เซี่ยงไฮ้ในปี 2026 ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ล้ำสมัยและเต็มไปด้วยเสน่ห์ แต่คำถามยอดฮิตคือ "พักย่านไหนดี?" หากคุณเน้นเดินช้อปปิ้งและต่อรถไฟง่าย Nanjing Road คือคำตอบ แต่ถ้าอยากตื่นมาเจอวิวประวัติศาสตร์ริมน้ำ ต้องยกให้ The Bund ส่วนใครที่ชอบความหรูหราล้ำยุคฝั่งตึกระฟ้า Lujiazui จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง
การเลือกจองที่พักผ่าน Klook ช่วยให้การวางแผนเที่ยวจีนของคุณง่ายขึ้นมาก เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการผูกบัตรกับแอปท้องถิ่น คุณสามารถใช้บัตรเครดิตไทยหรือ QR Code จ่ายเป็นเงินบาทได้ทันที พร้อมรับ Voucher ยืนยันภาษาไทยที่โรงแรมยอมรับ 100%
1. ย่าน Nanjing Road & People's Square (ศูนย์กลางความสะดวก)
ย่านนี้คือ "จุดศูนย์กลาง" ของเซี่ยงไฮ้ หากนี่คือทริปแรกของคุณ หรือคุณมากับครอบครัวที่มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ Nanjing Road คือย่านที่คุณควรปักหมุดไว้เป็นอันดับหนึ่ง เพราะที่นี่คือจุดรวมของความสะดวกสบายแบบ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟฟ้าสายหลัก (Line 1, 2, 8) ที่เชื่อมต่อคุณไปยังทุกที่ในเมืองได้ในไม่กี่นาที รวมถึงเป็นแหล่งรวมห้างสรรพสินค้าชั้นนำและร้านอาหารท้องถิ่นที่เปิดต้อนรับคุณตลอด 24 ชั่วโมง
🏨 5 โรงแรมแนะนำ
1. SSAW Boutique Hotel Shanghai Bund: ครองแชมป์โรงแรมยอดนิยมของคนไทยตลอดกาล ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานความเป็นจีนสมัยใหม่และความอบอุ่นได้อย่างลงตัว มี Afternoon Tea และขนมต้อนรับฟรีในล็อบบี้ ทำเลเดินไปสถานี Metro และที่เที่ยวได้ในระยะไม่กี่ก้าว
2. Radisson Blu Hotel Shanghai New World: แลนด์มาร์คสำคัญบน People's Square ที่มีตึกรูปทรงจานบินโดดเด่น ห้องพักที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนสาธารณะและตึกระฟ้าใจกลางเมืองได้อย่างกว้างขวาง
3. Conrad Shanghai: ยกระดับการพักผ่อนสู่ความหรูหราเหนือระดับ โรงแรมตั้งอยู่บนตึกสูงเหนือห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ข้อดีคือคุณสามารถลงมาซื้อของกินในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือทานอาหารในฟู้ดคอร์ทได้ทันทีโดยไม่ต้องออกนอกอาคาร
4. Grand Central Hotel Shanghai: เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลความคลาสสิกและการบริการที่พิถีพิถัน ห้องพักมีขนาดกว้างขวางกว่ามาตรฐานทั่วไปในย่านนี้ และตั้งอยู่บนทำเลที่เงียบสงบแต่เดินเพียง 2 นาทีก็ถึงความคึกคักของถนนคนเดิน
5. Campanile Hotel Shanghai Bund: ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสายประหยัด (Budget Travelers) ที่ยังต้องการความทันสมัยและมาตรฐานความปลอดภัย โรงแรมสไตล์ฝรั่งเศสแห่งนี้มีพื้นที่ส่วนกลางที่น่านั่งและห้องพักที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด
สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในย่าน Nanjing Road
หากคุณพักย่านนี้ นอกจากความสะดวกเรื่องโรงแรมแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ ยังมีเอกลักษณ์ที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว:
Nanjing Road Pedestrian Street (ถนนคนเดินนานจิง):
