• ไปยังแอป
  • เลือกจุดหมายปลายทาง
  • รีวิวทัวร์ภูเขาไฟฟูจิ 1 วัน เทียบเส้นทางยอดฮิต เลือกแบบไหนคุ้มที่สุด

    Klook Thailand
    Klook Thailand
    อัปเดตล่าสุด 19 ม.ค. 2026
    more
    รีวิวทัวร์ภูเขาไฟฟูจิ 1 วัน เทียบเส้นทางยอดฮิต เลือกแบบไหนคุ้มที่สุด
    หากจะพูดถึงแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวไทยใฝ่ฝันอยากไปเยือนมากที่สุด หนึ่งในไฮไลท์สำคัญจาก ทัวร์ญี่ปุ่น One Day Trip ยอดฮิต 2026 และพิกัดใหม่มาแรง คงหนีไม่พ้น "ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji)" ที่ยังคงครองแชมป์อันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ความท้าทายที่หลายคนต้องเผชิญไม่ใช่เรื่องงบประมาณ แต่กลับเป็นเรื่องของ "การเดินทาง" ที่ซับซ้อนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตั๋วรถไฟ Fuji Excursion ที่เต็มล่วงหน้าเป็นเดือน หรือรถบัสจากชินจูกุที่จองยากและสื่อสารลำบาก
    ทางออกที่กลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมของนักเดินทางยุคใหม่ คือการเลือกใช้บริการ "ทัวร์ภูเขาไฟฟูจิแบบ 1 วัน (One Day Trip)" ผ่าน Klook ที่ช่วยตัดความยุ่งยากทั้งหมดทิ้งไป เหลือไว้เพียงความสะดวกสบายในการนั่งรถโค้ชปรับอากาศจากโตเกียวมุ่งตรงสู่จุดไฮไลท์ โดยมีไกด์คอยดูแลตลอดเส้นทาง
    แต่ก่อนที่จะไปตัดสินใจว่า "จะเลือกเส้นทางไหนดี?" เพราะใน Klook มีแพ็กเกจให้เลือกมากมายจนตาลาย ลองมาตอบคำถามสำคัญด่านแรกกันก่อนว่า สรุปแล้วควรไปเองหรือซื้อทัวร์คุ้มกว่ากัน?

    เที่ยวฟูจิด้วยตัวเอง vs ซื้อทัวร์ แบบไหนดีกว่า?

    เป็นคำถามยอดฮิตก่อนเริ่มวางแผน คำตอบขึ้นอยู่กับ "เวลา" และ "ความสะดวก" ที่ต้องการ
    หากเลือก "เที่ยวด้วยตัวเอง (DIY)" จะได้อิสระในการยืดหยุ่นเวลา เหมาะกับคนที่อยากค้างคืนหรือเจาะลึกบางจุดนานๆ แต่ต้องแลกมาด้วยความยุ่งยากในการจองตั๋วรถไฟ (Fuji Excursion) ที่เต็มเร็วมาก และต้องเบียดเสียดกับฝูงชนบนรถบัสท้องถิ่น ซึ่งเสี่ยงต่อการงบบานปลายและเสียเวลาเดินทาง
    แต่ถ้าเลือก "ซื้อทัวร์ (Join Tour)" สิ่งที่ได้คือความคุ้มค่าและตัดปัญหาเรื่องการเดินทางทิ้งไป รถโค้ชรับ-ส่งถึงที่ ไม่ต้องต่อรถหลายต่อ ไม่ต้องกลัวหลง และการันตีที่นั่งแน่นอน เหมาะที่สุดสำหรับคนที่มีเวลาน้อยแบบ One Day Trip แต่อยากเก็บไฮไลท์ให้ครบ 3-4 จุดในวันเดียวด้วยงบที่ควบคุมได้
    เมื่อเห็นภาพชัดเจนแล้วว่าทัวร์ตอบโจทย์เรื่องความสะดวก บทความนี้จะขออาสาเป็นไกด์ส่วนตัว พาไปเปรียบเทียบเส้นทางยอดฮิตแบบเจาะลึก เพื่อให้ตัดสินใจได้เฉียบขาดว่า ทัวร์แบบไหนที่ "ใช่" สำหรับสไตล์การเที่ยวของคุณที่สุด

    ทำไมต้องจองทัวร์ฟูจิกับ Klook?

