• ไปยังแอป
  • เลือกจุดหมายปลายทาง
  • รีวิวทัวร์นิกโก้ 1 วัน เก็บครบมรดกโลก น้ำตกเคกอน ไม่ต้องวางแผนเอง

    Klook Thailand
    Klook Thailand
    อัปเดตล่าสุด 26 ม.ค. 2026
    more
    รีวิวทัวร์นิกโก้ 1 วันจากโตเกียว
    หากได้ลองสำรวจลิสต์ ทัวร์ญี่ปุ่น One Day Trip ยอดฮิต 2026 และพิกัดใหม่มาแรง จะเห็นว่าชื่อของ "นิกโก้ (Nikko)" มักติดอันดับต้นๆ เสมอ เพราะที่นี่คือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดระหว่าง "ประวัติศาสตร์" และ "ธรรมชาติ" จนมีคำกล่าวว่า "Nikko is Nippon" (นิกโก้คือญี่ปุ่น) หากยังไม่เคยไปนิกโก้ ก็เหมือนยังไปไม่ถึงญี่ปุ่น
    นิกโก้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโตเกียว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกคือความวิจิตรตระการตาของศาลเจ้ามรดกโลก และความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างน้ำตกเคกอนและทะเลสาบชูเซ็นจิ แต่ปัญหาที่นักท่องเที่ยวหน้าใหม่มักเจอคือ "การเดินทางที่ซับซ้อน"
    รถไฟไปนิกโก้มีหลายประเภท (Express, Limited Express, Local) แถมเมื่อไปถึงสถานีแล้ว ยังต้องต่อรถบัสท้องถิ่นเพื่อขึ้นเขาไปยังโซนธรรมชาติ ซึ่งในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี รถบัสเหล่านี้มักจะแน่นขนัดและรถติดมหาโหด ทำให้การเลือกใช้บริการ "ทัวร์นิกโก้แบบ 1 วัน (One Day Trip)" ผ่าน Klook กลายเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนที่ต้องการเก็บไฮไลท์ให้ครบในวันเดียวโดยไม่ต้องปวดหัวเรื่องตารางรถ
    บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเส้นทางทัวร์นิกโก้ยอดฮิต พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่าทำไมการซื้อทัวร์ถึงอาจตอบโจทย์มากกว่าการใช้พาสรถไฟในปี 2026

    นิกโก้พาส (Nikko Pass) vs ทัวร์รถบัส (Klook Tour)

    ก่อนกดจอง หลายคนลังเลว่าจะซื้อ Nikko Pass แล้วนั่งรถไฟไปเอง หรือจะซื้อ One Day Tour ดี? ลองดูข้อเปรียบเทียบนี้เพื่อตัดสินใจ
    หากเลือก "ไปเองด้วย Nikko Pass" จะเหมาะกับสายลุยที่ชอบเดินเยอะและวางแผนเก่ง ข้อดีคือมีความยืดหยุ่นสูง แต่ข้อเสียคือต้องบริหารเวลาเองทั้งหมด การต่อรถบัสจากโซนมรดกโลกขึ้นไปยังโซนธรรมชาติ (น้ำตก/ทะเลสาบ) กินเวลามาก และรถบัสท้องถิ่นมักเต็มเร็วในช่วงพีค
    แต่ถ้าเลือก "ทัวร์รถบัส Klook" จะเหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกสบาย รถโค้ชจะรับจากโตเกียวและพาขึ้นเขาตรงไปถึงหน้าจุดท่องเที่ยวเลย ไม่ต้องเบียดเสียดบนรถบัสสาธารณะ ไม่ต้องยืนขาแข็ง และการันตีว่าได้ไปครบทั้งโซนวัดและโซนธรรมชาติในวันเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากหากไปเองแบบเช้าไปเย็นกลับ

    ไฮไลท์ที่ทัวร์พาไป 3 จุดเช็คอินที่ห้ามพลาด

    โปรแกรมทัวร์นิกโก้มาตรฐานบน Klook ส่วนใหญ่จะคัดสรรสถานที่ที่ดีที่สุดมาให้แล้ว โดยหลักๆ จะประกอบด้วย 3 โซนสำคัญ
    Shrine Facade
    Source: Visit My Japan Facebook

    1. ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) ความงามระดับมรดกโลก

    นี่คือหัวใจของนิกโก้ ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่โชกุน โทกูงาวะ อิเอยาสุ ผู้รวบรวมญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่น ความโดดเด่นคือสถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจงและใช้ทองคำเปลวจำนวนมหาศาล ไฮไลท์ที่ต้องไปดูให้เห็นกับตาคือซุ้มประตูโยเมมง (Yomeimon Gate) และไม้แกะสลักรูปสัตว์ที่มีความหมายลึกซึ้งอย่าง "ลิงสามตัว (ปิดหู ปิดตา ปิดปาก)" และ "แมวหลับ (Nemuri Neko)" ซึ่งทัวร์จะให้เวลาที่นี่เพียงพอสำหรับการเดินชมและซึมซับบรรยากาศ
    น้ำตกเคกอน (Kegon Falls)

