สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เรากลับมาเที่ยวที่ญี่ปุ่นกันต่อนะคะ

มีกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นรออยู่ด้วยน๊า ทั้งกิน เที่ยว ช็อป ถ่ายรูป

ว่าแต่วันนี้เรามาอยู่กันที่ไหน มาลุยกันเลยค่ะ

เช้านี้มากันที่สถานี Asakusa ค่ะ ที่นี่เนี่ยเป็นอีกจุดแลนมาร์คที่นักท่องเที่ยวนิยมมากันเลยค่ะ

แล้ววันนี้ คนเยอะมากจนแทบไม่มีทางเดินเลย ( ปกติคนเยอะ แต่ก็ไม่เยอะขนาดนี้นะ )

ตอนแรกก็เลยคิดว่า อ๋อ . . . เดี๋ยวนี้เขาคงนิยมมาที่นี่กันมากขึ้นมั๊ง

วันปกติถ้านึกถึงวัด Asakusa ทุกคนจะนึกถึงโคมสีแดงด้านหน้าแบบเต็ม ๆ ใบใช่ม๊า

โคมไฟที่เห็นอยู่นี่ขนาดก็ยิ่งใหญ่พอ ๆ กับความดังเลยค่ะ

หนัก 700 กิโลกรัม สูง 3.9 เมตร กว้าง 3.3 เมตร โอ้โห . . . อลังการมาก ๆ

แต่วันที่มิกิมา โคมไฟพับขึ้นไปครึ่งนึง !!

แล้วก็มีคนแต่งชุดยูกาตะ เยอะมาก ๆ คนก็เยอะมาก ๆ ด้วย

เกิดอะไรขึ้นกันนะ

ที่ด้านล่างโคม มีลายมังกรอยู่ด้วยด้วยนะคะ

เดินมาหน่อย เจอมุมถ่ายรูปตรงนี้จะเห็นทั้ง Tokyo Skytree แล้วก็ เมฆสีทอง . . . ไม่ใช่ ๆ อันนี้คือ ฟองเบียร์สีทอง ที่อยู่บนยอดตึกอาซาฮีเบียร์ฮอลล์ค่ะ

เห็นคนมาถ่ายรูปตรงนี้เยอะเหมือนกันนน๊า

มารู้ทีหลังว่าวันนี้เขามีงาน Sanja Matsuri คือเทศกาลแห่ศาลเจ้า พอดีเลยค่ะ

ถือว่านี่เป้นเทศกาลใหญ่ประจำปีเลยค่ะ เป็นการบูชาเทพเจ้าที่คุ้มครองเมือง

แล้วคนก็จะมาขอพรให้เจริญก้าวหน้า ร่ำรวย

งานใหญ่แบบนี้ ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมคนถึงเยอะมาก ๆ ๆ ขนาดนี้

แต่ว่า . . . เป้าหมายหลักของมิกิ ที่มา Asakusa ในวันนี้ก็คือ

จะมาถ่ายรูปชุดโออิรันแบบเต็มยศ ที่ Nana Iro Studio ค่ะ

เดินออกมาจากสถานีแป๊บเดียวก็ถึงหน้ารเานแล้ว หาง่ายมาก ๆ

เป็นกิจกรรมที่มิกิจองมากจาก Klook ค่ะ

ที่จริงกิโมโนเคยเช่ามาถ่ายรูปเล่นแล้ว แต่ชุดโออิรันแบบจัดเต็มอลังการแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย

บรรยากาศด้านในนี่คือญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น

 

