• ไปยังแอป
  • เลือกจุดหมายปลายทาง
  • รถไฟในโอซาก้ามีกี่แบบ? รวมวิธีเดินทางและสายรถไฟหลักที่ควรรู้ปี 2025

    Klook Thailand
    Klook Thailand
    อัปเดตล่าสุด 28 ต.ค. 2025
    more
    รวมวิธีเดินทางและ สายรถไฟในโอซาก้า
    โอซาก้า (Osaka) เมืองใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของภูมิภาคคันไซที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งอาหารขึ้นชื่อ ย่านช้อปปิ้ง และแหล่งท่องเที่ยวดังอย่าง ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle), โดทงโบริ (Dotonbori) และ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ญี่ปุ่น (USJ)
    แต่สิ่งที่ทำให้การเที่ยวโอซาก้าสะดวกสบายกว่าหลายเมืองในญี่ปุ่นคือ “ระบบรถไฟโอซาก้า (Osaka Train System)” ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ในเมืองและเชื่อมโยงกับเมืองรอบข้างได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก “รถไฟในโอซาก้ามีกี่แบบ” แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน และมีพาสอะไรช่วยประหยัดค่าเดินทางได้บ้าง
    รถไฟโอซาก้า

    ประเภทของรถไฟในโอซาก้า

    โอซาก้ามีระบบรถไฟหลักทั้งหมด 6 ประเภท ได้แก่
    1. Osaka Metro (รถไฟใต้ดิน)
    2. JR West (รถไฟของรัฐญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก)
    3. Private Railways (รถไฟเอกชน)
    4. Osaka Monorail (โมโนเรล)
    5. Hankai Tramway (รถรางเก่าแก่)
    6. Tourist & Limited Express Trains (รถไฟท่องเที่ยวพิเศษ)

    Osaka Metro รถไฟใต้ดินหัวใจของเมือง

    หากพูดถึงการเดินทางท่องเที่ยวในโอซาก้า ระบบที่คุณจะได้ใช้บ่อยที่สุดคือ Osaka Metro หรือรถไฟใต้ดินโอซาก้า ซึ่งครอบคลุมพื้นที่สำคัญเกือบทั้งหมดของเมือง เช่น นัมบะ (Namba), ชินไซบาชิ (Shinsaibashi), อูเมดะ (Umeda) และ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)
    จุดเด่นคือ ความรวดเร็ว ตรงเวลา และครอบคลุมทุกพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก โดยเฉพาะ Midosuji Line (สายสีแดง) ที่ถือเป็นสายหลักของเมือง
    💡 Klook Tip: ซื้อ Osaka Amazing Pass แล้วขึ้น Metro ได้ไม่จำกัดรอบ พร้อมเข้าได้ฟรีกว่า 40 สถานที่
    ป้ายแผนที่สถานีรถไฟใต้ดินโอซาก้า
    Osaka Metro มีทั้งหมด 8 สายหลัก และ 1 สาย People Mover (สายใหม่ Yotsubashi Line) โดยในแต่ละสายมีเอกลักษณ์และเส้นทางที่เชื่อมโยงพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญแตกต่างกันออกไป ในบรรดาสายทั้งหมดนั้น Midosuji Line ถือเป็นสายหลักที่สุด เนื่องจากพาดผ่านย่านท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโอซาก้า การขึ้นเพียงเส้นนี้เส้นเดียวก็สามารถเที่ยวได้ครบทั้ง นัมบะ–ชินไซบาชิ–อุเมดะ
    ค่าโดยสารของ Osaka Metro เริ่มต้นประมาณ 180 เยนต่อเที่ยว และสามารถใช้ IC Card อย่าง ICOCA, Suica หรือ PASMO แตะเข้าออกได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วทุกครั้ง อีกทั้งยังมีบัตรท่องเที่ยวอย่าง Osaka Amazing Pass ที่สามารถขึ้น–ลง Metro ได้ไม่จำกัดรอบตลอดวัน เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประหยัดค่าเดินทาง

