พกบัตร Swiss Travel Pass แล้วตาม Klook ไปเที่ยวสวิตเซอแลนด์ด้วยกันนะ!

เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์กับ Klook

แม้สวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นที่รู้จักกันในฐานะดินแดนแห่งภูเขาหิมะและประเทศที่เหมาะแก่การเล่นกีฬาฤดูหนาว แต่ประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ก็มีความมหัศจรรย์มากมายให้คุณได้ดื่มด่ำในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย

หากคุณมีเวลาว่างไปท่องเที่ยวในช่วงซัมเมอร์ คุณก็ไม่ควรพลาดที่จะถือโอกาสนี้ไปเยี่ยมเยือนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ให้ได้สักครั้งหนึ่ง เพราะไม่ว่าคุณจะรักการผจญภัยหรือชอบเที่ยวชมเมือง คุณก็จะได้สนุกไปกับกิจกรรมกลางแจ้งหลากหลายรูปแบบ โดยสามารถเที่ยวชมเมืองต่าง ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ได้ตลอดช่วงกลางวันอันแสนยาวนาน พร้อมทั้งยังจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมไฮไลท์อย่างการนั่งรถไฟชมวิวสุดอลังการอีกด้วย

ยอดเขาพิลาทุส

วันนี้ เราจึงจะขอมาเล่าถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณควรทราบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์ในช่วงฤดูร้อน ไม่ว่าจะทั้ง วิธีการท่องเที่ยวแบบไม่มีสะดุดด้วยบัตร Swiss Travel Pass รวมไปถึงสิ่งที่คุณจะได้พบเจอ ณ เมืองต่าง ๆ ของดินแดนนาฬิกาแห่งนี้

เท่านั้นยังไม่พอ เรายังจะขอมาแนะนำ โปรโมชั่นจาก Klook ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนครั้งนี้ง่ายดายมากขึ้นมาทันตา แต่ทั้งนี้ อย่าเพิ่งรีบปิดจนกว่าคุณจะอ่านถึงบรรทัดสุดท้าย เพราะเรามีอะไรเด็ด ๆ เตรียมไว้ให้คุณได้เซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน!

สิ่งที่จำเป็นสำหรับการเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ของที่ต้องเตรียม

เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์

ในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของสวิตเซอร์แลนด์จะอยู่ระหว่าง 18-30 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับระดับความสูงและช่วงเวลาของวันนั้น ๆ ดังนั้น คุณจึงควรเตรียมเสื้อผ้าที่เบาสบายสำหรับใส่ในฤดูร้อนเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง กางเกงขาสั้น, ชุดเดรส รวมไปถึง เสื้อที่ทำจากผ้าฝ้ายหรือลินิน ซึ่งจะช่วยให้คุณท่องเที่ยวแบบสะดวกสบายได้ตลอดทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิมักจะลดต่ำลงในช่วงเย็น ทำให้อากาศเปลี่ยนจากอบอุ่นไปเป็นหนาวเย็นได้ นอกจากนี้ อุณหภูมิยังสามารถแตกต่างกันได้อย่างชิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับว่าคุณท่องเที่ยวอยู่ในหุบเขา หรือบนภูหิมะ เราจึงขอแนะนำให้คุณเตรียมเสื้อผ้าสำหรับใส่สวมทับติดตัวไปด้วย และควรเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่และถอดอออกได้ง่าย โดยอาจจะเป็นเสื้อสักหลาด หรือเสื้อลองจอนก็ได้

ทั้งนี้อย่าลืมสวมรองเท้าที่เหมาะสำหรับกิจกรรมปีนเขาด้วยเช่นกัน

เชื่อมต่อเครือข่ายได้แบบไม่มีสะดุด

เพียงแค่คุณมี 4G Pocket WiFi ติดตัวเอาไว้ คุณสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ตลอดทั้งการท่องเที่ยวของคุณ! ซึ่งอุปกรณ์ WiFi ยังสามารถใขช้ได้ทั้งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรปได้อีกด้วย

สิทธิพิเศษที่คุณจะได้รับจากบัตร Swiss Travel Pass

Travel Pass ใบนี้จะช่วยให้คุณสามารถโดยสารรถไฟ, รถบัส หรือแม้แต่เรือ ได้ทั่วประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียว!

