• แอปพลิเคชัน
    สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
  • เลือกจุดหมายปลายทาง
  • พิกัดถ่ายรูปตึก Monster Building ฮ่องกง รูปสุดปังที่สายคอนเทนต์ต้องมี

    Klook Thailand
    Klook Thailand
    อัปเดตล่าสุด 18 พ.ค. 2026
    more
    Monster Building มุมถ่ายรูปตึกทรานส์ฟอร์เมอร์ ฮ่องกง
    ฮ่องกงถือเป็นสวรรค์ของคนรักการถ่ายรูปและสายสตรีทที่แท้ทรู เพราะไม่ว่าจะหันกล้องไปทางไหน ก็มักจะได้มู้ดแอนด์โทนที่มีความเท่ ความดิบ และความคลาสสิกซ่อนอยู่เสมอ และถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กที่ฮิตระเบิดระเบ้อ เป็นเหมือนไฟลต์บังคับที่สายคอนเทนต์ทุกคนต้องไปเช็กอิน คงหนีไม่พ้น พิกัดถ่ายรูปตึก Monster Building ฮ่องกง กลุ่มตึกอยู่อาศัยที่อัดแน่นจนดูเหมือนกำแพงยักษ์ ซึ่งหลายคนน่าจะคุ้นตากันดีจากฉากในหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์
    บทความนี้จะขออาสาพาเพื่อนๆ ที่รักการถ่ายภาพ ไปเจาะลึกตึกสุดเท่แห่งนี้กันแบบหมดเปลือก ตั้งแต่วิธีการเดินทางที่ง่ายแสนง่าย จุดไหนถ่ายรูปสวยรอดทุกช็อต ไปจนถึงมารยาทในการไปเยือน รับรองว่าอ่านจบแล้วจะได้คู่มือไปทำคอนเทนต์ที่ฮ่องกงแบบปังๆ ยอดไลก์พุ่งกระฉูดแน่นอน!

    ทำความรู้จัก Monster Building ความดิบเท่สไตล์ฮ่องกง

    Monster Building ฮ่องกง
    ก่อนจะไปลั่นชัตเตอร์ มาทำความรู้จักที่นี่กันสักนิด Monster Building ไม่ใช่ชื่อตึกเดี่ยวๆ แต่เป็นชื่อเรียกเล่นๆ ของกลุ่มอาคาร 5 ตึกที่สร้างติดกันเป็นรูปตัว E ได้แก่ Oceanic Mansion, Fook Cheong Building, Montane Mansion, Yick Cheong Building และ Yick Fat Building สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงยุค 60s เพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    ความแออัดของหน้าต่างนับพันบาน ระเบียงที่ยื่นออกมา และสีสันของตึกที่ซีดจางไปตามกาลเวลา กลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดช่างภาพจากทั่วโลกให้มาเยือน จนที่นี่กลายเป็น ที่เที่ยวฮ่องกงยอดฮิต และยิ่งดังพลุแตกเมื่อถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Transformers: Age of Extinction และ Ghost in the Shell ทำให้ความเท่แบบไซเบอร์พังก์ของที่นี่ถูกส่งออกไปทั่วโลก

    การเดินทางจากไทย และ การเดินทางไปตึกทรานส์ฟอร์เมอร์

    การแพ็กกระเป๋าไปฮ่องกงยุคนี้ง่ายมาก แค่จองตั๋วเครื่องบิน บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลงสนามบินนานาชาติฮ่องกง ใช้เวลาแค่ประมาณเกือบ 3 ชั่วโมงเท่านั้น มีสายการบินให้เลือกเพียบ พอถึงฮ่องกงแล้ว ก็มาดูวิธีเดินทางไปยังตึกนี้กันเลย

    นั่งรถไฟใต้ดิน (MTR) สะดวกที่สุด

    การเดินทางไปตึกทรานส์ฟอร์เมอร์ ที่ง่ายและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือการใช้บริการรถไฟใต้ดิน MTR
    1. ให้นั่งรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงิน (Island Line) มาลงที่สถานี Tai Koo 2. เดินออกที่ Exit B 3. เลี้ยวซ้ายแล้วเดินตรงไปตามถนน King's Road ประมาณ 3-5 นาที
    2. สังเกตทางเข้าเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างตึกริมถนน พอเดินทะลุเข้าไปปุ๊บ จะพบกับลานกว้างตรงกลางที่ถูกล้อมด้วยตึกสูงเสียดฟ้า ความรู้สึกแรกที่เห็นของจริงคือมันยิ่งใหญ่และขลังมากๆ