    สาย Midosuji Line – สายหลักตัดเหนือ-ใต้

    สาย Midosuji Line (สีแดง) เป็นเส้นทางหลักของ Osaka Metro ที่ถือได้ว่าเป็น “หัวใจการเดินทาง” ของเมืองโอซาก้า เส้นนี้เริ่มต้นจากสถานี Esaka ทางตอนเหนือ ผ่าน Umeda (Osaka Station), Shinsaibashi, Namba และลงไปถึงตอนใต้สุดที่ Tennoji และ Nakamozu ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวและธุรกิจที่สำคัญที่สุดของเมือง สำหรับนักท่องเที่ยว จุดเด่นของสายนี้คือการเชื่อมต่อกับสถานที่ยอดนิยมแบบ One Line Trip ใช้เพียงเส้นเดียวก็เที่ยวได้ครบ เช่น
    • Umeda (梅田) – ศูนย์รวมช้อปปิ้งขนาดใหญ่ เช่น Grand Front Osaka, HEP FIVE, และ Umeda Sky Building
    • Shinsaibashi (心斎橋) – ถนนช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยแบรนด์เนมและแฟชั่น
    • Namba (難波) – แหล่งรวมความบันเทิงและอาหาร สะดวกเชื่อมไป Dotonbori
    • Tennoji (天王寺) – ย่านเก่าแก่ที่มีทั้งสวนสัตว์ สวนสาธารณะ และตึก Abeno Harukas ตึกสูงที่สุดในญี่ปุ่น
    • Nakamozu (なかもず) – จุดเชื่อมต่อกับเส้นทางอื่นเพื่อออกนอกเมือง
    เนื่องจาก Midosuji Line เป็นสายที่มีการใช้งานหนาแน่นที่สุด รถไฟจึงมักมา ถี่ทุก 2–3 นาทีในชั่วโมงเร่งด่วน นักท่องเที่ยวจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่เสียเวลาในการรอคอย อีกทั้งยังเชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟ JR และรถไฟเอกชนในหลายสถานี จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาเที่ยวโอซาก้าครั้งแรก
    รถไฟใต้ดินโอซาก้า Metro จอดเข้าสถานี

    สาย Chuo Line และสายอื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวใช้บ่อย

    นอกจากสาย Midosuji แล้ว Chuo Line (สีเขียว) ก็นับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเชื่อมจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่ง สายนี้วิ่งตัดจากตะวันออกไปตะวันตกของเมือง ผ่านสถานี Tanimachi Yonchome ที่สามารถเดินไปยัง Osaka Castle ได้สะดวก อีกทั้งยังผ่านย่านธุรกิจอย่าง Hommachi ที่เชื่อมกับ Midosuji Line ทำให้ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ง่ายขึ้น
    Universal Studios Japan
    สิ่งที่ทำให้ Chuo Line น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวคือ ความสะดวกในการเดินทางไป Universal Studios Japan (USJ) โดยสามารถเปลี่ยนขบวนที่ Bentencho Station ไปยังสาย JR Yumesaki Line ต่ออีกไม่กี่สถานีก็ถึง USJ ได้ทันที ถือเป็นเส้นทางที่ใช้บ่อยที่สุดสำหรับครอบครัวที่ตั้งใจมาเที่ยวสวนสนุกชื่อดังแห่งนี้ นอกจากนั้นยังมีเส้นทางอื่นที่ช่วยเสริมความสะดวก เช่น:
    • Tanimachi Line (สีม่วง) – ผ่านย่านประวัติศาสตร์และสถานที่ราชการ
    • Yotsubashi Line (สีน้ำเงินเข้ม) – วิ่งคู่ขนานกับ Midosuji Line ในบางช่วง ช่วยลดความหนาแน่นของผู้โดยสาร
    • Sakaisuji Line (สีน้ำตาล) – เชื่อมพื้นที่ย่านร้านอาหารและตลาดท้องถิ่น
    • Nagahori Tsurumi-ryokuchi Line (สีเขียวอ่อน) – เหมาะสำหรับการเดินทางไปสวนสาธารณะและย่านพักอาศัย
    เมื่อรวมเส้นทางทั้งหมดแล้ว Osaka Metro สามารถพาผู้โดยสารไปได้แทบทุกย่านในเมือง การเลือกใช้เส้นทางใดขึ้นอยู่กับ ย่านที่พัก และ แผนการท่องเที่ยว ของคุณ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ความรวดเร็ว ตรงเวลา และการเชื่อมต่อที่ราบรื่น ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวในโอซาก้า ง่ายเหมือนอยู่ในเมืองบ้านเกิด เลยทีเดียว