นี่คือถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าร้อยปี ตลอดระยะทางกว่า 5.5 กิโลเมตร (รวมโซนตะวันออกและตะวันตก) คุณจะพบกับความอลังการของแสงสีนีออนในยามค่ำคืน สองข้างทางเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สถาปัตยกรรมสวยงามผสมกับช้อปแบรนด์เนมระดับโลกอย่าง Apple Store, Nike และ LEGO Store ที่ใหญ่ที่สุด
อย่าพลาดการลองนั่ง "รถไฟนำเที่ยวขนาดเล็ก" (Sightseeing Train) ที่จะพาคุณวิ่งผ่านฝูงชนไปตามแนวถนนคนเดิน ช่วยให้คุณชมบรรยากาศได้โดยไม่เหนื่อย และแนะนำให้แวะชิม "ขนมเปี๊ยะอบสด" ของร้านเก่าแก่อย่าง First Food Hall ที่อบร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลอดวัน
Shanghai Museum (พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้):
ตั้งอยู่ใจกลาง People's Square (จัตุรัสประชาชน) โดดเด่นด้วยตัวอาคารทรงกลมบนฐานสี่เหลี่ยมตามความเชื่อโบราณ "ฟ้ากลมดินเหลี่ยม" ที่นี่คือคลังสมบัติของชาติจีน รวบรวมโบราณวัตถุมากกว่า 120,000 ชิ้น ตั้งแต่เครื่องสำริดยุคโบราณ เครื่องเซรามิกสมัยราชวงศ์ถังและสง ไปจนถึงภาพวาดพู่กันจีนและการแกะสลักหยกที่ละเอียดอ่อนจนน่าเหลือเชื่อ
ในปี 2026 พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้มักมีนิทรรศการหมุนเวียนระดับโลก (Special Exhibition) มาจัดแสดงเสมอ แนะนำให้ตรวจสอบตารางงานผ่านหน้าเว็บก่อนไป และที่สำคัญคือ "ต้องจองคิวเข้าชมล่วงหน้าผ่านแอป" เพราะมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวัน เพื่อให้เดินชมได้อย่างไม่แออัด
Pop Mart Global Flagship Store (ป๊อปมาร์ท แฟลกชิปสโตร์):
แลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดที่สาย Art Toy ต้องกรีดร้อง! สาขานี้ตั้งอยู่บนตึก Shimao Festival City บริเวณแยก Nanjing East Road เป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีหุ่น Molly ตัวยักษ์คอยต้อนรับอยู่ด้านหน้า ภายในมีทั้งหมด 2 ชั้นที่ตกแต่งอย่างล้ำสมัยเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอนาคต มีสินค้า Rare Items และคอลเลกชัน Limited Edition ที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น
แนะนำให้ไปในช่วงเช้าที่ร้านเพิ่งเปิดเพื่อเลี่ยงแถวที่ยาวเหยียด และอย่าลืมแวะไปที่โซน "Customization" ที่คุณสามารถเลือกอุปกรณ์เสริมมาตกแต่งให้น้องๆ ของคุณมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เป็นของฝากจากเซี่ยงไฮ้ที่มีชิ้นเดียวในโลก
2. ย่าน The Bund (เสน่ห์คลาสสิก วิวหลักล้านและความโรแมนติกเหนือกาลเวลา)
หากถามถึงภาพจำที่เป็นซิกเนเจอร์ที่สุดของเซี่ยงไฮ้ คงหนีไม่พ้นภาพกลุ่มตึกสไตล์ยุโรปคลาสสิกที่ตั้งตระหง่านเลียบไปกับแม่น้ำหวงผู่ โดยมีฉากหลังเป็นหอคอยไข่มุกและตึกระฟ้ายิ่งใหญ่อลังการ ย่าน The Bund หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "หาดไว่ทาน" คือย่านที่รวบรวมประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของเซี่ยงไฮ้ในยุคได้รับฉายาว่า "ปารีสแห่งตะวันออก" เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การเลือกพักในย่านนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติก ชอบการเดินเล่นริมน้ำในยามค่ำคืน และต้องการตื่นมาพร้อมกับวิวที่สวยที่สุดในจีนจากหน้าต่างห้องพัก