พอเข้ามาถึง ก็เอา Voucher ที่ปริ้นมา ยื่นให้พนักงานในร้านค่ะ

แล้วสักพัก เขาก็เอาถุงใสให้เราใส่ของ 1 ใบ กับ มีน้ำขวดให้เลือกค่ะ

มิกิเลือกชาเขียวมา

แล้วก็รอขึ้นไปเปลี่ยนชุด แต่งหน้า ทำผม

แต่งหน้า เลือกชุด ทำผม ที่ชั้นนี้ค่ะ

บรรยากาศสบาย ๆ แล้วก็สะอาดดี

ก่อนอื่น เราต้องเปลี่ยนชุดก่อน เขาจะมีซับใน ถุงเท้า แล้วก็เสื้อคลุมให้ค่ะ

ส่วนกกระเป๋า เสื้อผ้า เราก็เก็บเข้าไปใน Locker ที่เขามีให้

พวงกุญแจ แต่ละตู้น่ารักใช่ม๊า


มาถึงตอนแต่งหน้า ทำผม

เขาจะมีให้เราเลือกว่า อยากจะแต่งหน้าแบบดั้งเดิมเลย หรือ แบบปัจจุบัน อยากแต่งสไตล์ เซ็กซี่ หรือ น่ารัก แล้วก็โทนสีไหน 

ผมก็ด้วยค่ะ เลือกได้เลยมิกิเลยเลือกผมแบบดั้งเดิม แต่งหน้าสไตล์น่ารัก

ช่างแต่งหน้าน่ารัก คุยเก่ง ภาษาอังกฤษดีค่ะ ที่รู้ว่าวันนี้คือเทศกาลแห่ศาลเจ้าก็เพราะเขาบอกนี่ล่ะค่ะ

 

ช่างทำผมก็ทำเก่งมาก ๆ มีอ๊อฟชั่นให้เลือกเยอะค่ะ

อยากได้ที่ปักผมอันไหน สีไหน ดอกไม้ไหม

เอาใจใส่แบบดีมาก ๆ


อุปกรณ์แบบจัดเต็มสุด ๆ

เครื่องประดับมีเยอะจนตาลาย ไม่รู้จะเลือกอันไหน

เลยให้ช่างเขาเลือกอันที่น่าจะเข้ากับมิกิมาให้ค่ะ

 

เขาเลือกมา 2 – 3 แบบ แล้วให้เรามาเลือกอีกที

( ก็เลือกยากอีกนั่นแหละ คือ ดูสวยทุกอันเลย )

อันนี้เป็นชุดด้านในค่ะ เราก็เลือกไป 1 ชุด

ถ้านึกไม่ออก ไม่รู้จะเลือกชุดไหน ให้พนักงานช่วยเลือกได้ค่ะ

ชุดที่ร้านนี้สวยทุกชุดเลย

แต่งตัว แต่งหน้า ทำผม เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ

ตรงนี้เขาให้เราเอากล้องถ่ายเล่นได้เลยตามสบาย

แต่จะมีแค่ในห้องสตูฯ ที่เขาไม่ให้ถ่าย

 

เห็นแบบนี้เนี่ย หัวหนักมากกกก ชุดก็ด้วย

เพื่อความสวย อลังการของเครื่องแต่งกาย ยอมได้ค่ะ

( หนักนะ แต่คือไหวค่ะ ไม่ถึงขนาดหัวทิ่มขนาดนั้น )

พอจะเข้าไปในสตูฯ เขาจะให้เราเลือกเสื้อคลุมอีกตัวค่ะ

แต่ละตัวก็หรูหรา สวย ไปหมด . . . เลือกยากอีกแล้ว

ช่วงที่เข้าไปถ่ายในสตู ฯ วันนั้นช่างภาพที่ถ่ายให้เป็นผู้หญฺงค่ะ

คุยสนุกดี แล้วก็เขาจะโพสต์ท่าให้เราดูก่อน แล้วค่อยทำตาม

ตอนที่ถ่ายรูปคือบรรยากาศชิลมาก ไม่เกร็งเลย เขาจะชวนคุยเล่นตลอดค่ะ

 

พอถ่ายเสร็จ ก็ออกมาถ่ายรูปเล่นข้างนอกอีกนิด ก่อนจะเปลี่ยนชุดแล้วก็แกะผมออก

อันนี้เป็นรูปที่ได้ค่ะ มิกิเลือก Set 1

จากรูปทั้งหมดที่เราถ่าย เขาจะเลือกให้ 12 รูป ปริ้นมาขนาด A4 แล้วให้เราเลือก 3 ใบที่ชอบ

แต่ถ้าอยากได้เพิ่ม ก็ซื้อเพิ่มได้ค่ะ

ได้มาแล้วค่ะ รูป Set ยิ่งใหญ่ อลังการ สุด ๆ

 