    JR West เชื่อมเมืองและภูมิภาคคันไซ

    นอกจากรถไฟใต้ดิน Osaka Metro แล้ว อีกหนึ่งเครือข่ายใหญ่ที่นักท่องเที่ยวต้องรู้จักคือ JR West (West Japan Railway Company) ซึ่งถือเป็นบริษัทในเครือ JR Group ที่ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น โดยในโอซาก้าเอง JR West มีเส้นทางหลักหลายสายที่สำคัญ ทั้ง JR Osaka Loop Line ที่วิ่งวนรอบเมือง, JR Kansai Airport Rapid ที่เชื่อมสนามบินคันไซเข้ามายังใจกลางเมือง รวมถึงรถไฟด่วนไปยังเมืองรอบ ๆ อย่างเกียวโต, โกเบ และนารา
    หัวใจหลักของเครือข่าย JR ในโอซาก้าคือ JR Osaka Station (Umeda) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในญี่ปุ่น ภายในเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า, อาคารสำนักงาน และการเชื่อมต่อกับทั้ง Metro และรถไฟเอกชน ถือเป็น “Gateway” สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเริ่มต้นการเดินทางไปยังจุดหมายต่าง ๆ
    สิ่งที่ทำให้ JR West แตกต่างจาก Osaka Metro คือ เส้นทางส่วนใหญ่ไม่ได้จำกัดแค่ในเมือง แต่ยังเชื่อมต่อระหว่างเมืองและภูมิภาค เช่น หากคุณต้องการไป เกียวโต, โกเบ หรือสนามบินคันไซ การใช้ JR จะสะดวกและรวดเร็วกว่ามาก อีกทั้งยังสามารถใช้ JR Pass ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อจากต่างประเทศเพื่อขึ้นรถไฟได้แบบไม่จำกัดรอบ ซึ่งช่วยประหยัดค่าเดินทางอย่างมหาศาล

    JR Osaka Loop Line วงกลมรอบเมือง

    JR Osaka Loop Line เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องใช้ เพราะเป็นรถไฟที่วิ่งวนรอบใจกลางเมืองโอซาก้าในลักษณะวงกลม คล้ายกับ Yamanote Line ของโตเกียว เส้นนี้ครอบคลุมสถานที่สำคัญ เช่น
    • Osaka Station (Umeda) – จุดเชื่อมหลักของเมือง
    • Osakajokoen Station – เดินต่อไปยัง ปราสาทโอซาก้า
    • Tennoji Station – สถานีใหญ่ทางตอนใต้ ใกล้สวนสัตว์และ Abeno Harukas
    • Nishikujo Station – จุดเปลี่ยนสายเพื่อไป Universal Studios Japan (USJ)
    Loop Line จึงเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบ City Tour ภายในโอซาก้า ค่าโดยสารเริ่มต้นเพียง 180 เยน และรถไฟมาทุก 3–5 นาที ถือเป็นเส้นทางที่คุ้มค่าและสะดวกสำหรับผู้ที่อยากเก็บหลายจุดในหนึ่งวัน
    รถไฟ JR Osaka Loop Line วิ่งในเมืองโอซาก้า

    JR Kansai Airport Line เชื่อมสนามบินคันไซ

    สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงโอซาก้าโดยเครื่องบิน การนั่งรถไฟจากสนามบินคันไซ (Kansai International Airport – KIX) เข้าสู่เมืองคือทางเลือกที่สะดวกที่สุด และเส้นทางที่ได้รับความนิยมมากคือ JR Kansai Airport Line โดยมีรถไฟ Kansai Airport Rapid ที่ให้บริการตรงเข้าสู่ Osaka Station ภายในเวลาประมาณ 65–70 นาที ค่าโดยสารอยู่ที่ราว ๆ 1,200 เยน
    นอกจากนี้ยังมีรถไฟด่วนพิเศษ Haruka Limited Express ซึ่งใช้เวลาเพียง 30–40 นาที ก็สามารถเข้าสู่ตัวเมืองโอซาก้าหรือเกียวโตได้แล้ว แม้ราคาจะสูงกว่า (ประมาณ 2,000–3,000 เยน) แต่ถือว่าคุ้มสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มีสัมภาระเยอะหรือเดินทางไปเชื่อมต่อยังเมืองอื่นต่อทันที
    เส้นทาง Kansai Airport Line จึงถือเป็น “ประตูสู่โอซาก้า” ที่ทุกคนต้องผ่าน และเป็นอีกหนึ่งเส้นทางหลักที่ทำให้ระบบรถไฟของ JR West มีความสำคัญต่อการเดินทางทั้งภายในและนอกเมือง
    รถไฟ JR Haruka Express Hello Kitty จอดที่สถานีสนามบินคันไซ