    2. น้ำตกเคกอน (Kegon Falls) พลังแห่งธรรมชาติ

    จากโซนวัฒนธรรม รถจะพาไต่เขาผ่านถนนอิโรฮาซากะ (Irohazaka Winding Road) ถนนสุดคดเคี้ยวที่มีโค้งถึง 48 โค้ง เพื่อมุ่งหน้าสู่น้ำตกเคกอน 1 ใน 3 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น น้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง 97 เมตรทำให้เกิดเสียงกึกก้องและละอองน้ำฟุ้งกระจาย ในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่คือจุดชมใบไม้แดงที่สวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศ
    ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)

    3. ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji) ความสงบเหนือระดับน้ำทะเล

    ทะเลสาบที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟนันไต ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,200 เมตร ทำให้อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดปี วิวทิวทัศน์ของทะเลสาบสีครามที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟคือภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด ทัวร์มักจะจอดให้ลงไปเดินเล่นริมทะเลสาบ หรือหาร้านอาหารทานมื้อเที่ยงพร้อมชมวิวหลักล้าน
    a busy street at edo village at edo wonderland nikko edomura

    เอโดะวันเดอร์แลนด์ (Edo Wonderland) อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัว

    นอกจากเส้นทางธรรมชาติแล้ว ใน Klook ยังมีทัวร์อีกรูปแบบที่เน้นความสนุกสนาน นั่นคือการพาไป Edo Wonderland Nikko Edomura สวนสนุกธีมย้อนยุคที่จะพาคุณหลุดเข้าไปในสมัยเอโดะ ที่นี่มีทั้งนินจา ซามูไร และเกอิชาเดินกันขวักไขว่ พร้อมการแสดงโชว์สุดตื่นเต้น
    หากมีเด็กๆ ร่วมทริป หรือเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปในชุดกิโมโน ทัวร์เส้นทางนี้อาจตอบโจทย์มากกว่า โดยบางแพ็กเกจจะจัดสรรเวลาให้เที่ยวเอโดะวันเดอร์แลนด์ครึ่งวัน และแวะศาลเจ้าโทโชกุอีกครึ่งวัน ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความสนุกและวัฒนธรรม

    แนะนำ 3 โปรแกรมทัวร์นิกโก้ยอดฮิตบน Klook เลือกแบบไหนดี?

    เพื่อให้การจองทัวร์ตรงกับความต้องการที่สุด ได้คัดเลือก 3 รูปแบบทัวร์ยอดนิยมบน Klook มาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน
    Shrine Facade
    1. เส้นทาง Classic Heritage & Nature (ขายดีที่สุด) นี่คือเส้นทางมาตรฐานที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนที่มานิกโก้ครั้งแรก โปรแกรมจะเน้นเก็บแลนด์มาร์กสำคัญให้ครบทั้งสองโซน คือโซนมรดกโลกและโซนธรรมชาติ เริ่มต้นที่ศาลเจ้าโทโชกุ ชมลิงสามตัวและแมวหลับ จากนั้นนั่งรถผ่านถนนอิโรฮาซากะขึ้นไปชมความอลังการของน้ำตกเคกอนและทะเลสาบชูเซ็นจิ
    เหมาะกับ: สายถ่ายรูป, คนที่ต้องการเก็บไฮไลท์ให้ครบ, ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (เพราะรถจอดถึงที่)
    MY BM Edo Wonderland Nikko Edomura taman tema budaya Jepun
    เครดิตภาพ : @edowonderland_official
    2. เส้นทาง Culture & Theme Park (เน้นสนุก) สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก หรือคนที่ชอบบรรยากาศย้อนยุค เส้นทางนี้จะแบ่งเวลาครึ่งวันเช้าไปที่ศาลเจ้าโทโชกุ และช่วงบ่ายจะพาไปตะลุย Edo Wonderland (Nikko Edomura) สวนสนุกธีมหมู่บ้านนินจาและซามูไร คุณจะได้ชมการแสดงนินจาสุดตื่นเต้น หรือเช่าชุดกิโมโนเดินถ่ายรูปในเมืองเก่าจำลอง
    เหมาะกับ: ครอบครัวที่มีเด็ก, วัยรุ่น, คนชอบถ่ายรูปธีมย้อนยุค
    จังหวัดโทชิกิ เมืองหลวงแห่งสตรอว์เบอร์รีของญี่ปุ่น
    3. เส้นทาง Seasonal: เก็บสตรอว์เบอร์รี (เฉพาะฤดูกาล) จังหวัดโทชิกิ (ที่ตั้งของนิกโก้) ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งสตรอว์เบอร์รีของญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาวถึงใบไม้ผลิ (ธ.ค. - พ.ค.) จะมีทัวร์พิเศษที่พาไปเที่ยวศาลเจ้าโทโชกุ แล้วพามุ่งหน้าสู่สวนผลไม้เพื่อทำกิจกรรม "เก็บสตรอว์เบอร์รีทานไม่อั้น" (All-you-can-eat) เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่
    เหมาะกับ: สายกิน, คู่รัก, คนที่ชอบกิจกรรมท้องถิ่น