    • ความสะดวก: ไม่ต้องกังวลเรื่องตั๋วรถไฟหรือรอบรถบัสที่ซับซ้อน รถโค้ชปรับอากาศนั่งสบายตลอดทาง
    • เก็บครบ: วันเดียวไปได้หลายที่ (เช่น ทะเลสาบ + เจดีย์แดง + ช้อปปิ้ง) ซึ่งทำเองได้ยากหากใช้ขนส่งสาธารณะ
    • การันตีที่นั่ง: จองล่วงหน้า มั่นใจว่าได้ไปแน่นอน
    • ราคาคุ้มค่า: เฉลี่ยเริ่มต้นเพียง 1,xxx - 2,xxx บาท รวมค่าเดินทางและไกด์แล้ว

    5 จุดเช็คอิน "ภูเขาไฟฟูจิ" ที่ทัวร์ส่วนใหญ่พาไป (Must Visit!)

    ก่อนจะจองทัวร์ มาดูกันว่าจุดไฮไลท์ที่คุณจะได้เจอมีที่ไหนบ้าง แต่ละที่มีความสวยงามต่างกัน:
    สวนโอชิ พาร์ค (Oishi Park) ริมทะเลสาบคาวากุจิโกะ พร้อมวิวภูเขาไฟฟูจิ

    1. ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko)

    จุดชมวิวฟูจิที่คลาสสิกที่สุด! โดยเฉพาะบริเวณ Oishi Park ที่จะมีดอกไม้เปลี่ยนไปตามฤดูกาล (ลาเวนเดอร์ในฤดูร้อน หรือ โคเชียในฤดูใบไม้ร่วง) โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิเต็มตา
    เจดีย์แดง ชูเรโต (Chureito Pagoda)

    2. เจดีย์แดง ชูเรโต (Chureito Pagoda)

    มุมมหาชนที่ต้องเดินขึ้นบันได 398 ขั้น ภาพเจดีย์ห้าชั้นสีแดงตัดกับภูเขาไฟฟูจิและดอกซากุระ (หรือใบไม้แดง) คือภาพจำของประเทศญี่ปุ่นที่ห้ามพลาด
    Oshino Hakkai

    3. หมู่บ้านน้ำใส โอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai)

    หมู่บ้านมรดกโลกที่มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ น้ำใสจนเห็นตัวปลา ฉากหลังเป็นฟูจิซัง พร้อมของกิน Street Food อร่อยๆ เพียบ (แนะนำ: โมจิย่าง!)
    1200px Gotemba premium outlets1

    4. ช้อปปิ้งที่ Gotemba Premium Outlets

    เอาใจขาช้อป กับเอาท์เล็ตที่วิวสวยที่สุดในญี่ปุ่น ช้อปแบรนด์เนมลดราคาพร้อมมองเห็นฟูจิไกลๆ
    View of Mount Fuji from Kawaguchiko Lawson

    5. จุดถ่ายรูปสุดไวรัล (Viral Spots 2026)

    ทัวร์ใหม่ๆ เริ่มพาไปจุดถ่ายรูปเก๋ๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ Lawson (สาขาที่คนน้อยกว่าสาขา Kawaguchiko Station) หรือ ถนนบันไดแห่งความฝัน (Fujiyoshida Honcho Street)

    แนะนำ 3 โปรแกรมทัวร์ภูเขาไฟฟูจิยอดฮิตบน Klook (เลือกแบบไหนดี?)

    เราคัดมาให้แล้ว 3 สไตล์ เพื่อให้คุณเลือกทัวร์ที่ "ใช่" ที่สุดสำหรับทริปของคุณ
    The Classic Route (วิวล้วนๆ เน้นเก็บภาพความทรงจำ)

    เส้นทางที่ 1: The Classic Route (วิวล้วนๆ เน้นเก็บภาพความทรงจำ)