    รถไฟเอกชน (Private Railways)

    นอกจาก Osaka Metro และ JR West แล้ว อีกหนึ่งระบบที่สำคัญไม่แพ้กันคือ รถไฟเอกชน (Private Railways) ที่กระจายตัวอยู่ทั่วภูมิภาคคันไซ จุดเด่นของรถไฟเอกชนคือ การเชื่อมต่อระหว่างเมือง (Intercity) ได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และมักเป็นเส้นทางตรงไปยังแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนบ่อย ต่างจาก JR ที่มักเน้นเครือข่ายกว้างหรือวิ่งวนในเมือง สำหรับนักท่องเที่ยว รถไฟเอกชนถือว่าเป็น ทางเลือกยอดนิยม หากต้องการไปเมืองรอบโอซาก้า เช่น
    • Hankyu Railway – เด่นเรื่องเส้นทางสู่เกียวโตและโกเบ
    • Hanshin Railway – อีกหนึ่งตัวเลือกสู่โกเบ สะดวกและราคาย่อมเยา
    • Kintetsu Railway – สายยอดนิยมในการเดินทางไปนารา รวมถึงไปยังอิเสะและนางาชิมะ
    • Nankai Railway – เส้นหลักจากใจกลางโอซาก้าสู่สนามบินคันไซ และยังไปถึงเมืองท่าทางใต้ของวากายามะ
    สิ่งที่ควรทราบคือ รถไฟเอกชนไม่สามารถใช้ JR Pass ได้ แต่สามารถใช้บัตร IC Card อย่าง ICOCA หรือ Suica แตะเข้าออกได้เช่นกัน และบางบริษัทก็มี พาสพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น Nankai Airport Express Pass หรือ Kintetsu Rail Pass ที่ช่วยประหยัดค่าเดินทางได้มากหากวางแผนเที่ยวหลายเมืองในภูมิภาคคันไซ

    Hankyu Railway เชื่อมโอซาก้าสู่เกียวโตและโกเบ

    Hankyu Railway เป็นรถไฟเอกชนที่มีชื่อเสียงด้านความสะดวกและคุณภาพ ให้บริการเส้นทางหลักจาก Umeda (Osaka-umeda Station) เชื่อมไปยัง เกียวโต (Kawaramachi Station) และ โกเบ (Kobe-Sannomiya Station) โดยตรง จุดเด่นคือรถไฟสะอาด นั่งสบาย และมีทั้งแบบธรรมดาและด่วนพิเศษ (Limited Express) ที่ใช้เวลาเดินทางไปเกียวโตเพียงประมาณ 40-45 นาที และ Hankyu ยังเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางแบบ คุ้มค่า เพราะค่าโดยสารถูกกว่ารถไฟ JR Shinkansen หรือ JR Rapid Express แต่ยังคงความรวดเร็วและสะดวกไม่แพ้กัน
    รถไฟเอกชน Hankyu Railway สีม่วงกำลังวิ่งในโอซาก้า

    Hanshin Railway ทางเลือกสู่โกเบ

    Hanshin Railway ให้บริการเชื่อมระหว่าง Namba (Osaka-Namba Station) ไปยัง Kobe-Sannomiya เช่นเดียวกับ Hankyu แต่แตกต่างกันที่ Hanshin สะดวกสำหรับผู้ที่พักในย่านตอนใต้ของเมือง เช่น Namba หรือ Shinsaibashi ค่าโดยสารถูกกว่า JR และมีความถี่ของขบวนรถสูง ทำให้เหมาะกับการเดินทางไป–กลับแบบ One Day Trip สู่โกเบ
    นอกจากนี้ Hanshin ยังขึ้นชื่อเรื่อง รถไฟเบสบอล ที่เชื่อมแฟนทีม Hanshin Tigers ไปยังสนาม Koshien Stadium ถือเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวสายกีฬาไม่ควรพลาด
    ถไฟ Hanshin Railway วิ่งออกจากสถานีในโอซาก้า