🏨 5 โรงแรมแนะนำ
1. The Bund Puyan Hotel, Shanghai: โรงแรมระดับ 4.5 ดาวที่ตั้งอยู่ในทำเลทองใกล้ริมแม่น้ำหวงผู่ การตกแต่งผสมผสานความคลาสสิกและโมเดิร์นได้อย่างลงตัว ห้องพักหลายรูมไทป์สามารถมองเห็นวิวหอคอยไข่มุกและอาคารเก่าแก่ฝั่งไว่ทานได้อย่างสวยงามจากมุมสูง
2. Central Hotel Shanghai: โรงแรมที่ครองใจนักท่องเที่ยวด้วยทำเลระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ระหว่างทางเชื่อม Nanjing Road และ The Bund เดินไปได้ทั้งสองฝั่ง สะดวกและบริการดีเยี่ยม ที่นี่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบ เพราะคุณสามารถเดินออกไปช้อปปิ้งที่ถนนคนเดินนานจิงได้ภายใน 3 นาที และเดินไปชมไฟที่หาดไว่ทานได้ในเวลาไม่ถึง 10 นาที นอกจากทำเลที่เป็นเลิศแล้ว พนักงานยังขึ้นชื่อเรื่องความใส่ใจและพร้อมช่วยเหลือแขกชาวต่างชาติเป็นอย่างดี ทำให้การพักผ่อนของคุณราบรื่นตลอดทริป
3. Fairmont Peace Hotel on the Bund: โรงแรมระดับตำนานที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน Nanjing East ตัดกับ The Bund พอดี หากคุณอยากสัมผัสวิถีชีวิตแบบ "เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้" ต้องพักที่นี่ สถาปัตยกรรมแบบ Art Deco และแจ๊สบาร์ชื่อดังจะพาคุณย้อนเวลากลับไปสู่ยุค 1920 อย่างแท้จริง
4. The Peninsula Shanghai: ที่สุดของความ Luxury ริมแม่น้ำ มีท่าเทียบเรือส่วนตัวและบริการที่ไร้ที่ติ เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนในโอกาสพิเศษ
5. Indigo Shanghai on the Bund: โรงแรมดีไซน์จัดจ้านที่ผสมผสานกลิ่นอายท่าเรือเก่าเข้ากับความทันสมัย ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของ The Bund ทำให้เห็นวิวตึกระฟ้าฝั่งผู่ตงในมุมกว้างที่ต่างออกไป และมี Rooftop Bar ที่วิวสวยระดับโลก
สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในย่าน The Bund
The Bund (หาดไว่ทาน - ทางเดินริมน้ำระดับโลก):
ทางเดินริมน้ำที่มีความยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตรแห่งนี้ คือแลนด์มาร์คอันดับหนึ่งที่ใครมาเซี่ยงไฮ้ก็ต้องปักหมุด ตลอดแนวถนนคุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับอาคารประวัติศาสตร์กว่า 52 หลัง ที่สร้างขึ้นในสไตล์ยุโรปคลาสสิก ทั้งกอทิก, บารอก และเรอเนซองส์ จนได้รับฉายาว่า "พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมนานาชาติ" ในขณะที่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำคือวิวตึกระฟ้าล้ำสมัยของเขตผู่ตง
ช่วงเวลา "Golden Hour" หรือตอนประมาณ 18:30 - 19:00 น. คือช่วงที่สวยที่สุด เพราะตึกเก่าจะเริ่มเปิดไฟสีทองอร่าม (Golden Lights) ตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มและแสงไฟนีออนหลากสีจากฝั่งตรงข้าม เป็นจุดชมวิวที่โรแมนติกที่สุดในเซี่ยงไฮ้ แนะนำให้เผื่อเวลาเดินจากต้นสาย (สะพาน Waibaidu) มาจนถึงปลายสายบริเวณสวน Guxiang เพื่อซึมซับบรรยากาศให้ครบทุกมุม
Bund Sightseeing Tunnel (อุโมงค์เลเซอร์ข้ามฟากแม่น้ำหวงผู่):