    ถ้าโจทย์ในใจคือ "มาฟูจิครั้งแรก ต้องเก็บให้ครบทุกมุมมหาชน" หรือ "ฉันคือสายถ่ายรูป ตัวแม่คอนเทนต์" เส้นทางคลาสสิกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
    ทัวร์เส้นทางนี้จะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการพามุ่งหน้าสู่ เจดีย์แดงชูเรโต (Chureito Pagoda) จุดชมวิวในตำนานที่ต้องแลกมาด้วยการเดินขึ้นบันไดเกือบ 400 ขั้น แต่เมื่อขึ้นไปถึงแล้ว ภาพเจดีย์ห้าชั้นสีแดงสดตัดกับภูเขาไฟฟูจิที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง จะทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งและรู้สึกคุ้มค่าทุกย่างก้าว
    หลังจากอิ่มเอมกับมุมสูง รถโค้ชจะพาไปผ่อนคลายต่อที่ริม ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) บริเวณสวน Oishi Park ซึ่งเป็นจุดที่ภูเขาไฟฟูจิโอบล้อมด้วยทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นลาเวนเดอร์สีม่วงในหน้าร้อน หรือพุ่มโคเชียสีแดงเพลิงในฤดูใบไม้ร่วง และปิดท้ายวันด้วยการเดินเล่นชิมของอร่อยที่ หมู่บ้านน้ำใส โอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) หมู่บ้านมรดกโลกที่มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใสราวกระจกสะท้อนเงาภูเขา
    สรุป: เส้นทางนี้เหมาะสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับ "วิวทิวทัศน์" เป็นอันดับหนึ่ง ต้องการภาพสวยๆ กลับไปอวดเพื่อน และไม่เน้นเรื่องการช้อปปิ้ง
    The Shopping & View Route (ชมวิวครึ่งวัน ช้อปมันส์ครึ่งวัน)

    เส้นทางที่ 2: The Shopping & View Route (ชมวิวครึ่งวัน ช้อปมันส์ครึ่งวัน)

    สำหรับใครที่รู้สึกว่า "ดูภูเขาแค่ครึ่งวันก็น่าจะพอแล้ว" หรือมีภารกิจลับจากทางบ้านว่าต้องหิ้วรองเท้าผ้าใบหรือกระเป๋าแบรนด์เนมกลับไปฝาก เส้นทางที่พ่วง Gotemba Premium Outlets คือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุด
    โปรแกรมนี้จะยังคงพาไปสัมผัสความงามของภูเขาไฟฟูจิที่ทะเลสาบคาวากุจิโกะและหมู่บ้านน้ำใสเช่นเดียวกัน เพียงแต่อาจจะใช้เวลาในแต่ละจุดกระชับขึ้นเล็กน้อย เพื่อกันเวลาช่วงบ่ายประมาณ 2-3 ชั่วโมง ให้ได้ไปละลายทรัพย์ที่ Gotemba Premium Outlets
    ความพิเศษของเอาท์เล็ตแห่งนี้ไม่ได้มีแค่แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Gucci, Prada, Coach, หรือ Nike ที่ลดราคาแบบกระหน่ำเท่านั้น แต่ยังเป็นเอาท์เล็ตที่มีวิวสวยที่สุดในญี่ปุ่น เพราะสามารถเดินช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง เรียกว่าได้ทั้งของถูกใจและได้รูปสวยๆ แถมไปด้วยในตัว
    สรุป: เส้นทางนี้คือสวรรค์ของ "ขาช้อป" และกลุ่มเพื่อนสาว หรือคู่รักที่ต้องการความหลากหลายในทริปเดียว ได้ทั้งเที่ยวธรรมชาติและช้อปปิ้งแบบจุใจ
    The Seasonal & Viral Route (เปิดประสบการณ์ใหม่ ไม่ซ้ำใคร)

    เส้นทางที่ 3: The Seasonal & Viral Route (เปิดประสบการณ์ใหม่ ไม่ซ้ำใคร)

    หากเป็นคนที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ หรือเคยไปจุดแมสๆ มาหมดแล้ว ทัวร์ที่เน้นกิจกรรมตามฤดูกาล (Seasonal) หรือจุดถ่ายรูปไวรัล (Viral Spots) คือคำตอบที่น่าสนใจมาก
    ความสนุกของเส้นทางนี้คือโปรแกรมจะเปลี่ยนไปตามปฏิทินธรรมชาติ ในช่วงหน้าหนาว (ธ.ค. - มี.ค.) ทัวร์จะพาไปสัมผัสหิมะที่ลานสกี ให้ได้ลองเล่นกระดานเลื่อนหิมะอย่างสนุกสนาน พอเข้าสู่หน้าร้อน (มิ.ย. - ส.ค.) ก็จะเปลี่ยนเป็นการพาไปบุกสวนผลไม้ เพื่อเก็บลูกพีชหรือองุ่นลูกโตๆ กินกันสดๆ จากต้น
    นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางใหม่ที่กำลังมาแรงในโลกโซเชียล คือการพาไปเช็คอินจุดถ่ายรูปสุดฮิตอย่าง ร้านสะดวกซื้อ Lawson สาขาที่มองเห็นฟูจิ หรือ ถนนบันไดแห่งความฝัน ที่ให้มุมมองแปลกตากว่าจุดท่องเที่ยวเดิมๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้คอนเทนต์เก๋ๆ ไว้ลง Instagram หรือ TikTok โดยเฉพาะ
    สรุป: เส้นทางนี้เหมาะกับ "ครอบครัวที่มีเด็ก" (สำหรับทริปหิมะ/ผลไม้) หรือ "วัยรุ่นสายคอนเทนต์" ที่เบื่อความจำเจ

    ทัวร์ภูเขาไฟฟูจิยอดฮิตบน Klook คลิกจองเลย!