    Kintetsu Railway สายยอดนิยมไปนารา

    Kintetsu Railway ถือเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางจากโอซาก้าไปยัง นารา (Nara) เมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า และกวางนับพันตัวในสวนสาธารณะ จุดขึ้นรถหลักอยู่ที่ Osaka-Namba Station โดยมีบริการทั้งรถไฟธรรมดาและ Limited Express ที่รวดเร็วและสะดวกสบาย
    นอกจากนาราแล้ว Kintetsu ยังมีเส้นทางยาวไปถึง Ise-Shima และ Nagoya ทำให้เป็นเครือข่ายที่นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อ Kintetsu Rail Pass ซึ่งคุ้มมากสำหรับการเดินทางหลายเมืองภายใน 5 วัน
    รถไฟ Kintetsu Limited Express มุ่งหน้านารา

    Nankai Railway สู่สนามบินคันไซและวากายามะ

    Nankai Railway เป็นสายที่มีชื่อเสียงที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะเป็น ประตูหลักสู่สนามบินคันไซ (Kansai Airport – KIX) ผ่านรถไฟด่วนพิเศษ Nankai Rapi:t ที่มีดีไซน์ล้ำอนาคต ใช้เวลาเดินทางเพียง 35 นาทีจาก Namba สู่สนามบิน
    นอกจากเส้นทางไปสนามบินแล้ว Nankai ยังเชื่อมโอซาก้าสู่เมืองท่าทางใต้ Wakayama ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลและธรรมชาติ รวมถึงเส้นทางสู่ Koyasan (เขาโคยะ) ศูนย์กลางพระพุทธศาสนานิกายชินงอนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมและธรรมชาติไม่ควรพลาดการนั่ง Nankai ไปยังจุดหมายเหล่านี้
    รถไฟด่วน Nankai Rapi:t มุ่งหน้าสู่สนามบินคันไซ

    โอซาก้าโมโนเรล (Osaka Monorail)

    อีกหนึ่งรูปแบบการเดินทางที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อมาเยือนโอซาก้าคือ โอซาก้าโมโนเรล (Osaka Monorail) ซึ่งถือเป็นระบบโมโนเรลที่ยาวที่สุดในโลก (ยาวกว่า 28 กิโลเมตร) เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1990 จุดเด่นของโมโนเรลเส้นนี้คือการวิ่งบนรางยกระดับ ทำให้ผู้โดยสารสามารถชมวิวเมืองจากมุมสูงได้ระหว่างการเดินทาง แตกต่างจาก Metro และรถไฟ JR ที่ส่วนใหญ่วิ่งในอุโมงค์หรือรางระดับพื้นดิน
    เส้นทางหลักของ Osaka Monorail เชื่อมต่อ สนามบินโอซาก้าอิตามิ (Itami Airport – ITM) ซึ่งเป็นสนามบินภายในประเทศสำคัญ เข้ากับย่านตอนเหนือของเมืองและต่อเชื่อมกับรถไฟ JR รวมถึง Osaka Metro ได้อย่างสะดวก ทำให้ผู้โดยสารที่บินภายในประเทศสามารถเข้าตัวเมืองได้โดยตรง นอกจากนี้โมโนเรลยังผ่านจุดหมายท่องเที่ยวและศูนย์กลางกิจกรรมสำคัญ เช่น
    • Expo ’70 Commemorative Park (万博記念公園) – สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เคยใช้จัดงาน Expo 1970 ปัจจุบันเป็นพื้นที่พักผ่อนและสถานที่ชมดอกไม้ยอดนิยม
    • ศูนย์แสดงสินค้า (Intex Osaka และ MICE Facilities) – รองรับงานจัดแสดงและนิทรรศการระดับนานาชาติ
    • ย่าน Senri-Chuo – พื้นที่ที่อยู่อาศัยและศูนย์กลางธุรกิจทางเหนือของโอซาก้า
    ค่าโดยสารโมโนเรลเริ่มต้นประมาณ 200 เยน และมีความถี่ของขบวนรถทุก 5–10 นาที ความเร็วและความตรงเวลาทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางระหว่างสนามบินอิตามิและสถานที่สำคัญในโซนเหนือของเมือง อีกทั้งการนั่งโมโนเรลยังมอบประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างจากรถไฟทั่วไป เพราะสามารถชมทิวทัศน์เมืองโอซาก้าในมุมกว้างตลอดเส้นทาง
    Osaka Monorail

