตอร์ของ LuggAgent ก่อนเช็คอินขึ้นเครื่องได้เลย เป็นการใช้เงินแก้ปัญหาที่คุ้มค่ากับแรงงานที่เสียไปมากๆ!

    5 ทริคควรรู้ ก่อนใช้บริการล็อกเกอร์ที่ไทเปเมน

    1. ถ่ายรูปสถานที่ไว้เสมอ: สถานีนี้กว้างมากและทางเดินคล้ายกันหมด ฝากกระเป๋าเสร็จ ถ่ายรูปหมายเลขตู้ ถ่ายรูปสลิป และที่สำคัญ ถ่ายรูปร้านค้าหรือจุดสังเกตบริเวณนั้นไว้ด้วย จะได้หาทางกลับมาถูก
    2. เก็บสลิปยิ่งชีพ: ถ้าจ่ายด้วยเงินสด PIN Code บนสลิปคือหัวใจสำคัญ ถ้าทำสลิปหาย ต้องโทรเรียกเจ้าหน้าที่มาเปิดให้ ซึ่งต้องเสียเวลาพิสูจน์ความเป็นเจ้าของและอาจมีค่าปรับด้วย
    3. ระยะเวลาฝากสูงสุด: ส่วนใหญ่ตู้ล็อกเกอร์จะอนุญาตให้ฝากของต่อเนื่องได้ไม่เกิน 3 วัน (72 ชั่วโมง) หากเกินกว่านั้น เจ้าหน้าที่จะเปิดตู้และนำสัมภาระไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บของส่วนกลางแทน
    4. เคลียร์เหรียญและแบงก์ร้อย: หากดึงดันจะใช้เงินสด (ไม่ใช้ EasyCard) ให้เตรียมแบงก์ 100 NTD และเหรียญไว้ให้พอ เพราะตู้ล็อกเกอร์ไม่รับแบงก์ 500 หรือ 1000 และตู้แลกเหรียญบางจุดก็ชอบเสียบ่อยๆ
    5. เผื่อเวลาหลง: วันกลับ อย่ากะเวลามาถึงสถานีแบบกระชั้นชิด เพราะคุณอาจใช้เวลาเดินจากจุดที่ลงรถไฟใต้ดิน ไปจนถึงตู้ล็อกเกอร์ที่ฝากไว้ และลากกระเป๋าต่อไปยังสถานี Airport MRT นานถึง 20-30 นาทีได้เลย

    เที่ยวไทเปวันสุดท้ายให้สุดเหวี่ยง ไม่ต้องกังวลเรื่องสัมภาระ

    การจัดระเบียบสัมภาระในวันสุดท้ายของการเดินทาง ไม่ควรเป็นเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้กับทริปที่สนุกสนาน Taipei Main Station ถือว่าตอบโจทย์เรื่องจุดฝากกระเป๋าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งจำนวนตู้ที่เยอะ ครอบคลุมทุกพื้นที่ และใช้งานง่ายด้วยระบบหน้าจอสัมผัสและบัตร EasyCard
    เพียงแค่วางแผนนิดหน่อย จดจำพิกัดที่แนะนำในบทความนี้ หรือถ้าอยากยกระดับความสบายขั้นสุด ก็เลือกใช้บริการโหลดกระเป๋า In-Town Check-in หรือใช้บริการขนส่งกระเป๋า LuggAgent ไปเลย เท่านี้ก็จะได้ใช้เวลาทุกนาทีสุดท้ายในไทเปอย่างคุ้มค่า ช้อปปิ้งได้เต็มไม้เต็มมือ ก่อนโบกมือลาไต้หวันกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
    เตรียมตัวให้พร้อม โหลดแอป จองตั๋ว แล้วออกไปเที่ยวไต้หวันให้สนุกแบบตัวปลิวกันได้เลย!

    บทความเที่ยวไต้หวันเพิ่มเติม

    22_12 สถานที่แนะนำในไทเป พร้อมแชร์ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด!-01
    บริการการเดินทาง กิจกรรมและบริการ อาหารและเครื่องดื่ม
    12 สถานที่แนะนำในไทเป | พร้อมแชร์ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด!
    ในที่สุดข้อจำกัดในการเดินทางข้ามประเทศก็ผ่อนคลายลง กิจกรรมกลางแจ้ง ทริปเที่ยวเกาะ ช้อปปิ้ง หรือแม้แต่ ทริปตุะลุยชิมอาหาร เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาและการท่องเที่ยวที่หลากหลาย หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปไต้หวัน ก่อนอื่นให้ไปที่ไทเป ซึ่งประตูด่านแรกสู่ไต้หวัน ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลการท่องเที่ยวไทเปอัพเดทล่าสุดประจำปี 2023 ที่จะมีประโยชน์ไม่เพียงแต่ผู้ที่จะมาเยือนไต้หวันเป็นครั้งแรกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่เคยเดินทางมาไต้หวันอีกด้วย

    FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝากกระเป๋าที่ Taipei Main Station