    ทัวร์นิกโก้ ยอดฮิตบน Klook คลิกจองเลย!

    ตัวอย่างตารางเวลา (Itinerary) หนึ่งวันทำอะไรบ้าง?

    (อ้างอิงจากแพ็กเกจ Classic Heritage & Nature)

    07:45 น.

    นัดพบที่จุดรวมพล (ส่วนใหญ่คือ Shinjuku Center Building หรือ Tokyo Station) เช็คชื่อกับไกด์และขึ้นรถ

    08:00 น.

    ล้อหมุนออกจากโตเกียว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 - 3 ชม. มีแวะจุดพักรถ 1 ครั้ง)

    10:30 น

    ถึง ศาลเจ้าโทโชกุ (Nikko Toshogu Shrine) ไกด์จะแจกตั๋วและให้เวลาเดินชมสถาปัตยกรรม ถ่ายรูปกับเจดีย์ห้าชั้น และประตูโยเมมง (ใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชม.)

    12:30 น.

    พักรับประทานอาหารกลางวัน อิสระเลือกร้านอาหารในโซนพื้นราบ หรือซื้อเบนโตะทานง่ายๆ

    13:30 น.

    นั่งรถไต่เขาผ่าน ถนนอิโรฮาซากะ (Irohazaka) สัมผัสประสบการณ์ 48 โค้งอันโด่งดัง ระหว่างทางจะเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา

    14:30 น.

    ถึง น้ำตกเคกอน (Kegon Falls) และ ทะเลสาบชูเซ็นจิ เดินไปจุดชมวิวเพื่อสัมผัสละอองน้ำ หรือลงลิฟต์ไปชมน้ำตกจากฐานด้านล่าง (ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)

    16:00 น.

    เดินทางกลับโตเกียว (แวะจุดพักรถให้ซื้อของฝากและเข้าห้องน้ำ)

    18:30 - 19:00 น.

    ถึงชินจูกุโดยสวัสดิภาพ แยกย้ายไปทานมื้อเย็นต่อได้เลย

    Pro-Tips: เทคนิคเตรียมตัวไปทัวร์นิกโก้ ให้เที่ยวสนุกไม่สะดุด

    1. เตรียมยาแก้เมารถให้พร้อม (สำคัญมาก!) ไฮไลท์ของการไปโซนธรรมชาติคือการผ่าน "ถนนอิโรฮาซากะ" ซึ่งเป็นถนนวันเวย์ที่มีโค้งหักศอกต่อเนื่องถึง 48 โค้ง แม้วิวจะสวยแค่ไหน แต่ถ้าร่างกายไม่พร้อมอาจเวียนหัวได้ แนะนำให้ทานยาแก้เมารถดักไว้ก่อนขึ้นเขาประมาณ 30 นาที จะช่วยให้เที่ยวต่อได้อย่างมีความสุข
    2. แต่งกายให้อุ่นกว่าอยู่โตเกียว นิกโก้เป็นพื้นที่ภูเขาสูง อุณหภูมิจะต่ำกว่าในเมืองโตเกียวเสมอ (ประมาณ 3-5 องศา) โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบชูเซ็นจิที่มีลมพัดแรง ควรเตรียมเสื้อคลุมกันลมหรือเสื้อกันหนาวติดไปด้วยเสมอ แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ตาม
    3. รองเท้าต้องพร้อมลุย แม้จะไปกับทัวร์ที่มีรถรับ-ส่ง แต่ที่ศาลเจ้าโทโชกุ พื้นทางเดินส่วนใหญ่เป็นหินกรวดและมีบันไดหินหลายขั้น การใส่รองเท้าผ้าใบที่เดินสบายจะช่วยเซฟเท้าได้ดีที่สุด หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าแตะ
    "ยูบะ" (ฟองเต้าหู้)
    4. อย่าลืมชิม "ยูบะ" (ฟองเต้าหู้) มาถึงนิกโก้แล้ว ห้ามพลาดเมนูท้องถิ่นอย่าง "ยูบะ (Yuba)" หรือฟองเต้าหู้สด มีขายทั่วไปทั้งแบบซาชิมิ แบบทอด หรือใส่ในราเมน รสชาติละมุนลิ้นและหาทานอร่อยๆ แบบนี้ได้ยากในที่อื่น
    5. จองล่วงหน้าในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน คือช่วงพีคที่สุดของนิกโก้ ทัวร์ Klook มักจะเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ หากวางแผนจะไปช่วงนี้ ควรรีบจองทันทีที่สรุปวันเดินทางได้ เพื่อการันตีที่นั่ง