โดยบัตร Swiss Travel Pass จะมีด้วยกันหลายประเภท ดังนี้:

ประเภทของบัตร Swiss Travel Passสิทธิพิเศษที่คุณจะได้รับผู้ที่เหมาะสำหรับบัตรประเภทนี้
บัตร Swiss Travel Pass แบบใช้ติดต่อกัน (3, 4, 8 หรือ 15 วัน)
  • สิทธิ์โดยสารรถไฟ, เรือ, รถบัส และรถไฟชมวิวพาโนรามา แบบไม่จำกัดเที่ยว ทั่วประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามวันที่คุณเลือกไว้ (ต้องใช้ติดต่อกัน)
  • ผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพียงประเทศเดียว

  • ผู้ที่จะใช้เวลาท่องเที่ยวหลายวัน และต้องการเที่ยวเมืองต่าง ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์

  • บัตรอิเล็กทรอนิก Swiss Travel Pass แบบใช้ติดต่อกัน (3, 4, 8 หรือ 15 วัน)
  • ได้รับสิทธิพิเศษเดียวกับบัตร Swiss Travel Pass แบบทั่วไป แต่หากคุณซื้อบัตรประเภทอิเล็กทรอนิก คุณจะได้รับเครดิตเงินคืน จำนวน 5% ซึ่งจะได้มาในรูปแบบของ Klook Credits

  • ไม่จำเป็นต้องรอเวลาจัดส่งบัตรอีกต่อไป เพราะคุณสามารถพิมพ์บัตร Swiss Travel Pass ได้จากที่บ้าน ก่อนจะนำไปใช้จริง

  • ผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพียงประเทศเดียว

  • ผู้ที่จะใช้เวลาท่องเที่ยวหลายวัน และต้องการเที่ยวเมืองต่าง ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์

  • บัตร Swiss Travel Pass แบบยืดหยุ่น (3, 4, 8 หรือ 15 วัน)
  • บัตรแบบยืดหยุ่นจะอายุการใช้งานได้กว่า 1 เดือน โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางแบบติดต่อกัน ซึ่งจะมีแพ็กเกจทั้งแบบ 3, 4, 8 หรือ 15 ให้เลือกตามที่คุณต้องการ
  • ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในกำหนดการเดินทาง

  • ผู้ที่มีแผนการท่องเที่ยวและวันที่ที่จะใช้ไม่แน่นอน

  • บัตร Swiss Half Fare Card
  • รับส่วนลด 50% สำหรับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในสวิตเซอร์แลนด์เป็นเวลา 1 เดือนตามปฏิทิน
  • ผู้ที่มีแผนการท่องเที่ยวและวันที่ที่จะใช้ไม่แน่นอน

  • ผู้ที่วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะใช้บัตรโดยสารเพียงไม่กี่ครั้งตลอดเวลา 1 เดือน

  • โปรดตรวจสอบ แผนที่ เพื่อที่จะได้ทราบถึงพื้นที่ที่คุณสามารถใช้บัตรเหล่านี้ได้

    สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับบัตร Swiss Travel Pass:

    บัตร SwissTravelPass ราคาถูก

    • บัตร Swiss Travel Pass จะสามารถใช้ได้แค่ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม จะมีบางเส้นทางที่รถไฟและรถบัสวิ่งข้ามพรมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, อิตาลี และลิกเตนสไตน์  
    • คุณสามารถนั่งรถไฟและรถบัสไปยังหมู่บ้านได้ฟรี
    • คุณจะได้รับ ส่วนลดค่าโดยสารสำหรับการขึ้นภูเขาและชมทิวทั​ศน์ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง กระเช้า, รถราง และรถไฟล้อเฟือง
    • คุณสามารถนั่งรถโดยสารประจำเมืองได้ฟรีกว่า 75 เมือง
    • สามารถโดยสารเรือได้ฟรี แต่ทั้งนี้จะไม่รวมค่าล่องเรือรับประทานอาหารค่ำมื้อพิเศษ