หากคุณต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งรถไฟใต้ดินแบบเดิมๆ นี่คืออุโมงค์รถรางอัตโนมัติที่เชื่อมระหว่างฝั่ง The Bund และฝั่ง Lujiazui (ผู่ตง) โดยวิ่งลอดใต้แม่น้ำหวงผู่ ภายในอุโมงค์มีการประดับประดาด้วยแสงสีเสียงและเลเซอร์แบบ Multimedia สุดตระการตา ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางข้ามมิติเข้าไปในโลกอนาคต
เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดของสถานี Metro ในช่วงเวลาเร่งด่วน การนั่งรถรางนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีแต่ได้ภาพถ่ายที่แปลกตาไม่ซ้ำใคร แนะนำให้ "ซื้อบัตรล่วงหน้าผ่าน Klook" เพื่อรับ QR Code สแกนเข้างานได้ทันที ไม่ต้องยืนรอต่อคิวซื้อตั๋วที่หน้าตู้ให้เสียเวลาเที่ยว
Waibaidu Bridge (สะพานเหล็กประวัติศาสตร์):
สะพานเหล็กกล้าแห่งแรกและแห่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในเซี่ยงไฮ้ มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำซูโจวและแม่น้ำหวงผู่ สะพานนี้ไม่ได้เป็นแค่เส้นทางคมนาคม แต่เป็น "สัญลักษณ์ของความรัก" และความคลาสสิกที่ปรากฏอยู่ในซีรีส์จีนและภาพยนตร์ชื่อดังมากมาย (เช่น เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้)
นี่คือจุดถ่ายรูปที่ช่างภาพมืออาชีพยกให้เป็น "The Best Spot" เพราะคุณจะได้เฟรมภาพที่มีโครงสร้างเหล็กสีเทาสุดวินเทจของสะพานอยู่ด้านหน้า และมีหอคอยไข่มุก (Oriental Pearl) ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง เป็นการผสมผสานความเก่าและใหม่ที่ลงตัวที่สุด แนะนำให้มาในช่วงเช้าตรู่ก่อน 8 โมงเช้า เพื่อหลบฝูงชนและได้แสงแดดอ่อนๆ ที่ตกกระทบสะพานอย่างสวยงาม
3. ย่าน Lujiazui (มหานครแห่งอนาคตและศูนย์กลางตึกระฟ้าโลก)
หากย่าน The Bund คืออดีตที่รุ่งโรจน์ ย่าน Lujiazui ในฝั่งผู่ตง (Pudong) ก็คืออนาคตที่ไร้ขีดจำกัด ย่านนี้ได้รับการเนรมิตให้กลายเป็นศูนย์กลางการเงินโลกที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าดีไซน์แปลกตาซึ่งติดอันดับสูงที่สุดในโลกหลายแห่ง ถนนหนทางกว้างขวางสะอาดตา และเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าสุดหรูระดับไฮเอนด์ การพักย่านนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์ Sci-Fi และเป็นย่านที่มอบความสะดวกสบายขั้นสูงสุด ทั้งในแง่ของทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) ที่เชื่อมต่อตึกต่างๆ และสถานีรถไฟฟ้าที่ทันสมัย
🏨 5 โรงแรมแนะนำ
1. Pudong Shangri-La, Shanghai: โรงแรมระดับตำนานที่มีถึงสองตึกให้เลือกพัก จุดเด่นคือตั้งอยู่ริมแม่น้ำพอดี ทำให้คุณได้เห็นวิวฝั่ง The Bund ในมุมที่สวยที่สุดโดยไม่มีอะไรกั้น นอกจากนี้ยังมีบุฟเฟต์อาหารเช้าที่ขึ้นชื่อว่าหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้
2. Grand Hyatt Shanghai: ตั้งอยู่ภายในตึก Jin Mao Tower (ชั้น 53 ถึง 87) โรงแรมนี้มอบประสบการณ์การพักผ่อนบนก้อนเมฆ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือโถงกลางโรงแรม (Atrium) ที่มีความสูงถึง 33 ชั้น มองลงมาแล้วจะเห็นความอลังการของงานสถาปัตยกรรมระดับโลก
3. The Ritz-Carlton Shanghai, Pudong: หากคุณเป็นสายช้อปปิ้งแบรนด์เนม นี่คือที่พักที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะตั้งอยู่ด้านบนของห้าง IFC Mall โดยตรง และมี "Flair Rooftop Restaurant & Bar" ซึ่งเป็นบาร์ที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นหอคอยไข่มุกได้ใกล้และชัดเจนที่สุดในเมือง
