เมื่อความโรแมนติกและของกินอยู่คู่กันอย่างลงตัว

1. วิธีการเดินทางไปจิ่วเฟิ่น: MRT

ถ้าคุณอยากจะประหยัดงบก็สามารถไปจิ่วเฟิ่นด้วยระบบขนส่งสาธารณะก็ได้ เริ่มจากการนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Bannan (สีน้ำเงิน) หรือสาย Wenhu (สีน้ำตาล) ไปลงที่สถานี Zhongxiao Fuxing แล้วใช้ทางออก 2 (แต่ก่อนป้ายรถบัสจะอยู่ที่ทางออก 1 แต่ปัจจุบันย้ายมาอยู่ที่ทางออก 2 แล้วล่ะ) พอออกมาปุ๊บให้เลี้ยวขวาแล้วมองหาห้าง SOGO จะมีป้ายรถเมล์เล็ก ๆ ให้คุณโหนรถเมล์สาย 1062 มาเลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง รถจะมาจอดใกล้กับทางเข้า Jiufen Old Street ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของเมือง

2. วิธีการเดินทางไปจิ่วเฟิ่น: Klook Private Transfer

แต่ถ้าคุณอยากพาแฟนเดินทางอย่างสะดวกสบายเพื่อเก็บแรงไว้เที่ยวละก็ Klook มีบริการรถชัตเทิลบัสรับส่งจากไทเปไปจิ่วเฟิ่นให้ด้วยล่ะ รถบัสจะจอดอยู่ที่สถานี MRT ซีเหมิน ซึ่งอยู่ในไทเปนี่แหละ นั่งผ่อนคลายและเก็บแรงไปเดินเที่ยวให้เต็มที่เล้ย


จองชัตเทิลบัสรับส่งจากไทเปไปยังจิ่วเฟิ่นผ่าน Klook

 

อีกหนึ่งวิธีการเดินทางก็คือออ การใช้บัตร Taipei Fun Pass แบบไม่จำกัด ซึ่งคุณสามารถใช้บัตร Taipei Fun Pass นี้ขึ้นรถบัส รถไฟ MRT และชัตเทิลบัสสำหรับนักท่องเที่ยวอีก 5 เส้นทางได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางไปยังจิ่วเฟิ่น รวมถึงสถานที่สำคัญอย่าง ภูเขาหยางหมิง เย่หลิว ผิงซี เผื่อว่าที่คุณติดใจไต้หวันแล้วอยากจะเที่ยวต่อน่ะนะ


จองบัตร Taipei Fun Pass แบบไม่จำกัดผ่าน Klook

 

เรามีวิธีการเดินทางออกจากสนามบินมาแนะนำด้วยล่ะ คุณสามารถจองแพ็กเกจขึ้น MRT เที่ยวเดียวเพื่อเดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมืองไต้หวันได้ นอกจากนั้น ในแพ็กเกจนี้ยังจะมีบัตร Easy Card แถมให้อีกด้วย แล้วบัตรที่แถมมานี่มันใช้กับอะไรได้บ้าง? ก็ใช้ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า MRT ไปที่อื่นได้ เอาไปจ่ายค่าสินค้า ค่าเข้าชมสถานที่ หรือค่าเช่าจักรยานก็ยังได้!! ราคาสมน้ำสมเนื้อมาก ๆ คุ้มกว่านี้ก็ตั๋วฟรีและจ้ะ บอกเลย

จองแพ็กเกจ MRT เที่ยวเดียวจากสนามบินเข้าตัวเมืองไต้หวันพร้อมบัตร Easy Card ผ่าน Klook

 

3. ร้านเด็ดในจิ่วเฟิ่น: ร้านบัวลอย Lai Ah Po Yu Yuan 賴阿婆芋圓

ร้านไล่อาโผ (Lai Ah Po Yu Yuan; Chinese: 賴阿婆芋圓) เป็นร้านขายบัวลอยสไตล์ไต้หวันที่เรียกว่า ยวี่ หยวน ซึ่งถ้าแปลตรงตัวเลยก็คือ ร้านบัวลอยของคุณยายไล่ (อาโผ แปลว่าคุณยาย ส่วน ไล่ คือชื่อของคุณยาย) ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนน Jishan Old Street ในจิ่วเฟิ่นนี่แหละ แม้จะขายเมนูที่ดูสุดแสนจะธรรมดา แต่ร้านนี้… ไม่ธรรมดาแน่นวล! การันตีความเก๋าเกมด้วยลูกค้าที่นั่งเต็มร้านเกือบทั้งวันบวกกับระยะเวลาการเปิดร้านมาอย่างยาวนานถึง 3 รุ่น ด้วยตัวแป้งที่มีความหนึบแบบพอดี ๆ และมีสีสันหลากหลายที่มาจากวัตถุดิบและธัญญาพืชต่าง ๆ เช่น เผือก งาดำ ใบเตย และมีถั่วเขียว ถั่วแดง หรือไข่มุกให้ใส่เพิ่มด้วย คุณจะเลือกทานแบบร้อนหรือเย็นก็ได้ตามใจชอบ ถ้าแบบร้อนจะทานกับน้ำขิง แต่ถ้าแบบเย็นก็จะใส่น้ำแข็งและน้ำเชื่อม ให้อารมณ์น้ำแข็งไสบ้านเราน่ะเอง ถ้วยละประมาณ 50 บาทล่ะ ไหน ๆ ก็ไปถึงที่แล้ว ควรต้องไปโดนซักครั้งนึงนะ