พอเลือกเสร็จ เขาจะปริ้นมาเป็นขนาดปกติมาให้ค่ะ

คือรวมแล้วจะได้ รูปแบบรวม 12 รูปในกระดาษขนาด A4 1 ใบ

รูปขนาดจั้มโบ้ ที่เราเลือก 3 ใบ

ส่วนแพ็คเกจอื่น ๆ ก็ตามใน Set นั้น ๆ เลยค่ะ

 

เป็นครั้งแรกเลยที่ได้แต่งชุดญี่ปุ่นโบราญแบบเต็มยศ

รู้สึกตื่นเต้นดีค่ะ รูปก็สวยด้วย ชอบมาก ๆ คือช่างภาพเขามองมุมได้ขาดนะ ว่ามุมไหนเราดูดี

แล้วก็ไม่ต้องรอนานก็ได้รูปค่ะ

คิดว่าถ้ามาเที่ยวญี่ปุ่น แล้วมาถ่ายรูปแบบนี้สักครั้งก็เป็นประสบการ์ที่ดีนะคะ

 

เสร็จแล้วก็ไปเดินเล่นแถว ๆ ในงานเทศกาลค่ะ

ตรงด้านหน้าวัดมีร้านขายของน่าสนใจเยอะดี

มีร้านขายเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงด้วย ชุดน่ารัก ๆ เพียบ อย่างเช่น ชุดนินจาน้องหมา

ตุ๊กตาก็น่ารักมากกกกก แบบมาก ๆ ๆ

 

แถว ๆ สถานี Asakusa มีที่ให้เดินเล่นได้เยอะค่ะ

ถ้าอยากไปดูวิวสวย ๆ เดินไปอีกนิดหน่อยจะเจอสวนสาธารณะสุมิดะ ดูแม่น้ำไป ชิลไป

ของกินก็เยอะไม่แพ้กัน

มาถึงมื้อเย็นแล้ว . . . เราไปกินมื้อเย็นกันดีกว่า

ที่โรงแรม Asakusa View Hotel มีร้านบุฟเฟ่ต์หรูอยู่ด้านบนค่ะ

เป็นร้านที่มองวิวโตเกียวได้ทั่วเลย

เหมือนเดิม > . < ปริ้น Voucher ที่จองมาจาก Klook เตรียมพร้อมไว้แล้วค่ะ

Musashi Sky Grill and Bar เป็นร้านบุฟเฟ่ต์นานาชาติ

พอเข้ามาถึงก็ยื่น Voucher ให้พนักงาน แล้วเขาจะพาเราไปที่โต๊ะค่ะ

ที่นี่ขนมหวานอร่อยทุกอย่างเลย ดีมาก ๆ ( หลังจากที่ลองมาแล้ว )

ที่นี่จะเป็นโต๊ะแบบธรรมดาด้านใน กับ นั่งที่บาร์ติดกระจกค่ะ

แต่จะนั่งตรงไหนก็เห็นวิว วัดเซนโซจิ โตเกียวสกายทรี แล้วก็ตึกละแวกรอบ ๆ

บรรยากาศดีมาก ๆ

อาหารมีให้เลือกหลายอย่างค่ะ น่ากินทั้งนั้น ของคาว ของหวาน เครื่องดื่ม

( แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปตรงที่วางอาหารเท่าไหร่ เกรงใจลูกค้าคนอื่นค่ะ )