    ตัวอย่างตารางเวลา (Itinerary) ของทัวร์ฟูจิ

    เพื่อให้คุณเห็นภาพว่า 1 วันทำอะไรบ้าง (อ้างอิงจากแพ็กเกจ Classic)

    07:45 น.

    รวมพลที่จุดนัดพบ (ส่วนใหญ่คือ Shinjuku Center Building หรือ Tokyo Station) ควรไปถึงก่อนเวลา 15 นาที

    08:00 น.

    ล้อหมุน! นั่งรถโค้ชยาวๆ ชมวิวข้างทาง (ใช้เวลาเดินทาง 1.5 - 2 ชม.)

    10:00 น.

    ถึง เจดีย์แดงชูเรโต (ใช้เวลา 1 ชม.) เดินขึ้นบันได ถ่ายรูป

    11:30 น.

    แวะ หมู่บ้านน้ำใส โอชิโนะฮักไก (ใช้เวลา 1 ชม.) ทานมื้อเที่ยงแบบ Street Food ที่นี่ หรือร้านอาหารใกล้เคียง

    13:30 น.

    ถึง ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Oishi Park) (ใช้เวลา 1-1.5 ชม.) ถ่ายรูปวิวพาโนรามา ซื้อของฝาก blueberry cheese

    15:30 น.

    เดินทางกลับโตเกียว (บางทัวร์อาจแวะจุดพักรถ)

    17:30 - 18:00 น.

    ถึง Shinjuku โดยสวัสดิภาพ ลงรถแล้วไปทานมื้อเย็นต่อได้เลย

    Pro-Tips: เทคนิคเตรียมตัวไปทัวร์ฟูจิ ให้ได้รูปปังและไม่เฟล

    1. เช็คพยากรณ์อากาศล่วงหน้า: ฟูจิซังขี้อายมาก แนะนำให้เช็คเว็บพยากรณ์อากาศที่ระบุ "Visibility" (ทัศนวิสัย) ถ้าฟ้าปิดอาจไม่เห็นเขาเลย
    2. เลือกวันธรรมดา (ถ้าทำได้): วันเสาร์-อาทิตย์ รถจะติดมากทั้งขาไปและกลับ อาจทำให้เวลาเที่ยวลดลง
    3. ตรงต่อเวลาคือชีวิต: กฎเหล็กของทัวร์ญี่ปุ่นคือ "ไม่รอ" ถ้าไกด์นัด 10.00 น. คือล้อหมุน 10.00 น. เป๊ะ ใครมาช้าคือตกรถ (ต้องกลับเอง)
    4. การแต่งกาย:
      • รองเท้า: ใส่ผ้าใบที่เดินสบาย เพราะต้องเดินเยอะ โดยเฉพาะเจดีย์แดง
      • เสื้อผ้า: เตรียมเสื้อกันลมหรือเสื้อคลุม เพราะอุณหภูมิที่ทะเลสาบจะต่ำกว่าในโตเกียวเสมอ ลมแรงมาก!
    5. ตำแหน่งที่นั่งบนรถบัส: ขาไปจากโตเกียว แนะนำให้นั่ง ฝั่งซ้าย จะมีโอกาสเห็นวิวฟูจิระหว่างทางก่อนใคร