Photo Credit: cavinteo.blogspot.com

4. ร้านเด็ดในจิ่วเฟิ่น: ร้านไอศกรีมโรล A Zhu Peanut Ice Cream Roll

และนี่เป็นอีกร้านที่ไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้องหรือจะเหน็บหนาวเข้ากระดูกสะบ้า ผู้คนก็ยังจะขอยืนหยัดเข้าแถวกันยาวเหยียด ร้านนี้ขายสิ่งที่คนไทยเรียกว่าไอศกรีมผักชี ไอศกรีมถั่วตัด โรตีถั่วตัด ผักชีถั่วตัด ไอติมผักชี ไอติมโรตี ..พอ!!! คือเค้าจะวางแผ่นแป้งคล้ายแผ่นโรตีบาง ๆ ไว้แล้วบรรจงขูดถั่วตัดลงไป ตามด้วยไอศกรีมสองลูก ปกติเค้าจะโรยผักชีมาให้นะ แต่ถ้าไม่ชอบผักชี ก็บอกเค้าได้นะว่า ไม่ชีจ้ะหนู  เสร็จแล้วเค้าก็จะม้วนมาให้แบบโรตีสายไหม เดินกินได้สะดวกเลย ส่วนประกอบต่าง ๆ อาจจะทำให้ดูไม่น่าจะไปกันได้ แต่พอได้ลองกัดไปแล้ว… เอ้าเฮ้ยกลายเป็นดี!! ด้วยรสชาติไอศกรีมที่หวานกำลังพอดี กลิ่นหอมของถั่วตัด แป้งนุ่มละมุน กลิ่นผักชีที่เป็นเอกลักษณ์ รวมกันแล้วเฟี้ยวฟ้าวเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 40 กว่าบาทไทยเท่านั้นเอง เด็ดจริง คุ้มค่าแก่การไปลอง!

Photo Credit: danielfooddiary

5. ร้านเด็ดในจิ่วเฟิ่น: ร้านชา Skyline Tea House

หลังจากกินไอศกรีมคูล ๆ กันไปแล้ว พากันไปอบอุ่นร่างกายด้วยชาร้อน ๆ ดีกว่า ในจิ่วเฟิ่นมีร้านชาเยอะมากมายก่ายกอง ถ้าแค่อยากจะชิมชาก็เดินเข้าร้านไหนก็ได้แหละ แล้วจะถูกปากหรือไม่ถูกปากก็ค่อยให้คุกกี้ทำนายกัน แต่เพื่อความโรแมนติกน้าน~ เราคัดมาเฉพาะร้านที่มีทำเลยอดเยี่ยมเพื่อที่คุณจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามที่สุด! ร้านแรกคือร้านน้ำชา Skyline Teahouse ร้านนี้มีชาอู่หลงร้อน ๆ แล้วก็มีขนมสไตล์ไต้หวันให้ลองชิมกันด้วย และวิวที่คุณจะได้เห็นก็คือภูเขาจีหลง (Keelung Mountain) นั่นเอง~ (ไม่คีลุงนะ ตอนแรกเราก็คีลุงเหมือนกัน แต่คนท้องถิ่นออกเสียงว่าจีหลง จี-โหลงงง)

 

6. ร้านเด็ดในจิ่วเฟิ่น: ร้านชา Amei Tea House

Amei Tea House เป็นร้านชาที่มีอายุกว่าร้อยปี และเป็นอีกร้านหนึ่งที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่เป็นแฟนภาพยนตร์แอนิเมชั่นของสตูดิโอจิบลิเรื่อง “Spirited Away” …เพราะอะไรน่ะหรือออ ก็เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับฉากโรงอาบน้ำในภาพยนตร์ไงล่ะ! ในร้านจะมีตุ๊กตุ่นรูปตัวละครใน Spirited Away อยู่บนชั้นวางของให้คุณได้เดินชมเพลิน ๆ และร้านนี้มีชาและมีขนมให้คุณเลือกอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นขนมสับปะรด เค้กถั่วเขียว ลูกไหนอบแห้งรสชาและรสนม โมจิคลุกน้ำตาลทรายแดง ไปจนถึงแผ่นงาอบกรอบ มาถึงตรงนี้แล้ว คุณจะนั่งในตัวร้านหรือนั่งที่โต๊ะกลางแจ้งเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศเย็นและเนียนโอบแฟนนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ได้ งิงิ