4. IFC Residence: ตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับครอบครัวหรือผู้ที่ต้องการพักระยะยาว (Long Stay) เพราะที่นี่เป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์สุดหรูที่มีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งห้องครัว พื้นที่นั่งเล่น และเครื่องซักผ้าในตัว พร้อมบริการระดับโรงแรม 5 ดาว
5. Park Hyatt Shanghai: ตั้งอยู่บนตึก Shanghai World Financial Center (ตึกเปิดขวด) ดีไซน์เน้นความเรียบหรูสไตล์มินิมอลแบบโมเดิร์น มอบความเงียบสงบเหนือความวุ่นวายของเมืองที่ความสูงกว่า 400 เมตร เป็นหนึ่งในโรงแรมที่สูงที่สุดในโลก
สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในย่าน Lujiazui
Oriental Pearl Tower (หอคอยไข่มุก):
สัญลักษณ์อันดับหนึ่งของเซี่ยงไฮ้ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังดูทันสมัย ภายในมีทั้งจุดชมวิวหลายระดับ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองเซี่ยงไฮ้ที่ชั้นใต้ดิน และร้านอาหารหมุนรอบตัว
ไฮไลต์ที่สุดคือ "Space Capsule" ที่ความสูง 351 เมตร และ "Glass Floor Skywalk" พื้นกระจกใสที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนอากาศเหนือแม่น้ำหวงผู่ แนะนำให้ "จองตั๋วผ่าน Klook ล่วงหน้า" เพื่อสแกน QR Code เข้าลิฟต์ได้ทันที ประหยัดเวลาไปได้อย่างน้อย 30-60 นาทีในช่วงวันหยุด
Shanghai Tower (ตึกเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์):
ตึกที่สูงที่สุดในประเทศจีน และสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยดีไซน์รูปทรงเกลียวที่ช่วยลดแรงปะทะของลม จุดชมวิว "Top of Shanghai Observatory" บนชั้น 118 จะทำให้คุณมองเห็นเมืองเซี่ยงไฮ้แบบ 360 องศา จนเห็นตึกอื่นๆ กลายเป็นตึกจิ๋วไปเลย
ลิฟต์ของที่นี่เป็นหนึ่งในลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลก ใช้เวลาเพียง 55 วินาทีเพื่อขึ้นสู่ชั้นชมวิว แนะนำให้ไปช่วง "ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน 1 ชม." เพื่อดูการเปลี่ยนผ่านของแสงจากกลางวันสู่แสงไฟยามค่ำคืนที่สวยงามจับตา
Shanghai Ocean Aquarium (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซี่ยงไฮ้):
ตั้งอยู่ติดกับหอคอยไข่มุก เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดดเด่นด้วยการจัดแสดงสัตว์น้ำแยกตามภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงสัตว์น้ำหายากจากแม่น้ำแยงซีของจีน
ห้ามพลาด "อุโมงค์ใต้น้ำที่ยาวที่สุดในโลก" ซึ่งมีความยาวถึง 155 เมตร ให้คุณได้เดินชมฝูงฉลามและปลากระเบนข้ามหัวไปมาอย่างใกล้ชิด เหมาะมากสำหรับทริปครอบครัวที่มีเด็กๆ มาด้วย โดยสามารถซื้อตั๋วรวม (Combo Ticket) คู่กับหอคอยไข่มุกผ่าน Klook เพื่อความคุ้มค่า
Klook Tips
- เลือกโรงแรมที่ห่างจากสถานี Metro ไม่เกิน 500 เมตร จะช่วยประหยัดพลังงานได้มาก
- หากมีแผนไปดิสนีย์แลนด์ ให้พักย่าน Lujiazui หรือที่ใกล้ Line 11 จะเดินทางรวดเดียวถึง ไม่ต้องเปลี่ยนสายบ่อย
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกที่พักในเซี่ยงไฮ้
Q: เที่ยวเซี่ยงไฮ้พักย่านไหนเดินทางไปสนามบินสะดวกที่สุด?