    รถราง Hankai Tramway เสน่ห์เก่าแก่ในโอซาก้า

    ท่ามกลางความทันสมัยของโอซาก้าที่เต็มไปด้วยตึกสูง ห้างสรรพสินค้า และรถไฟใต้ดินที่วิ่งรวดเร็ว ยังมีระบบขนส่งที่คงเสน่ห์แบบดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ นั่นคือ รถราง Hankai Tramway (阪堺電車) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “Chin-den” รถรางสายนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1911 จึงนับว่าเป็นหนึ่งในระบบคมนาคมที่เก่าแก่ที่สุดของโอซาก้า และยังคงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมย่านชุมชนท้องถิ่นทางตอนใต้ของเมืองมาจนถึงปัจจุบัน แม้ปัจจุบันเส้นทางรถรางหลายสายของโอซาก้าจะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ Hankai Tramway ยังคงเหลืออยู่เพียง 2 สายหลัก คือ
    • สาย Hankai Line เชื่อมย่าน Tennoji (Ebisucho) ไปยัง Sakai และ Hamadera
    • สาย Uemachi Line เชื่อม Tennoji ไปยัง Sumiyoshi Taisha ศาลเจ้าชื่อดัง
    จุดเด่นของการนั่งรถราง Hankai ไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว แต่คือ บรรยากาศแบบย้อนยุค ที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตผู้คนในย่านชานเมือง รถรางเคลื่อนตัวช้า ๆ ผ่านบ้านเรือนเก่าแก่ ร้านค้าเล็ก ๆ และตรอกซอกซอยที่รถไฟฟ้าใต้ดินหรือรถไฟ JR ไม่สามารถเข้าถึงได้ เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น ๆ ในโอซาก้า
    นอกจากนี้ รถราง Hankai ยังเป็นทางเลือกยอดนิยมในช่วงเทศกาล เช่น การเดินทางไป ศาลเจ้า Sumiyoshi Taisha ในวันปีใหม่ ซึ่งมีผู้คนนับแสนใช้บริการ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ ๆ สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสโอซาก้าในมุมที่แตกต่าง การนั่งรถราง Hankai ถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
    Hankai Tram

    รถไฟท่องเที่ยวพิเศษในโอซาก้าและรอบ ๆ

    นอกจากรถไฟ Metro, JR, เอกชน, โมโนเรล และรถรางแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวหลายคนชื่นชอบคือ รถไฟท่องเที่ยวพิเศษ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทั้งสะดวกและมีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟธีม (Theme Train), รถไฟชมวิว (Sightseeing Train) หรือรถไฟ Limited Express ที่ให้บริการรวดเร็วและสะดวกสบายกว่ารถไฟปกติ
    ในโอซาก้าและพื้นที่รอบ ๆ มีหลายเส้นทางที่โดดเด่น โดยเฉพาะ Nankai Rapi:t รถไฟด่วนสนามบินที่มีดีไซน์ล้ำสมัย เชื่อมระหว่างสนามบินคันไซ (KIX) และย่านนัมบะในเวลาเพียง 35 นาที ถือเป็น “ประตูแรก” ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนเมืองโอซาก้า นอกจากนี้ยังมี รถไฟ Limited Express ของ Kintetsu และ Hankyu ที่ให้บริการเชื่อมไปยังเมืองเก่าแก่และเมืองหลวงวัฒนธรรมอย่างนาราและเกียวโต สะดวกสบาย รวดเร็ว และบางขบวนยังตกแต่งพิเศษเพื่อเพิ่มประสบการณ์การเดินทางให้เพลิดเพลินยิ่งขึ้น
    สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสการเดินทางมากกว่าแค่การเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง รถไฟท่องเที่ยวพิเศษเหล่านี้ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศการท่องเที่ยวโอซาก้าและคันไซได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    Nankai Rapi:t – รถไฟด่วนสนามบินสุดล้ำ