    เที่ยวนิกโก้ช่วงไหนสวยที่สุด?

    นิกโก้เที่ยวได้ตลอดปี แต่ละฤดูมีเสน่ห์ต่างกันชัดเจน
    • ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน): เป็นช่วง พีคที่สุด ใบไม้เปลี่ยนสีที่นิกโก้สวยงามอลังการมาก โดยเฉพาะบริเวณถนนอิโรฮาซากะและรอบทะเลสาบ แต่ต้องทำใจเรื่องรถติด แนะนำให้จองทัวร์ล่วงหน้านานๆ
    • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): นิกโก้จะปกคลุมด้วยหิมะ กลายเป็นเมืองสีขาวที่เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์มาก
    • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): อากาศบนเขาเย็นสบาย เหมาะกับการหนีร้อนจากโตเกียวไปตากอากาศ
    cable car high up with blue skies, autumn-colored trees, and a somewhat snowy mountain in the back

    สรุป: นิกโก้ 1 วัน เป็นไปได้และคุ้มค่า

    การไปเที่ยวนิกโก้แบบไปเช้า-เย็นกลับจากโตเกียวไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน หากเลือกใช้วิธีเดินทางที่ถูกต้อง การจองทัวร์ผ่าน Klook ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการเดินทางที่ยุ่งยาก ทำให้สามารถใช้เวลาดื่มด่ำกับความงามของมรดกโลกและธรรมชาติได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องหลงทางหรือตกรถ
    สำหรับปี 2026 นี้ ถ้านิกโก้อยู่ในแผนการเดินทาง อย่าลืมเปรียบเทียบแพ็กเกจทัวร์ที่เหมาะกับสไตล์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายรูปธรรมชาติ หรือสายครอบครัวที่เน้นความสนุก แล้วเตรียมตัวไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นขนานแท้ที่นิกโก้

     FAQ:  ทัวร์นิกโก้

    (Q) ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวไปนิกโก้นานไหม?
    (A) ใช้เวลาเดินทางด้วยรถโค้ชประมาณ 2.5 - 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร โดยทัวร์ส่วนใหญ่จะนัดพบกันช่วงเช้า (ประมาณ 07:30 - 08:00 น.) และกลับถึงโตเกียวในช่วงค่ำ (ประมาณ 18:00 - 19:00 น.)
    (Q) เมนูเด็ดของนิกโก้คืออะไร?
    (A) ของกินขึ้นชื่อที่สุดคือ "ยูบะ (Yuba)" หรือฟองเต้าหู้ ซึ่งทำมาจากน้ำใสสะอาดของนิกโก้ มีทั้งแบบสด แบบทอด หรือใส่ในราเมนและโซบะ อีกอย่างคือสตรอว์เบอร์รี เพราะจังหวัดโทชิกิเป็นแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น
    (Q) คนเมารถง่ายต้องเตรียมตัวอย่างไร?
    (A) เส้นทางขึ้นเขาไปยังน้ำตกเคกอนต้องผ่าน "ถนนอิโรฮาซากะ" ที่มีโค้งหักศอกถึง 48 โค้ง ใครที่เมารถง่าย ควรทานยาแก้เมารถดักไว้ก่อน จะช่วยให้เที่ยวได้อย่างมีความสุขมากขึ้น
    (Q) ทัวร์รวมค่าเข้าชมสถานที่ไหม?
    (A) ส่วนใหญ่ค่าทัวร์จะรวมค่ารถและไกด์ แต่ "ไม่รวมค่าเข้าชมศาลเจ้าโทโชกุ" และค่าอาหารกลางวัน ทั้งนี้ควรตรวจสอบรายละเอียดในแพ็กเกจของ Klook อีกครั้ง เพราะบางแพ็กเกจแบบพรีเมียมอาจรวมทุกอย่างไว้แล้ว
    ลดเพิ่ม5%เมื่อจองผ่านแอปครั้งแรก

    Klook คืออะไร?

    Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
    รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
    Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง

    more