    รถรางสองชั้นแบบคลาสสิกของฮ่องกง (Ding Ding Tram)

    นั่งรถราง (Ding Ding Tram) สัมผัสวิถีชีวิต

    ถ้าใครมีเวลาและอยากได้ฟีลลิ่งแบบคนท้องถิ่น แนะนำให้นั่งรถรางสองชั้นแบบคลาสสิกของฮ่องกง (Ding Ding Tram) มาลงที่ป้าย Mount Parker Road หรือป้าย Tai Koo ได้เลย วิธีนี้จะได้ชมวิวเมืองไปแบบชิลๆ แถมค่าโดยสารยังถูกมากๆ ด้วย
    แจกพิกัด มุมถ่ายรูปสวยฮ่องกง ที่ Monster Building

    แจกพิกัด มุมถ่ายรูปสวยฮ่องกง ที่ Monster Building

    มาถึงไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย ไปถึงแล้วต้องโพสท่ามุมไหน ยืนตรงไหนถึงจะได้รูปชิคๆ เอาไปลงไอจี มาดูกันเลยเพราะเราคัด มุมถ่ายรูปสวยฮ่องกง ที่ต้องไปโดนมาให้แล้ว

    1. มุมมหาชน ลานกลางตึก (Courtyard)

    นี่คือจุดเบสิกที่ทุกคนต้องถ่าย ให้เดินไปยืนตรงกลางลานกว้าง แล้วให้ตากล้องกดมุมเสย (Worm's-eye view) ขึ้นไปบนฟ้า จะเห็นตึกสามด้านโอบล้อมตัวเราไว้เหมือนกรอบรูปขนาดยักษ์ แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส เช่น สีแดง สีเหลือง หรือสีนีออน จะช่วยให้ตัวเราเด้งตัดกับสีทึบๆ ของตึกได้ดีมาก

    2. มุมนั่งบนขอบปูนสี่เหลี่ยม (จุดถ่ายรูปสุดคลาสสิก)

    ตรงลานกว้างจะมีแท่นปูนสี่เหลี่ยมที่เป็นช่องระบายอากาศ (หรือช่องแสง) ตั้งอยู่ นี่คือพร็อพชั้นดี! ให้ขึ้นไปนั่งหรือยืนโพสท่าเท่ๆ บนนั้น (อย่าลืมระมัดระวังกันด้วยนะ) จะทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้นและตัวเราไม่จมหายไปกับพื้นหลัง

    3. มุมเจาะรายละเอียด (Close-up & Textures)

    ลองเปลี่ยนเลนส์เป็นระยะเทเล (Telephoto) หรือซูมเข้าไปใกล้ๆ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของหน้าต่าง ระเบียง คอมเพรสเซอร์แอร์ ราวตากผ้า ที่เรียงรายกันอย่างไม่เป็นระเบียบ แต่กลับดูมีศิลปะอย่างน่าประหลาด มุมแบบนี้จะให้ฟีลสตรีทไลฟ์ที่บอกเล่าวิถีชีวิตคนฮ่องกงได้ดีสุดๆ
    มุมถ่ายรูปสวยฮ่องกง ที่ Monster Building

    ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปทำคอนเทนต์

    แสงคือหัวใจสำคัญของการถ่ายรูป ดังนั้นการเลือกเวลาไปเยือนตึก Monster Building จึงมีผลกับมู้ดของภาพมากๆ
    • ช่วงเช้า (08:00 - 10:00 น.): แสงจะยังไม่แข็งเกินไป ถ่ายรูปง่าย คนยังไม่พลุกพล่าน เหมาะสำหรับคนที่ชอบรูปสว่างๆ คลีนๆ
    • ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก (16:00 - 18:00 น.): เป็นช่วงเวลาทองคำ (Golden Hour) แสงแดดจะสาดส่องลงมากระทบตัวตึก เกิดเงาที่ดูมีมิติ ถ่ายรูปออกมาสวยปัง มีเสน่ห์ไปอีกแบบ
    • ช่วงค่ำ (19:00 น. เป็นต้นไป): ใครสายดาร์ก สายไซเบอร์พังก์ หรือชอบฟีลแบบหว่องกาไว ต้องมาเวลานี้! แสงไฟจากหน้าต่างแต่ละห้องที่สว่างขึ้นมา ตัดกับท้องฟ้ามืดๆ ทำให้ตึกดูมีชีวิตชีวาและลึกลับมาก

    กฎเหล็กและมารยาทที่สายคอนเทนต์ต้องรู้

    สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากเน้นย้ำคือ ที่นี่ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายภาพ แต่เป็นที่อยู่อาศัยจริงของคนนับพันครอบครัว ดังนั้นการเข้าไปทำคอนเทนต์ต้องมีความเคารพสถานที่และผู้คนให้มากที่สุด
    1. ห้ามใช้เสียงดัง: งดตะโกน เปิดเพลง หรือทำเสียงดังรบกวนชาวบ้าน
    2. ห้ามบินโดรนเด็ดขาด: เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลและมีตึกหนาแน่น การบินโดรนเป็นเรื่องอันตรายและละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างรุนแรง
    3. รักษากระเป๋าและทรัพย์สิน: แม้ฮ่องกงจะปลอดภัยระดับหนึ่ง แต่ตามลานกว้างที่มีคนเดินผ่านไปมา ก็ควรดูแลของมีค่าให้ดี
    4. สังเกตป้ายเตือน: บางช่วงนิติบุคคลของตึกอาจมีการตั้งป้ายห้ามถ่ายรูปเชิงพาณิชย์ หรือห้ามปีนป่าย กรุณาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ถ่ายรูปแค่พอประมาณและไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น
    ตึกทรานส์ฟอร์เมอร์ ฮ่องกง

    รีวิวฮ่องกงด้วยตัวเอง: จัดทริปควบย่าน Quarry Bay

    ถ้าจะมาทำ รีวิวฮ่องกงด้วยตัวเอง แค่ถ่ายรูปตึกเดียวแล้วกลับคงน่าเสียดาย ย่าน Quarry Bay รอบๆ นี้มีอะไรให้ทำอีกเยอะ!
    ถ่ายรูปเสร็จแล้ว แนะนำให้เดินไปจิบกาแฟที่ร้าน % Arabica สาขา Monster Building ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามตึกเลย เป็นสาขาที่ตกแต่งได้กลมกลืนกับบรรยากาศความดิบของย่านนี้มากๆ จิบกาแฟชิลๆ ดูกลุ่มตึกจากมุมมองด้านนอกก็เพลินไปอีกแบบ
    นอกจากนี้ ใกล้ๆ กันยังมี Quarry Bay Park สวนสาธารณะริมน้ำที่สามารถไปเดินรับลมทะเล มองเห็นวิวฝั่งเกาลูนได้แบบเต็มตา เป็นการเบรกความอึดอัดจากป่าคอนกรีตได้ดีเยี่ยม

    บทสรุป

    การเดินทางมา พิกัดถ่ายรูปตึก Monster Building ฮ่องกง เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าสำหรับสายคอนเทนต์และคนชอบถ่ายรูปจริงๆ มันไม่ใช่แค่การได้รูปสวยๆ กลับไปอัปโซเชียล แต่มันคือการได้ไปยืนมองความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมที่สะท้อนประวัติศาสตร์และการดิ้นรนของคนเมืองฮ่องกง ได้เห็นวิถีชีวิตที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีต ลองจัดสรรเวลาแวะมาสัมผัสความอลังการนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง รับรองว่าจะได้ความประทับใจและรูปถ่ายเท่ๆ กลับไปเต็มเมมโมรีการ์ดแน่นอน