ที่นี่อาหารเติมเรื่อย ๆ ทำมาร้อน ๆ ไม่ต้องกลัวว่าเดินมาช้าแล้วของจะหมด

มะเขือเทศลูกเล็ก ๆ ชุบแป้งเทมปุระทอด อร่อยแบบสุด ๆ ค่ะ

มิกิเหมาไปหมดเลย เป็นรสชาติที่เข้ากันแบบอร่อยกว่ากินสด ๆ อีกนะ

อาหารฝรั่ง อาหารจีน สลัด ของทอด นึ่ง ก็มีเยอะ

เครื่องดื่มมีให้เลือกทั้งน้ำผลไม้ สมุนไพร ชา กาแฟ

น้ำฝรั่งที่นี่เป็นสีชมพูค่ะ จะหวาน หอม กว่าแบบสีเขียวเยอะมาก ชอบสุดเลย

ไอศกรีมก็มีค่ะ มิกิลองรสบ๊วย เปรี้ยวมากเลย

น้ำแร่ ยกมาทุกแบรนด์ อลังการมาก

ขนม คือ เดอะเบส ค่ะ

อาหารเขาก็อร่อยนะ แต่ขนมนี่กินแล้วแบบโอ้ยยย ห่อกลับบ้านได้ไหม

อันนี้เป็นรอบแรกค่ะ

อาหารแต่ละอย่าง มาแบบพอดีคำ ทำให้เรากินได้หลากหลายดี

แล้วก็วัตถุดิบ สดมาก คุณภาพก็ดีเลย

หอยเซลล์เด้ง ๆ อร่อย

รอบที่ 2 มีตักน้ำซุปมาด้วย กินไปพร้อมกับของหวาน

รอบที่ 3 เริ่มจะเป็นผลไม้ กับ ของหวานแล้ว

ของหวานแบบดั้งเดิม อร่อยทุกอย่าง

อันที่เป็นเหมือนวุ้น ๆ มีไส้สีม่วง อันนี้อร่อยดีค่ะ เป็นโมจิไส้มันม่วง

ดังโงะก็ดี วาราบิโมจิก็ดี

 

ส่วนรอบถัด ๆ ไปก็กินซ้ำค่ะ อร่อยดี จำไม่ได้ละว่าเดินวนไปกี่รอบ

โดยเฉพาะแถว ๆ ของหวาน

ที่นี่เขาเปิดวันละ 2 รอบ 17.30 น. กัล 19.30 น. เวลารอบละ 2 ชั่วโมง

ตอนที่นั่งอยู่นี่ยังมีเวลาเหลืออยู่อีกพอสมควรเลย แต่ว่าลูกค้ากินเสร็จแล้วกลับไปเยอะแล้วค่ะ

ก็เลยถ่ายบรรยากาศในร้านได้ มิกิว่านั่งตรงกระจกก็ดูวิวเพลินดีนะคะ

ร้านนี้มากินคนเดียวได้ค่ะ ( บางร้านอาจจะต้อง 2 คนขึ้นไป )

ตลอดเวลาที่กิน ก็จะเห็นวิวแบบนี้

ใครมาโตเกียวแล้วอยากหาร้านบุฟเฟ่ต์ดี ๆ วิวสวย ๆ ที่นี่ก็น่าสนใจนะคะ

 

ทีนี้มาถึงการชี้เป้า ร้านกาชาปอง ที่ Akihabara ค่ะ

เป็นร้านประจำของมิกิเลย มาทีไรต้องแวะมา 2 ที่นี้ทุกที

ที่ Akihabara ที่เราได้ยินกันว่าเป็นแหล่งขายเครื่องไฟฟ้า

แต่สำหรับมิกิ คิดว่าที่นี่เป็นแหล่งขายของเล่น ฟิกเกอร์ โมเดล ตุ๊กตา เกมส์ อะนิเมะ ค่ะ

ถ้าจะซื้อของเล่นก็ต้องที่นี่เลย

แต่ตอนนี้แวะมาที่ ก่อน

สังเกตจากสัญลักษณ์ คนนั่งเก้าอีกในกรอบสีเขียวค่ะ ( มีอยู่หลายที่แถว ๆ สถานี JR )

มิกิ มาจองตั๋วรถไฟ Shinkansen ไปที่โอซาก้า

 

ครั้งนี้มิกิใช้ JR Pass แบบตั๋วชั้นพิเศษ ( Green ) มาจองค่ะ

JR Pass จะมีแบบธรรมดา / พิเศษ ระยะเวลา 7 / 14 / 21 วัน

ใช้เดินทางกับผลิตภัณฑ์ของ JR ได้ทั้งรถไฟใต้ดิน ชินคันเซ็น ฯลฯ ด้วยบัตรใบเดียวค่ะ สะดวกสุด ๆ

