ญี่ปุ่นเริ่มเก็บภาษีนักท่องเที่ยวขาออก เริ่ม 7 ม.ค. 2019 นี้

เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2019 นี้ ผู้ที่กำลังจะเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น (รวมถึงคนไทยด้วย) จะต้องเตรียมจ่ายภาษีก่อนออกจากประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวน 1,000 เยน (หรือประมาณ 300 บาท) โดยคุณจะถูกเรียกเก็บภาษีนี้ทุกครั้งที่ออกจากประเทศ ไม่ว่าจะโดยเรือหรือเครื่องบินก็ตาม

ฉันจะได้รับการยกเว้นภาษีขาออกของญี่ปุ่นหรือไม่

ผู้ที่เดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการเดินทางเข้าประเทศ หรือเด็กที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี จะได้รับการยกเว้นภาษีขาออกของญี่ปุ่น โดยหากคุณซื้อและได้รับตั๋วเครื่องบินของคุณก่อนวันที่ 7 มกราคม คุณจะได้รับการยกเว้นภาษีขาออกของญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน

ทำไมฉันจึงต้องจ่ายภาษีนี้?

รัฐบาลญี่ปุ่นจะใช้ภาษีที่เก็บมาเหล่านี้ในการพัฒนาโครงสร้างการท่องเที่ยวและปรับปรุงกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ดังนั้น เตรียมตัวพบกับกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองที่รวดเร็วยิ่งขึ้นได้เลย!

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังวางแผนที่จะจัดทำป้ายข้อมูลใหม่ในภาษาต่าง ๆ และสถานีรถโดยสารที่จะไม่มีการใช้เงินสด เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกฤดูร้อนในปี 2020

ฉันจะจ่ายภาษีขาออกนี้ได้อย่างไร?

ภาษีขาออกนี้จะถูกบวกไปกับค่าตั๋วเครื่องบินขาออกประเทศของคุณ ซึ่งนี่จะหมายความว่า คุณจะต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินในราคาที่แพงมากยิ่งขึ้น

แต่ไม่ต้องกังวลไป! ตั๋วเครื่องบินที่มีราคาแพงขึ้นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องยกเลิกทริปในประเทศญี่ปุ่นของคุณ และวันนี้ เราก็มีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะทำให้คุณประหยัดได้มากยิ่งขึ้นมาให้ดูกัน

1. ระบบขนส่งสาธารณะสุดคุ้ม!

รถแท็กซี่ในประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่ามีราคาค่อนข้างสูง โดยรถแท็กซี่จากสนามบินนาริตะไปยังย่านชินจูกุ อาจจะมีราคาถึง 25,000 เยน (หรือประมาณ 7,400 บาท)! หากคุณกำลังมองหาวิธีการเดินทางรอบ ๆ เมืองที่มีราคาถูกและมีประสิทธิภาพ เราก็มีวิธีดี ๆ มาแนะนำให้กับคุณ

ซื้อ บัตรโดยสารรถไฟใต้ดินโตเกียว (Tokyo Subway) หรือ บัตรเติมเงินอิโคคะ (ICOCA Card) และคุณจะสามารถออกเดินทางโดยรถไฟใต้ดินในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดายที่สุด! เพียงแค่แตะบัตรของคุณก่อนเข้าสู่ชานชลารถไฟ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับซื้อบัตรโดยสารใหม่ทุกครั้งที่คุณต้องการเดินทาง แต่หากคุณต้องการเดินทางระหว่างเมืองต่าง ๆ บัตร JR Pass ถือเป็นทางเลือกที่สะดวกและคุ้มราคามากที่สุด!

ลองแวะไปอ่าน คู่มือการเดินทางจากสนามบินสู่เมืองโตเกียว ของเรา หรือหากคุณกำลังเดินทางไปยังสนามบินโอซาก้าคันไซ ลองไปดู สิ่งจำเป็นต่อการท่องเที่ยวในโอซาก้า ซึ่งคุณสามารถไปรับได้ที่สนามบินโอซาก้าคันไซทันทีที่คุณไปถึง

2. โรงแรมแคปซูลคือเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุด

เครดิตรูปภาพ: Flickr

แน่นอนว่า คุณคงจะใช้เวลาแทบทั้งวันของคุณไปกับการสำรวจรอบ ๆ เมืองอยู่แล้ว ดังนั้น เราจึงคิดว่าคุณควรจะเซฟเงินค่าโรงแรม และนำเงินไปซื้อของกินอร่อย ๆ หรือชอปปิงแทนจะดีกว่า! ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยโรงแรมแคปซูลมากมาย ซึ่งเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งหลายที่กำลังมองหาที่พักค้างแรมในราคาถูก

และไม่เพียงแค่คุณจะได้พักผ่อนอยู่ในแคปซูลของคุณอย่างเป็นส่วนตัวเท่านั้น เพราะโรงแรมหลายแห่งยังมีทั้ง WiFi ฟรี และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกมากมายด้วย

ลองแวะไปดู รีวิวโรงแรมราคาถูกในโตเกียวและโอซาก้าที่มีราคาไม่เกิน 2,000 บาทต่อคืน! (รีวิวภาษาอังกฤษ)

3. จองบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ล่วงหน้า

การจองบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ หรือแม้แต่ตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า จะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่าง ๆ อีกเลย! ไม่ว่าคุณกำลังจะวางแผนไป สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ญี่ปุ่น ในโอซาก้า หรือร้าน Robot Restaurant ในกรุงโตเกียว คุณก็สามารถจองบัตรเข้าชมของคุณล่วงหน้าได้ผ่าน Klook!

เพลิดเพลินไปกับบัตรสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วเมืองได้ในราคาสุดพิเศษและรับประกันราคาดีที่สุดจาก Klook! ซึ่งบัตรต่าง ๆ ส่วนใหญ่ ยังมาในรูปแบบของบัตรแบบไม่ระบุวันที่ ซึ่งจะทำให้คุณได้รับอิสระในการวางแผนและออกเดินทางได้อย่างไม่มีสะดุด!

4. อาหารอร่อยและราคาถูกกำลังรอคุณอยู่!

ไม่ต้องว่ากระเป๋าสตางค์ของคุณจะฉีก หากคุณต้องการจะลิ้มลองรสชาติอาหารแสนอร่อยในประเทศญี่ปุ่น เพราะสรวงสวรรค์แห่งอาหารในทวีปเอเชียแห่งนี้ จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องและสัมผัสความพึงพอใจจากรสชาติและราคาที่เอื้อมถึง ขอบอกเลยว่า 7-11 ในประเทศญี่ปุ่นนี่แหละ คือแหล่งรวมของอร่อยที่จะทำให้คุณต้องร้องว้าวไว้มากมาย 

ตัวช่วยจำเป็นสำหรับการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

เมื่อเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น สิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีคงจะหนีไม่พ้น 4G ซิมการ์ด หรือa อุปกรณ์ Pocket WiFi อย่างแน่นอน เพราะนอกจากคุณจะได้ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลหรือเส้นทางต่าง ๆ แล้ว คุณยังจะสามารถติดต่อคนที่บ้านหรืออวดรูปสวย ๆ ที่คุณถ่ายในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

Facebook Comments