    ❓ FAQ: คำถามยอดฮิตก่อนจองทัวร์ฟูจิ Klook

    พื่อคลายข้อสงสัยและช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ราบรื่นยิ่งขึ้น รวบรวมคำถามที่นักท่องเที่ยวถามกันเข้ามาบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการจองทัวร์ One Day Trip ผ่าน Klook มาไว้ที่นี่แล้ว
    Q: จุดนัดพบขึ้นรถส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน?
    A: ทัวร์ส่วนใหญ่จะมีจุดนัดพบหลักๆ อยู่ 2 แห่งในโตเกียว คือ สถานี Shinjuku (บริเวณป้าย LOVE Sculpture หรือหน้าตึก Mode Gakuen Cocoon Tower) และ สถานี Tokyo Station ซึ่งเดินทางไปถึงได้ง่ายด้วยรถไฟ แต่ละแพ็กเกจอาจมีจุดนัดพบต่างกัน ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตรวจสอบแผนที่และเวลานัดหมายในใบยืนยันการจอง (Voucher) ให้ละเอียดอีกครั้ง
    Q: สามารถนำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปด้วยได้ไหม?
    A: โดยปกติรถโค้ชจะมีช่องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถ ซึ่งอนุญาตให้นำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปได้ 1 ใบต่อท่าน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการย้ายเมืองหรือเช็คเอาท์จากโรงแรมเดิม แต่แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขในหน้าจองของทัวร์นั้นๆ อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ผ่านแอป Klook ล่วงหน้าหากมีสัมภาระจำนวนมาก
    Q: ราคาทัวร์รวมอาหารกลางวันหรือไม่?
    A: แพ็กเกจส่วนใหญ่บน Klook จะ "ไม่รวมอาหารกลางวัน" ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะทำให้นักท่องเที่ยวมีอิสระในการเลือกทานอาหารตามงบประมาณและความชอบของตัวเอง ไม่ว่าจะทานเมนูง่ายๆ ในร้านสะดวกซื้อ หรือจัดเต็มกับชุดอาหารญี่ปุ่นในร้านอาหารท้องถิ่น แต่ไกด์จะคอยแนะนำร้านเด็ดในบริเวณจุดจอดรถให้เสมอ
    Q: ถ้าวันเดินทางฝนตก หรือเมฆบังฟูจิ จะมีการยกเลิกทัวร์และคืนเงินไหม?
    A: ตามกฎมาตรฐาน ทัวร์จะ ออกเดินทางตามปกติ แม้สภาพอากาศจะมีเมฆมากหรือฝนตกปรอยๆ และจะไม่มีการคืนเงินในกรณีที่มองไม่เห็นภูเขาไฟฟูจิ เนื่องจากถือเป็นเหตุสุดวิสัยทางธรรมชาติ แต่หากเกิดสภาพอากาศเลวร้ายรุนแรงจนรถไม่สามารถวิ่งได้ (เช่น พายุไต้ฝุ่น) ทางผู้จัดทัวร์จะแจ้งยกเลิกและดำเนินการคืนเงินให้เต็มจำนวน
    Q: ไกด์พูดภาษาอะไร?
    A: ทัวร์ One Day Trip ส่วนใหญ่จะเป็นไกด์ที่สามารถสื่อสาร ภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน ได้เป็นหลัก ในบางแพ็กเกจอาจมีระบุว่าเป็นไกด์ภาษาญี่ปุ่นที่ใช้เครื่องแปลภาษา หรือบางทัวร์ที่เป็น "Thai Tour" อาจมีไกด์คนไทยให้บริการ (ต้องสังเกตที่ชื่อแพ็กเกจจะมีระบุไว้ชัดเจน)
    Q: ต้องทิปไกด์และคนขับรถเพิ่มไหม?
    A: วัฒนธรรมญี่ปุ่นปกติไม่มีการทิป แต่สำหรับทัวร์รูปแบบนี้ การให้ทิปถือเป็น สินน้ำใจ ไม่ใช่ข้อบังคับ หากรู้สึกประทับใจในการบริการของไกด์หรือคนขับรถ สามารถให้ทิปเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นกำลังใจได้ตามความสมัครใจ

    สรุปรีวิวทัวร์ภูเขาไฟฟูจิ 1 วัน

    การไปเที่ยว ภูเขาไฟฟูจิ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แค่เลือกโปรแกรมทัวร์ One Day Trip ที่ตรงใจคุณบน Klook ก็สามารถเดินทางจากโตเกียวได้แบบสบายๆ ไม่ต้องหลงทาง แถมยังคุมงบประมาณได้เป๊ะ
    พร้อมแล้วหรือยังที่จะไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของฟูจิซัง? เลือกแพ็กเกจที่คุณชอบ แล้วกดจองล่วงหน้าได้เลย จะได้ไม่พลาดที่นั่งดีๆ ครับ!

    บทความเที่ยวญี่ปุ่นที่คุณอาจสนใจ

    ลดเพิ่ม5%เมื่อจองผ่านแอปครั้งแรก

    Klook คืออะไร?

    Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
    รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
    Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง

    more