วิธีจอง Green Car คือ เอา JR Pass มายื่นให้เจ้าหน้าที่ บอกว่าจอง Shinkansen จะไปที่ Osaka ( หรือที่อื่น )

แล้วเลือกวัน เวลา อันนี้เขาจะมีตารางเวลามาให้เราเลือกว่าออกกี่โมง ถึงจุดหมายกี่โมง

แล้วก็รอรับตั๋ว เท่านี้ก็เรียบร้อย

 

ถ้าเป็น Green Car ต้องจองที่นั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันค่ะ

( Green Car เป็นตู้ที่เปรียบเหมือนชั้นธุระกิจในขบวนรถไฟ Shinkansen ที่นั่งสบายกว่าชั้นธรรมดา )

จาก Tokyo ไป Osaka ให้เลือกนั่งที่นั่งฝั่งขวา ติดหน้าต่างนะคะ

จะเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิ เกือบตลอดทางค่ะ

ตอนนี้มากลับเข้าสู่โลกของกาชาปองกันต่อเลยค่ะ


ที่แรกคือ Yodobashi Camera

ชั้นของเล่น มีตู้กาชาปองให้กดเป็นแถบเลย

แล้วก็ถ้าเรามีเหรียญ 100 เยนไม่พอหยอด

ตรงนี้มีตู้แลกเหรียญให้ด้วยค่ะ แต่ตู้จะรับแลกแค่เหรียญ 500 เยน / แบงค์ 1,000เยน

ถ้าเกิดว่าเรามีแบงค์ 10,000 เยน ก็ให้แลกที่ตู้แลกแบงค์ก่อนออกมาเป็นใบละ 1,000 เยนก่อน แล้วค่อยแลกเหรียญอีกที

ไม่ต้องไปเข้าแถวแลกที่เคาท์เตอร์จ่ายเงินเลยค่ะ สะดวกดีนะ

ร้านกาชาปอง เจ้าประจำ ที่มาทีไรต้องแวะคือที่นี่ค่ะ

Gachapon Kaikan แต่มิกิเรียกว่าร้านคุณลุง เพราะมาทีไรเจอคุณลุงเจ้าของร้านทุกที ( เดาเอาว่าเป็นเจ้าของนะ )

ร้านนี้มีตู้เยอะมาก กาชาปองออกใหม่ มีมาอัพเดทตลอด

ส่วนกาชาปองที่ออกมานานแล้วหาที่อื่นไม่ได้ ที่นี่บางทีอาจจะมีค่ะ

กับพวกกาชาปองแปลก ๆ สวย ๆ ก็มีเหมือนกัน


ส่วนมากกาชาปองที่เราไม่ค่อยเห็นที่อื่น จะอยู่ชั้นบน ๆ ค่ะ

VAG อันนี้ก็ดังนะ

 

นอกจาก 2 ที่นี่ ที่ Akihabara ก็จะมีตู้กาชาปองตลอดทางค่ะ

แต่ไม่ได้เยอะเท่า 2 ที่นี่

 

หลาย ๆ ร้านเราจะเห็นเขามีเป็นตู้ใส ๆ เรียงกัน

ด้านในมีสินค้าพวก ตุ๊กตา โมเดล ติดราคาอยู่

คืออันนี้เป็นคนทั่วไปที่เขามาเช่าตู้จากร้านแล้ววางขายของค่ะ

ถ้าเล็งดี ๆ บางทีเราจะได้ของดีในราคาถูก หรือ อาจจะเจอของเก่าที่หายากด้วยค่ะ

 

ส่วนโรงแรมแถวนี้ มิกิเคยพักที่ Washington Hotel ก็ดีค่ะ

อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟเลย แล้วในห้องแสงดี เหมาะกับการถ่ายรูปด้วยน๊า

 