    โบนัสสุดพิเศษ: รับสิทธิ์เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ฟรีกว่า 500 แห่ง

    นอกจากจะใช้เดินทางได้แล้ว คุณยังสามารถนำบัตร Swiss Rail Pass ไปใช้เพื่อเข้าชมพิพิธภัณพ์และนิทรรศการได้ฟรี กว่า 500 แห่งอีกด้วย! อย่าลืม ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดเพื่อที่จะได้ทราบว่ามีพิพิธภัณฑ์ใดบ้างที่คุณสามารถเข้าชมได้ฟรี

    ได้รู้สิทธิพิเศษต่างกันไปแล้ว จากนี้ เราจะขอแนะนำแผนการเดินทางและวิธีที่คุณจะสามารถเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวของ เมืองซูริค, ลูเซิร์น และ อินเทอร์ลาเคน ด้วย บัตร Swiss Travel Pass แบบใช้ติดต่อกัน 4 วัน ให้คุณได้รู้เอาไว้ก่อนการเดินทาง!  

    วันที่ 1: เมืองซูริค

    ทัวร์ชมเมืองซูริคแบบครึ่งวัน

    ทัวร์ชมเมืองซูริคแบบครึ่งวัน

    คุณจะได้เริ่มต้นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนที่เมืองซูริค อันเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความหลาย และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยคุณยังสามารถเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งสำคัญของเมืองไปพร้อมกับ ทัวร์ท่องเที่ยวเมืองซูริคแบบครึ่งวัน ได้อีกด้วย

    ทัวร์จะพาคุณไปเยี่ยมชมทั้ง พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสวิส และ ถนนบานโฮฟสตาเซอร์ รวมไปถึงย่านธุรกิจอันโด่งดังของเมืองซูริค ก่อนจะแวะไปยังทะเลสาบสีฟ้าครามอย่าง ทะเลสาบซูริค เพื่อถ่ายภาพเก็บความประทับใจ จากนั้น คุณจะได้นั่งรถไฟล้อเฟืองของทาง Dolderbahn เพื่อขึ้นเขาไปชมทิวทัศน์ของป่าไม้อันสวยงาม และสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย โดยจุดแวะพักสุดท้ายของคุณในทัวร์นี้จะอยู่ที่อยู่ที่ ย่านเมืองเก่า ที่ซึ่งคุณจะสามารถเที่ยวชมถนนสายต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัย!

    กิจกรรมปีนภูเขายูเอทลิเบิร์ก

    เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์

    นอกจาก ภูเขายูเอทลิเบิร์ก จะเป็นภูเขาบนที่ราบสูงสวิสที่เหมาะแก่การทื่องเที่ยวในยามบ่ายแล้ว ด้านบนภูเขาแห่งนี้ยังมีทิวทัศน์สุดตระการตา ที่คุณจะสามารถมองเห็นทะเลสาบซูริคและเมืองเบื้องล่างได้แบบทั้งเมืองอีกด้วย เพียงแค่คุณนั่งรถไฟสาย S10 จากสถานีหลักไปยังสถานี Uetliberg คุณก็สามารถเดินขึ้นไปยังยอดเขาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะใช้เวลาเดินเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น เมื่อมาถึงแล้ว อย่าลืมมุ่งหน้าไปยังหอชมวิวเพื่อดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจของเมืองและทะเลสาบซูริค ซึ่งหากคุณโชคดีมากพอ คุณอาจจะได้ชมภาพของเทือกเขาแอลป์ในวันที่ฟ้าเปิดอีกด้วย

    หลังจากที่คุณปีนเขาและเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ มาทั้งวัน คุณจะได้เดินทางกลับเข้าเมืองเพื่อรับประทานอาหารเย็นและเครื่องดื่มรสเลิศ ซึ่งร้าน Old Crow Zürich นั้นก็จัดเป็นหนึ่งในบาร์ที่ดีที่สุดของเมืองซูริคเลยก็ว่าได้ โดยหลังจากที่คุณรับประทานอาหารเย็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถแวะมาลิ้มลองค็อกเทลแก้วซิกเนเจอร์จากทางร้านได้แบบง่าย ๆ ซึ่งเราขอรับรองว่า ค็อกเทลแก้วนี้จะมีความพิเศษและไม่เหมือนกับค็อกเทลที่คุณเคยลิ้มลองมาอย่างแน่นอน!