 

7. กิจกรรมในจิ่วเฟิ่น: ถ่ายรูปกับมุมน่ารัก ๆ ในหมู่บ้าน

Photo Credit: www.taiwan.net.tw

หลังจากที่ชาร์จพลังมือเท้าเข่าศอกด้วยการตะลุยกินของอร่อยในหมู่บ้านแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่จะได้ใช้งานเครื่องวัดแสง ไฟแฟลช รีเฟลคเตอร์ เลนส์ฮูด แท่นหมุน 360 องศาแบบโต๊ะจีน ไม้ขีดไฟ พัดลมพกพาที่บรรจงแบกมาจากบ้านอย่างเต็มรูปแบบซะที! ในหมู่บ้านจิ่วเฟิ่นนี้ หามุมน่ารัก ๆ ได้ไม่ยากเลย เดินเล่นและถ่ายภาพเพื่อเก็บเป็นความประทับใจว่าครั้งนึงเราเคยมีช่วงเวลาที่ดีกับแฟนขนาดไหน จะเซลฟี่ ใช้รีโมตชัตเตอร์ หรือสะกิดคุณน้าข้าง ๆ ที่สะพายกล้องโปรที่ลูกเค้าฝากถือให้ถ่ายให้ก็ได้

แต่เมื่อเรามีฉากหลังที่งดงาม บรรยากาศน่ารักอบอุ่น อุปกรณ์ถ่ายภาพดั่งสตูดิโอมืออาชีพ และมีตากล้อง (แฟน) ที่พร้อมจะรัวชัตเตอร์ให้เราอย่างไม่หยุดยั้ง หากคุณอยากจะไปให้สุดขอบฟ้า คุณสามารถเช่าชุดกี่เพ้ากับ Klook แล้วโพสท่าไล่ไปตั้งแต่หัวยันท้ายหมู่บ้าน รูปที่ออกมานั้นจะเต็มยศ งดงาม โปรดักชั่นยิ่งใหญ่ สาแก่ใจอีช้อยอย่างแน่นอน

จองแพ็กเกจเช่าชุดกี่เพ้าผ่าน Klook

8. กิจกรรมในจิ่วเฟิ่น: เดินซึมซับบรรยากาศโรแมนติกยามพลบค่ำ

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดิน หมู่บ้านที่ประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงก็เริ่มจะสว่างไสวขึ้นมาด้วยแสงไฟสีส้ม ตัดกับสีครามของน้ำทะเลและสีเขียวขจีจากภูเขา จากหมู่บ้านน่ารัก ๆ ที่เต็มไปด้วยของกินและร้านขายของที่ระลึกก็กลายเป็นหมู่บ้านที่โรแมนติกขึ้นมาทันตาเห็น บรรยากาศดี ๆ แบบนี้สมบูรณ์แบบสำหรับคู่รักนักกินที่อยากเปลี่ยนอารมณ์มามุ้งมิ้งกันซักเล็กน้อย จูงมือกันเดินไปรอบ ๆ หมู่บ้าน คุยกระหนุงกระหนิงประหนึ่งในหมู่บ้านจิ่วเฟิ่นแห่งนี้มีแค่เราสองเท่านั้น

 

9. สิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ

ไม่ต้องกังวลเรื่องการโลดแล่นในโลกไซเบอร์ เพียงแค่คุณหยิบฉวยซิมการ์ดที่มีให้เลือกตั้งแต่ 3 วัน 5 วัน 7 วัน หรือ 10 วันเพื่อใช้โทรทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และยังเล่นอินเทอร์เน็ต 4G ปริมาณไม่จำกัดได้ตลอดเวลาที่คุณอยู่ในไต้หวัน จองแพ็กเกจซิมนี้ไป แล้วไปรับซิมการ์ดอย่างง่ายดายที่สนามบินไต้หวัน แชร์รูปให้เพื่อน ๆ และครอบครัวของคุณ ให้โลกรู้ทั่วกันว่าคุณอิ่มเอมกับทริปนี้ขนาดไหน

จองซิมการ์ดสำหรับใช้ในไต้หวันผ่าน Klook

 

Facebook Comments