    Nankai Rapi:t (ラピート) เป็นรถไฟด่วนสนามบินที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยดีไซน์ภายนอกสีฟ้าเข้มพร้อมหน้าต่างทรงกลมที่ให้ความรู้สึกเหมือนรถไฟจากโลกอนาคต เส้นนี้ให้บริการเชื่อมตรงจาก สนามบินคันไซ (KIX) สู่ Namba Station ใจกลางเมืองโอซาก้า ใช้เวลาเพียง ประมาณ 35 นาที จึงเป็นเส้นทางยอดนิยมสำหรับนักเดินทางต่างชาติที่เพิ่งเดินทางมาถึงญี่ปุ่น
    รถไฟ Rapi:t มี 2 ประเภท คือ Rapi:t α (Alpha) ซึ่งหยุดน้อยสถานีและรวดเร็วที่สุด และ Rapi:t β (Beta) ที่หยุดหลายสถานีมากกว่า ราคาตั๋วโดยสารเริ่มต้นประมาณ 1,200–1,400 เยน และสามารถจองที่นั่งล่วงหน้าได้ จุดเด่นคือ ทุกที่นั่งเป็น Reserved Seat ทำให้มั่นใจได้ว่านั่งสบายตลอดเส้นทาง
    รถไฟด่วน Nankai Rapi:t เชื่อมสนามบินคันไซ

    รถไฟ Limited Express สาย Kintetsu และ Hankyu

    นอกจากรถไฟด่วนสนามบินแล้ว นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางออกจากโอซาก้าไปยังเมืองใกล้เคียงอย่าง นารา (Nara) และ เกียวโต (Kyoto) มักนิยมใช้ รถไฟ Limited Express ของ Kintetsu และ Hankyu เพราะสะดวก รวดเร็ว และราคาเข้าถึงได้
    • Kintetsu Limited Express: เชื่อมจาก Osaka-Namba Station ไปยัง Kintetsu-Nara Station ใช้เวลาเพียง 40 นาที และยังมีบริการพิเศษเชื่อมไปเกียวโต, อิเสะ และนาโงย่าได้อีกด้วย รถไฟขบวนใหม่บางสายยังมีดีไซน์สวยงาม เช่น “Hinotori” Limited Express ที่นั่งกว้างและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
    • Hankyu Limited Express: เดินทางจาก Umeda (Osaka-umeda Station) ไปยัง Kyoto-Kawaramachi Station ใช้เวลาเพียง 45 นาที รถไฟสายนี้ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศอบอุ่นและการให้บริการที่ตรงเวลา ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปสัมผัสวัดดังและถนนสายเก่าแก่ในเกียวโตได้สะดวก
    Hankyu Limited Express
    รถไฟ Limited Express ของทั้ง Kintetsu และ Hankyu จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายเหนือรถไฟธรรมดา แต่ไม่อยากเสียค่าโดยสารสูงเท่าการนั่งชินคันเซ็น (Shinkansen)

    ตารางสรุปประเภทของรถไฟในโอซาก้า

    ประเภทรถไฟ

    เส้นทางหลัก / จุดเด่น

    เหมาะกับใคร

    พาสที่ใช้ได้

    Osaka Metro (รถไฟใต้ดิน)

    ครอบคลุมย่านสำคัญในเมือง เช่น นัมบะ, ชินไซบาชิ, อูเมดะ, ปราสาทโอซาก้า

    นักท่องเที่ยวที่เที่ยวเฉพาะในโอซาก้า

    Osaka Amazing Pass, IC Card (ICOCA, Suica, PASMO)

    JR West

    Osaka Loop Line รอบเมือง, Kansai Airport Line, เส้นทางเชื่อมเกียวโต–โกเบ–นารา

    นักท่องเที่ยวที่ใช้ JR Pass หรือเดินทางข้ามเมือง

    JR Pass, Kansai Area Pass, IC Card

    Private Railways (Hankyu, Hanshin, Kintetsu, Nankai)

    Hankyu ไปเกียวโต–โกเบ, Hanshin ไปโกเบ, Kintetsu ไปนารา, Nankai ไปสนามบินคันไซและวากายามะ

    นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเมืองรอบข้าง

    Kansai Thru Pass, Kintetsu Rail Pass, Nankai Airport Pass

    Osaka Monorail

    เชื่อมสนามบินอิตามิ, Expo Park, ศูนย์แสดงสินค้า

    นักท่องเที่ยวที่บินภายในประเทศหรือต้องการชมวิวเมือง

    IC Card (ICOCA, Suica, PASMO)