    วันที่ 2: ลูเซิร์น

    นั่งรถไฟเที่ยวเช้าไปยังเมืองลูเซิร์น (~50 นาที)

    เมืองลูเซิร์น

    ในวันที่ 2 นี้ คุณจะได้นั่งรถไฟเที่ยวเช้าออกจากสถานี Zuerich ไปยังสถานี Luzern ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 50 นาที ด้วยกัน เมืองลูเซิร์นเป็นเมืองอันงดงามที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบลูเซิร์นและใกล้กันกับภูเขาสูงชัน มีทิวทัศน์ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และมีสถาปัตยกรรมยุคกลางมากมายให้คุณได้เยี่ยมชมทั่วทั้งเมือง

    ทัวร์ยอดเขาทิตลิสแบบครึ่งวัน

    เขาทิตลิส

    หลังอิ่มอร่อยกับอาหารกลางวันแล้ว คุณจะได้เริ่มท่องเที่ยวลูเซิร์นไปกับ ทัวร์ยอดเขาทิตลิส แบบครึ่งวัน ซึ่งหลังจากที่คุณนั่งรถผ่านแถบชนบทไปเมืองแองเกิลเบิร์ก อันทรงเสน่ห์แล้ว คุณก็จะได้ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า Titlis Xpress ไปยังด้านบนภูเขาทิตลิส โดยในระหว่างที่คุณโดยสารกระเช้าอยู่นั้น คุณจะได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพของหุบเขาและภูเขาของธารน้ำแข็งที่อยู่รายล้อม

    เมื่อเดินทางถึงด้านบน คุณจะได้ท้าทายความกล้าของตัวเองด้วยการร่วม กิจกรรมเดินบนเส้นทางเดินริมหน้าผา ซึ่งจัดเป็นสะพานแขวนที่สูงที่สุดในทวีปยุโรปอีกด้วย หลังจากที่คุณสนุกกับกิจกรรมดังกล่าวเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมงแล้ว คุณยังจะเที่ยวชมและสัมผัสกับหิมะที่ยังคงไม่ละลายแม้จะอยู่ในช่วงฤดูร้อน ก่อนจะเดินทางกลับเมืองลูเซิร์นเพื่อรับประทานอาหารค่ำ

    เยี่ยมชมตัวเมืองลูเซิร์น 

    เมืองลูเซิร์น 

    คุณสามารถใช้เวลาช่วงเย็นที่เหลือไปกับการเที่ยวชมเมืองลูเซิร์น พร้อมชมความงามของพระอาทิตย์ตกดินที่ สะพานชาเปล อันเป็นสะพานที่มีอายุเก่าแก่ย้อนไปตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 เลยทีเดียว  

    เมืองลูเซิร์น 

    อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดชมก็คือ รูปสลักสิงโตบนหน้า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสวนกลาเซียร์ ไม่ไกลจากย่านใจกลางเมืองมากนัก รูปสลักสิงโตบาดเจ็บสาหัสนี้แกะสลักอยู่บนหน้าผาหินทราย ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงทหารชาวสวิสที่เสียชีวิตระหว่างช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส

    วันที่ 3: ลูเซิร์น

    เยี่ยมชมเมืองเก่าลูเซิร์น

    หากเทียบกับเมืองต่าง ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ลูเซิร์นยังคงเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมยุคกลางแล้วภูเขาอันงดงามมากมายที่อยู่รายล้อม ซึ่งหากคุณเป็นคนรักประวัติศาสตร์แล้วล่ะก็ คุณก็ไม่ควรพลาดไปเยี่ยมชมเมืองอันมีสีสันอย่าง อัลท์ซตัดท์ (เมืองเก่า) ให้ได้สักครั้ง

    บัตร Swiss travel pass ส่วนลด

    เมืองเก่าลูเซิร์น นั้นมีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่และความทันสมัย ซึ่งก็จะมีทั้งอาคารอันงดงามและจุดถ่ายภาพมากมายให้คุณได้เลือกชม บรรยากาศของเมืองเก่าแห่งนี้จะชวนให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย เนื่องจากเมืองลูเซิร์นเป็นเมืองที่ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านมากนัก คุณจึงสามารถเดินเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวและถนนสายต่าง ๆ ของเมืองได้อย่างสบายใจ