A: ย่าน Nanjing Road และ People's Square คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ เพราะมีรถไฟใต้ดิน Metro Line 2 (สายสีเขียว) วิ่งผ่าน ซึ่งสายนี้เชื่อมต่อโดยตรงระหว่าง สนามบินนานาชาติผู่ตง (PVG) และ สนามบินหงเฉียว (SHA) รวมถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงหงเฉียวด้วย ทำให้คุณไม่ต้องลากกระเป๋าเปลี่ยนสายรถไฟให้ยุ่งยากครับ
Q: โรงแรมในเซี่ยงไฮ้รับนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกแห่งไหม?
A: ไม่ทุกแห่ง ในจีนจะมีข้อกำหนดเรื่องการรับจดทะเบียนที่พักสำหรับชาวต่างชาติ (Foreigner Registration) แต่เพื่อความสบายใจ โรงแรมที่ปรากฏบน Klook ส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้รับชาวต่างชาติอย่างถูกต้องแล้ว อย่างไรก็ตาม แนะนำให้สังเกตสัญลักษณ์ "Klook Verified" หรืออ่านรีวิวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในหน้าโรงแรมเพื่อความมั่นใจ 100% ครับ
Q: พักย่านไหนในเซี่ยงไฮ้ เดินทางไป Shanghai Disneyland ง่ายที่สุด?
A: หากเป้าหมายหลักคือดิสนีย์แลนด์ แนะนำย่าน Lujiazui หรือที่พักใกล้สถานีรถไฟฟ้า Line 11 ครับ เพราะ Line 11 คือสายที่วิ่งตรงสู่สถานี Disney Resort โดยเฉพาะ หรือหากพักย่านอื่น ให้เลือกที่พักที่ใกล้จุดรับ-ส่งของ Shuttle Bus ของดิสนีย์แลนด์ ซึ่งมักจะมีจุดจอดแถว Nanjing Road และ The Bund โดยสามารถจองบัตรเข้าสวนสนุกพร้อมรถรับ-ส่งได้ผ่าน Klook ครับ
Q: ย่าน The Bund กับ Nanjing Road เดินถึงกันได้ไหม?
A: เดินถึงกันได้สะดวกมากครับ! ถนน Nanjing East Road จะวิ่งไปสุดสายที่หน้าหาดไว่ทาน (The Bund) พอดี ระยะทางเดินประมาณ 10-15 นาที ระหว่างทางเป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านค้าและแสงสี ทำให้เดินได้เพลินๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยครับ
Klook คืออะไร?
Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร
เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา
🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง
- Facebook: @klookth
- Instagram: @klooktravel_th
- TikTok: @klookth
- YouTube: @klookTH
- LINE Official Account: @klookth