    FAQ คำถามที่พบบ่อย

    Q: ปัจจุบันยังเข้าไปถ่ายรูปที่ Monster Building ได้อยู่ไหม มีป้ายห้ามหรือเปล่า? A: ปัจจุบันยังสามารถเดินเข้าไปในลานตรงกลางเพื่อถ่ายรูปด้วยกล้องมือถือหรือกล้องทั่วไปได้ แต่ทางนิติบุคคลมีการตั้งป้ายห้ามถ่ายทำในเชิงพาณิชย์ ห้ามใช้แฟลช ห้ามใช้ขาตั้งกล้องขนาดใหญ่ และห้ามปีนป่ายขึ้นไปบนที่สูงเพื่อความปลอดภัย หากไปถ่ายรูปเล่นทั่วไปเป็นที่ระลึกยังทำได้ปกติ แค่ต้องรักษาความสงบ
    Q: ไปตอนกลางวันหรือกลางคืนดีกว่ากัน? A: ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่ชอบเลย! ตอนกลางวันจะได้แสงธรรมชาติ ตึกเห็นดีเทลชัดเจน ถ่ายคนง่ายกว่าและสีเสื้อผ้าจะป๊อปอัปขึ้นมา ส่วนตอนกลางคืนจะได้ความเท่ ความดาร์ก ได้ฟีลหนังไซไฟ แต่จะต้องใช้ทักษะการถ่ายภาพในที่แสงน้อยและอาจจะต้องพึ่งกล้องที่ดัน ISO ได้ดีๆ
    Q: ใช้เลนส์กล้องมือถือถ่ายรอดไหม? A: รอดแน่นอน! กล้องมือถือสมัยนี้มีเลนส์ Ultra Wide (มุมกว้าง) ซึ่งเหมาะเจาะกับการถ่ายตึก Monster Building มากๆ เพราะพื้นที่มีจำกัด การใช้เลนส์ไวด์จะช่วยเก็บภาพตึกได้ครบทั้งสามด้าน แนะนำให้เปิดกริด (Grid) ในกล้องเพื่อจัดองค์ประกอบให้เส้นสายของตึกดูสมดุล
    Q: แถวนั้นมีของกินหรือคาเฟ่ให้นั่งพักไหม? A: มีเยอะมาก! ด้านล่างของตัวตึกเองก็มีร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่นเล็กๆ ซ่อนอยู่ หรือถ้าเดินออกมาฝั่งถนน King's Road ก็จะมีร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ และคาเฟ่ชื่อดังอย่าง % Arabica ให้แวะนั่งพักจิบเครื่องดื่มเย็นๆ หลังจากถ่ายรูปจนเหนื่อย
    Q: เดินทางจากย่านฮิตอย่างจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) ไกลไหม ใช้เวลากี่นาที? A: ไม่ไกลเลย หากเริ่มต้นที่สถานี MTR Tsim Sha Tsui ให้นั่งรถไฟสายสีแดงไปเปลี่ยนเป็นสายสีน้ำเงินที่สถานี Admiralty แล้วนั่งยาวไปลงที่สถานี Tai Koo ใช้เวลาเบ็ดเสร็จรวมเดินเปลี่ยนขบวนประมาณ 25-30 นาทีเท่านั้น เดินทางง่ายมากและรถไฟใต้ดินฮ่องกงตรงเวลาสุดๆ

    บทความเที่ยวฮ่องกงเพิ่มเติม

    เพิ่มเพื่อนกับ Klook บน LINE วันนี้ รับสิทธิพิเศษก่อนใคร!

    เพิ่มเพื่อนกับ Klook ทาง LINE  เพื่อไม่พลาดโปรโมชั่นล่าสุดก่อนใคร!
    แค่แอด หรือสแกน QR Code ก็เตรียมรับส่วนลดสูงสุดถึง 500 บาท ไปใช้กับกิจกรรม ทัวร์ การเดินทาง ที่พัก และอีกมากมายได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น! คุณจะได้รับข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดแบบเรียลไทม์ พร้อมดีลลับที่มีเฉพาะเพื่อนใน LINE เท่านั้น! รีบแอดเลย แล้ววางแผนทริปคุ้ม ๆ ไปกับ Klook
    ลดเพิ่ม5%เมื่อจองผ่านแอปครั้งแรก

    Klook คืออะไร?

    Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
    รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
    Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง

    more