    กิจกรรมล่องเรือพาโนราม่า-ยอร์ช ในลูเซิร์น (1 ชั่วโมง)

    กิจกรรมล่องเรือพาโนราม่า-ยอร์ช ในลูเซิร์น (1 ชั่วโมง)

    หลังจากที่คุณท่องเที่ยวมาตลอดช่วงเช้าแล้ว คุณจะได้เที่ยวชมเมืองแห่งนี้ในอีกรูปแบบหนึ่งด้วยการไป ล่องเรือบนทะเลสาบลูเซิร์น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งเรือพาโนราม่า-ยอร์ช แซฟไฟร์ ลำนี้ถือเป็นเรือที่มีความโอ่อ่าเป็นอย่างมาก ดังนั้น คุณจึงสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารว่างและเครื่องดื่มสุดชื่นใจบนเรือได้พร้อม ๆ กับการชมทัศนียภาพโดยรอบได้นั่นเอง

    ทัวร์ครึ่งวันที่ยอดเขาพิลาทุส

    ทัวร์ครึ่งวันที่ยอดเขาพิลาทุส

    หลังจากที่คุณรับประทานอาหารกลางวันเดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณก็ไม่ควรลืมที่จะไปจะร่วม ทัวร์ครึ่งวันที่ยอดเขาพิลาทุส อันเป็นภูเขาอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาคนี้ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง! บนเทือกเขาแห่งนี้จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ทั้งหมดของเมืองลูเซิร์น และทัศนียที่งดงามของธรรมชาติและเมืองโดยรอบได้อีกด้วย

    คุณจะได้ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปยังยอดเขา และจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์จากระเบียงชมวิว โดยไฮไลท์ของการเดินทางนั้นจะอยู่ระหว่างการเดินทางลงจากภูเขา เพราะคุณจะได้นั่งรถไฟล้อเฟืองที่ชันที่สุดในโลก ก่อนจะปิดท้ายการทัวร์ลงด้วยการนั่งเรือจากทะเลสาบโฟร์แคนตันกลับสู่เมืองลูเซิร์น โดยคุณสามารถจองทัวร์ยอดเขาพิลาทุส พร้อมการเดินทางแบบไปกลับจากสถานี Lucerne ผ่าน Klook ได้แล้ววันนี้!

    การนั่งรถไฟไปยังอินเทอร์ลาเคน 

    หลังจากรับประทานอาหารเย็นเป้นที่เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถนั่งรถไฟสาย GoldenPass จากสถานี Lucerne ไปยังสถานี Interlaken ได้ โดยจะใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด 1 ชั่วโมง 50 นาที ด้วยกัน  

    วันที่ 4: อินเทอร์ลาเคน    

    กิจกรรมล่องแก่งในแม่น้ำลุทชินา/นั่งเรือเจ็ทโบ๊ทชมทิวทัศน์

    เที่ยวแม่น้ำลุทชินา

    ไม่ใช่การเดินป่าที่เงียบสงบและการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับใน กิจกรรมน่าสนใจเมื่อคุณมาเยือนเมืองรีสอร์ทอันเงียบสงบอย่าง อินเทอร์ลาเคน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปีนเขาและการชมวิวอย่างแน่นอน เพราะเมื่ออากาศอบอุ่นขึ้น เมืองแห่งนี้ก็มีกิจกรรมผจญภัยอันแสนเร้าใจที่รอให้เหล่าผู้รักความท้าทายได้ร่วมมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