    Hankai Tramway

    เชื่อม Tennoji – Sumiyoshi Taisha – Sakai

    ผู้ที่อยากสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นและรถรางเก่าแก่

    IC Card (ICOCA), ตั๋ว 1 วัน Hankai Tram

    Tourist / Special Trains

    Nankai Rapi:t (สนามบินคันไซ), Limited Express Kintetsu & Hankyu (นารา–เกียวโต)

    นักท่องเที่ยวที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวก และมีประสบการณ์พิเศษ

    JR Pass (บางเส้นทาง), Kintetsu Rail Pass, ตั๋ว Limited Express เฉพาะขบวน

    สรุป: รถไฟในโอซาก้ามีกี่แบบ?

    หลังจากที่เราได้พาไปสำรวจระบบการคมนาคมของโอซาก้าแบบครบทุกมิติ คำตอบที่ชัดเจนที่สุดก็คือ โอซาก้ามีระบบรถไฟอย่างน้อย 6 แบบหลัก ที่ช่วยทำให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวสะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ในเมืองและรอบภูมิภาคคันไซ ได้แก่
    1. Osaka Metro – รถไฟใต้ดินหัวใจหลักที่เชื่อมย่านท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมือง เช่น นัมบะ ชินไซบาชิ อูเมดะ และปราสาทโอซาก้า
    2. JR West – เครือข่ายใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งในเมืองและระหว่างเมือง เช่น JR Osaka Loop Line และ JR Kansai Airport Line
    3. Private Railways – รถไฟเอกชนอย่าง Hankyu, Hanshin, Kintetsu และ Nankai ที่เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการไปเกียวโต โกเบ นารา หรือแม้แต่วากายามะ
    4. Osaka Monorail – โมโนเรลที่เชื่อมสนามบินอิตามิและ Expo Park พร้อมวิวเมืองจากมุมสูง
    5. Hankai Tramway – รถรางสายเก่าแก่ที่ยังคงเสน่ห์ความเป็นท้องถิ่นและบรรยากาศแบบย้อนยุค
    6. รถไฟท่องเที่ยวพิเศษ (Tourist & Limited Express Trains) – เช่น Nankai Rapi:t ที่วิ่งตรงสู่สนามบินคันไซ หรือ Limited Express ของ Kintetsu และ Hankyu ที่ช่วยให้เดินทางสู่เกียวโต–นาราได้รวดเร็วและสะดวกสบาย
    แต่ละระบบต่างก็มี เอกลักษณ์ จุดเด่น และความเหมาะสมในการใช้งาน หากคุณต้องการเที่ยวเฉพาะในเมือง Osaka Metro คือคำตอบที่ครบถ้วน หากอยากเชื่อมต่อเมืองใกล้เคียงอย่างเกียวโต โกเบ หรือนารา รถไฟเอกชนก็เป็นตัวเลือกที่ดี ในขณะที่ JR West เหมาะสำหรับการเชื่อมระหว่างภูมิภาคหรือการใช้พาส JR Pass เพื่อความคุ้มค่า สำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งสำคัญที่สุดคือการวางแผนล่วงหน้าและเลือกใช้ พาสโดยสารที่เหมาะสม เช่น
    • Osaka Amazing Pass – เหมาะสำหรับเที่ยวในเมือง ใช้ขึ้น Metro ได้ไม่จำกัดและมีสิทธิ์เข้าฟรีหลายสถานที่
    • JR Pass – เหมาะสำหรับเดินทางหลายเมืองหรือใช้ชินคันเซ็น
    • Kansai Thru Pass – เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถไฟเอกชนและรถบัสข้ามเมืองในคันไซ
    สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะเลือกขึ้นรถไฟประเภทไหนในโอซาก้า สิ่งที่เหมือนกันคือ ความสะดวก รวดเร็ว และตรงเวลา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของระบบคมนาคมญี่ปุ่น เมื่อคุณเข้าใจและเลือกเส้นทางได้อย่างเหมาะสม ทริปโอซาก้าของคุณจะเต็มไปด้วยความราบรื่น คุ้มค่า และน่าประทับใจในทุกการเดินทาง
    ลดเพิ่ม5%เมื่อจองผ่านแอปครั้งแรก

    Klook คืออะไร?

    Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
    รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
    Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง

    more