    เพื่อให้บทความนี้สมบูรณ์และตอบโจทย์ทุกข้อสงสัยก่อนเดินทาง รวบรวมคำถามฮิตที่คนหาข้อมูลกันบ่อยที่สุดมาไว้ให้ตรงนี้แล้ว
    Q: กระเป๋าเดินทางขนาด 28-30 นิ้ว สามารถใส่ตู้ล็อกเกอร์ได้ไหม?
    A: ใส่ได้สบายมาก! ตู้ล็อกเกอร์ไซส์ใหญ่สุด (Extra Large) ในสถานีถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 28-29 นิ้วโดยเฉพาะ และบางตู้ที่ลึกมากๆ สามารถยัดไซส์ 30 นิ้วได้ด้วย แถมพอยัดกระเป๋าหลักเข้าไปแล้ว มักจะมีพื้นที่ว่างด้านบนเหลือให้วางถุงของฝากหรือกระเป๋าเป้ใบเล็กซ้อนทับได้อีกนิดหน่อย
    Q: สามารถฝากกระเป๋าข้ามคืน (Overnight) ได้หรือไม่?
    A: สามารถฝากข้ามคืนได้ตามปกติ ระบบจะทำการทบยอดเงินไปเรื่อยๆ ตามเรทของตู้นั้นๆ (เช่น บวกเพิ่มทุก 3 ชั่วโมง) ตอนมารับกระเป๋า แค่จ่ายเงินส่วนต่างให้ครบ ประตูก็จะเปิดออก แต่ข้อควรระวังคือ ห้ามฝากทิ้งไว้เกิน 3 วัน (72 ชั่วโมง) หากเกินระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะเปิดตู้และย้ายสัมภาระของเราไปเก็บไว้ที่ห้องส่วนกลางแทน ซึ่งต้องไปทำเรื่องขอรับคืนทีหลังและอาจมีค่าปรับ
    Q: ถ้าทำสลิปที่มีรหัสผ่าน (PIN Code) หาย ต้องทำยังไง?
    A: ถือเป็นฝันร้ายของการฝากกระเป๋า! หากทำสลิปกระดาษหายและจำรหัสไม่ได้ ให้มองหาเบอร์โทรศัพท์ศูนย์บริการ (Call Center) ที่แปะอยู่บนหน้าตู้หรือบริเวณนั้น เพื่อโทรเรียกเจ้าหน้าที่มาเปิดให้ ซึ่งขั้นตอนนี้อาจต้องใช้เวลารอนาน ต้องมีการพิสูจน์ยืนยันสิ่งของด้านในว่าเป็นของเราจริง และมักจะมี "ค่าธรรมเนียม/ค่าปรับ" ในการเปิดตู้เพิ่มเติม ดังนั้น ย้ำอีกครั้งว่าให้ถ่ายรูปสลิปเก็บไว้ในมือถือทันที หรือตัดปัญหาด้วยการใช้บัตร EasyCard แตะจ่ายตั้งแต่แรก
    Q: ตู้ล็อกเกอร์รับแบงก์อะไรบ้าง ทอนเงินไหม?
    A: เครื่องอัตโนมัติส่วนใหญ่จะรับเฉพาะเหรียญ 5, 10, 50 NTD และ แบงก์ 100 NTD เท่านั้น จะไม่รับแบงก์ใหญ่ระดับ 500 หรือ 1000 NTD เด็ดขาด และแม้ว่าเครื่องส่วนใหญ่จะทอนเงินได้ แต่บางตู้ที่เป็นรุ่นเก่าอาจจะทอนออกมาเป็นเหรียญจำนวนมากจนหนักกระเป๋า แนะนำให้เตรียมแบงก์ย่อยไปให้พอดี หรือใช้บัตร EasyCard จะสะดวกที่สุด
    Q: ห้องรับฝากสัมภาระ (Baggage Room) เปิด-ปิดกี่โมง?
    A: ห้องรับฝากกระเป๋าที่มีเจ้าหน้าที่ดูแล (ฝั่ง East Gate 3 นอกอาคารสถานี) โดยปกติจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08:00 - 20:00 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของสถานี) หากใครมีไฟลต์บินรอบดึกมากๆ หรือแพลนจะกลับมาเอากระเป๋าหลังสองทุ่ม แนะนำให้หลีกเลี่ยงการฝากที่นี่ แล้วไปใช้ตู้ล็อกเกอร์อัตโนมัติแทน เพราะตู้ล็อกเกอร์ในหลายโซนสามารถเดินเข้ามาใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    Q: ซื้อของสด หรือขนมที่ต้องแช่เย็น ฝากในตู้ล็อกเกอร์ได้ไหม?
    A: ตู้ล็อกเกอร์ทั้งหมดในสถานีเป็นตู้อุณหภูมิห้องปกติ ไม่มีระบบทำความเย็น หากฝากขนมที่ละลายง่าย (เช่น พายสับปะรดบางยี่ห้อ ช็อกโกแลต หรือเค้ก) ไว้ข้ามวัน หรือในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิในไทเปสูงจัด ของฝากอาจจะเสียหายหรือเสื่อมสภาพได้ แนะนำให้พกติดตัว หรือเลือกซื้อของสดก่อนไปสนามบินจะดีที่สุด

    เพิ่มเพื่อนกับ Klook บน LINE วันนี้ รับสิทธิพิเศษก่อนใคร!

    เพิ่มเพื่อนกับ Klook ทาง LINE  เพื่อไม่พลาดโปรโมชั่นล่าสุดก่อนใคร!
    แค่แอด หรือสแกน QR Code ก็เตรียมรับส่วนลดสูงสุดถึง 500 บาท ไปใช้กับกิจกรรม ทัวร์ การเดินทาง ที่พัก และอีกมากมายได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น! คุณจะได้รับข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดแบบเรียลไทม์ พร้อมดีลลับที่มีเฉพาะเพื่อนใน LINE เท่านั้น! รีบแอดเลย แล้ววางแผนทริปคุ้ม ๆ ไปกับ Klook
    ลดเพิ่ม5%เมื่อจองผ่านแอปครั้งแรก

    Klook คืออะไร?

    Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
    รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
    Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง

    more