    คุณจะได้เริ่มต้นวันของคุณด้วยการประลองความเร็วผ่าน กิจกรรมนั่งเรือเจ็ทโบ๊ทชมทิวทัศน์ ซึ่งจะพาคุณตะลุยไปตามสายน้ำอันใสสะอาดของเมืองอินเทอร์ลาเคน ไล่ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลสาบเบรียนซ์ไปจนถึงน้ำตกกีสบาค อันโด่งดัง แต่หากคุณต้องการสนุกกับกิจกรรมที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น คุณก็สามารถร่วม กิจกรรมล่องแก่งในแม่น้ำลุทชินา ซึ่งจะพาคุณไปล่องแก่งบนแม่น้ำอันเชี่ยวกราก ซึ่งมีระดับความเชี่ยวกว่า III-IV เลยทีเดียว กิจกรรมดังกล่าวจะเริ่มต้นที่บริเวณด้านล่างของเขาไอเกอร์ตอนเหนือ แล้วจึงจะพาคุณล่องใต้ผ่านภูเขาต่าง ๆ จนถึงหุบเขาอินเทอร์ลาเคนในท้ายที่สุด

    2. ปีนเขาที่เบอร์นีส โอเบอร์แลนด์ และที่ราบชีนิเกอ

    เบอร์นีส โอเบอร์แลนด์

    เมืองอินเทอร์ลาเคนนั้นตั้งอยู่ ณ ใจกลางเทือกเขาเบอร์นีสแอลป์ ในประเทสสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้จึงนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การมาเยือนในช่วงปลาฤดูใบไม้ผลิเป็นอย่างยิ่ง เพราะเหล่าผู้รักธรรมชาติทุกคนจะได้ดื่มด่ำไปกับความงามของ เบอร์นีส โอเบอร์แลนด์ พร้อมทั้งจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารกลางวัน ณ บริเวณ ที่ราบชีนิเกอ อันเป็นเทือกเขาเล็ก ๆ ในเบอร์นีส โอเบอร์แลนด์ ซึ่งมีเส้นทางท่องเที่ยวและจุดชมวิวมากมายให้คุณได้สัมผัสอีกด้วย!

    ฤดูร้อนในสวิตเซอร์แลนด์จึงถือเป็นเวลาที่เหมาะแก่การปีนเขาขึ้นไปยังที่สูง เพราะหิมะของทุกเส้นทางเดินนั้นละลายไปจนหมดในช่วงกลางปีไปจนถึงเดือนกรกฎาคม

    ทั้งนี้ คุณยังสามารถเดินขึ้นไปจนถึงที่ราบชีนิเกอได้เช่นเดียวกัน แต่เราขอแนะนำให้คุณนั่ง รถไฟล้อเฟืองจากสถานี Wilderswil แทนการเดินขึ้นไป เพราะคุณจะได้นั่งรถไฟเป็นเวลา 50 นาที พร้อมดื่มด่ำไปกับความงดงามอันน่าตื่นตะลึงไปตลอดเส้นทาง โดยคุณจะได้นั่งข้ามแม่น้ำแม่น้ำลุทชินา ก่อนจะนั่งรถไฟผ่านผืนป่าอันเขียวขจีและทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่เป้นระยะทางกว่า 1,000 เมตร จนถึงบริเวณ ผ่านป่าไม้เขียวขจีและทุ่งหญ้ากลิ้งก่อนที่จะถึงที่ราบชีนิเกอ

    วันที่ 5: ท่องเที่ยวแบบเต็มวันที่จุงเฟรายอร์ค จากเมืองอินเทอร์ลาเคน

    1. ทัวร์ท่องเที่ยวจุงเฟรายอร์คแบบเต็มวัน

    ทัวร์ท่องเที่ยวจุงเฟรายอร์คแบบเต็มวัน

    ในวันสุดท้ายของการเดินทาง คุณจะได้ออกเดินทางไปยังเทือกเขาเบอร์นีสแอลป์ อันเป็นเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ไปพร้อมกันกับ ทัวร์จุงเฟรายอร์คแบบเต็มวัน จากอินเทอร์ลาเคน ซึ่งจะพาคุณเดินทางขึ้นไปยังสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป คุณจะได้ดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพอันตระการตาที่บริเวณจุดชมวิวลานสฟิงซ์ พร้อมเที่ยวชมน้ำแข็งรูปร่างแปลกตาที่ปราสาทน้ำแข็ง และสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่นได้อีกมากมาย!

    เที่ยวกับ Klook เลยตอนนี้พร้อมรับส่วนลดพิเศษคลิก!

    บทความที่คุณไม่ควรพลาด

    Facebook Comments