มาที่ญี่ปุ่นเรื่อง Shopping ก็สำคัญ โดยเฉพาะเครื่องสำอางใหม่ ๆ แปลก ๆ

เอาเงินมาเท่าไหร่ก็หมด > . <

อันนี้เป็นส่วนนึงที่มิกิซื้อมาค่ะ

ลูกอมโล่ หรือที่เขาเรียกกันว่า ลูกอมผ้าปิดปาก . . . รสโยเกิร์ต

กินแล้วป้องกันหวัด มีวิตามินซีค่ะ

Eyeliner แบรนด์ MOTE เขียนง่าย เส้นคม กันเหงื่อ กันน้ำ

ใช้ดีมาก ตั้งแต่ใช้อายไลน์เนอร์มาชอบอันนี้สุดเลย แนะนำค่ะ

ที่กำจัดสิวเสี้ยน เขาจะเป็น Cotton bud ไซส์ใหญ่

ในกล่องจะมี 5 อันอยู่ในถุงซิปล็อค

ที่หัว Cotton Bud จะชุบน้ำยาไว้ แล้วให้เรามาถู ๆ ตรงจมูกส่วนที่มีสิว เสี้ยน

มันจะรู้สึกร้อน ๆ นิดนึง ถูสักพัก สิวเสี้ยนออกมาพอสมควรค่ะ

ข้อดีค่ะ ไม่เจ็บแบบวิธีลอกออก


ยาทาแก้แมลงกัด

เวลาที่ยุงกัดแล้วคัน ทาอันนี้จะช่วยให้เย็น ๆ แล้วก็หายแดง หายคันค่ะ

แต่ที่ลองใช้มาคือ มันไม่หายคันทันทีนะ

( คิดว่าใช้ยาหม่องหายเร็วกว่า )

แต่ข้อดีคือ ที่ขวดออกแบบมาให้ทาได้ไม่เลอะมือ กลิ่นเย็น ๆ แต่ไม่แรงมาก ใช้กับเด็กได้

ลิปบาล์มวาสลิน รุ่น Limited

แพกเกจน่ารักดีค่ะ

อันนี้สาว ๆ ที่ต้องติดเทปตา 2 ชั้นไม่ควรพลาดค่ะ

เขาเป็นกาวทำตา 2 ชั้น ที่ทาแทนอายแชโดว์ได้

ในขวดกาวจะผสมสีน้ำตาลมาด้วย ถ้าเราอยากทาให้เป็นอายแชโดว์ก็เขย่าขวด

แต่ถ้าอยากได้สีใส ๆ ก็รอเม็ดสีลงไปกองก้นขวดค่ะ

วิธีใช้ คือ ทาที่เปลือกตา อันนี้เรากะเอาตามรูปตาแต่ละคน แล้วรอให้แห้งสนิท

พอแห้งแล้วเขาจะเหมือนสติ๊กเกอร์ติดตา 2 ชั้น แบบเนียนสนิท ไม่ต้องกลัวหลุดระหว่างวัน

ตัวนี้ดีมาก ๆ ๆ ๆ ตอนนี้เขามีรุ่นใหม่ออกมาด้วยเป็นสีใสอย่างเดียวเลย

กับแบรนด์อื่นที่เป็นลักษณะแบบนี้ก็ออกมาหลายแบรนด์ค่ะ ลองดูกันน๊า

 

วันนี้กิน เที่ยว ถ่ายรูป ช็อปปิ้ง กันเรียบร้อยแล้ว

ครั้งหน้า มิกิ จะพาไปเที่ยว อควาเลี่ยม กินอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แล้วก็ตามไปดูว่าคนญี่ปุ่นหลังเลิกงานแล้วเขาไปกินอะไร ที่ไหน กันบ้าง

 

แล้วเจอกันใหม่นะคะ

 

Sponsor by Klook ( ตั้วเครื่องบิน – ที่พัก – กิจกรรมทั้งหมดของ Klook )

โครงการ Klook กูรูท่องโลก

โครงการที่รับสมัครกูรูไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น/เกาหลี ค้นหาที่เที่ยวใหม่ ๆ อาหารที่น่าสนใจ และ ได้มิกิเองได้ชนะการคัดเลือกมาเป็นตัวเเทนของประเทศไทย ในการทำทำกิจกรรมจาก Klook แบบฟรี ๆ ค่ะ

 

โปรโมชั่น หรือ กิจกรรมดี ๆ แบบนี้ เพื่อน ๆ ติดตามกันได้ที่

https://www.facebook.com/klookth

 

Facebook Comments