• ไปยังแอป
  • เลือกจุดหมายปลายทาง
  • ทัวร์ญี่ปุ่น One Day Trip ยอดฮิต 2026 และพิกัดใหม่มาแรง

    Klook Thailand
    Klook Thailand
    อัปเดตล่าสุด 18 ม.ค. 2026
    more
     รวมทัวร์ญี่ปุ่น One Day Trip
    สำหรับใครที่ไปญี่ปุ่นจนเบื่อสวนสนุก หรือเป็นสายชิลล์ที่อยากเน้น "ซึมซับบรรยากาศ" เดินเล่นเมืองเก่า ถ่ายรูปวิวธรรมชาติสวยๆ แต่ไม่อยากวุ่นวายกับการต่อรถไฟหลายต่อ (ที่บางทีค่ารถแพงกว่าค่าทัวร์!) การจอง One Day Trip หรือทัวร์วันเดียวผ่าน Klook คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุด
    วันนี้คัดมาให้เน้นๆ กับ Top Japan Tours 2026 ที่โฟกัสที่เส้นทางท่องเที่ยวจริงๆ แบ่งตามโซนยอดฮิต ใครแพลนไปโซนไหน จิ้มเลือกได้เลย!
    Chureito Pagoda with Sakura
    โซน Kanto (โตเกียวและรอบๆ)
    ศูนย์กลางความฮิต ทัวร์ส่วนใหญ่จะมีรถรับ-ส่งจากย่านชินจูกุหรือสถานีโตเกียว เดินทางสะดวกมาก

    1. ทัวร์ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) : ยืนหนึ่งตลอดกาล

    ถ้าพูดถึงทัวร์ญี่ปุ่นที่ขายดีที่สุด ยังไงก็ต้องยกให้ฟูจิ และในปี 2026 เส้นทางก็ยิ่งหลากหลายและตอบโจทย์มากขึ้น เส้นทางคลาสสิกยังคงฮิตกับการพาไปถ่ายรูปคู่ Chureito Pagoda แวะหมู่บ้านน้ำใส Oshino Hakkai ก่อนปิดท้ายช้อปปิ้งจุใจที่ Gotemba Premium Outlets เหมาะกับสายช้อปและสายแชะ ขณะที่เส้นทาง Scenic Route มาแรง พาไปชมสวนดอกไม้ริมทะเลสาบที่ Oishi Park รวมถึงอุโมงค์ใบเมเปิ้ลและจุดถ่ายรูปใหม่ๆ ที่ยังไม่แมส ให้ฟีลธรรมชาติและภาพวิวฟูจิสวยแปลกตากว่าเดิม
    A red bridge over a river
    Nikko Toshogu Shrine

    2. ทัวร์นิกโก้ (Nikko World Heritage) : เมืองมรดกโลก

    ใครชอบประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่อลังการ ต้องมานิกโก้เลย ไฮไลท์คือ ศาลเจ้าโทโชกุ ที่วิจิตรตระการตา และ น้ำตกเคกอน หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น การเดินทางไปนิกโก้ด้วยรถไฟค่อนข้างใช้เวลาและต้องต่อรถบัส ทัวร์รถบัสจะพาไปจอดจุดไฮไลท์เลย ประหยัดแรงเดินได้เยอะ
    รถไฟ Enoden ริมทะเล

    3. ทัวร์คามาคุระ & เอโนชิมะ (Kamakura & Enoshima) : ตามรอย Slam Dunk

    เมืองริมทะเลสุดชิลล์ใกล้โตเกียว ที่ผสมเสน่ห์เมืองเก่าเข้ากับบรรยากาศทะเลได้อย่างลงตัว ไฮไลท์คือการไปชมพระใหญ่ Kamakura Daibutsu องค์ยักษ์อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และแวะถ่ายรูปกับรถไฟ Enoden ริมทะเล จุดเดียวกับฉากเปิดใน Slam Dunk จากนั้นต่อไปเดินเล่นที่ Enoshima เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ เดินเล่น ชิมของกินริมทาง และเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ

    โซน Kansai (โอซาก้า, เกียวโต)

    โซนนี้เน้นวัฒนธรรม วัดเก่าแก่ และจุดถ่ายรูปสุด Unseen
    Leo Núi Inari Nhẹ Nhàng Và Yên Tĩnh

    4. ทัวร์เกียวโต-นารา (Kyoto & Nara Highlights) : เก็บครบในวันเดียว

    ถ้าพักโอซาก้า แต่อยากเก็บไฮไลท์เกียวโตให้ครบทั้ง วัดทอง–วัดน้ำใส–ศาลเจ้าเสาแดง ภายในวันเดียว บอกเลยว่า เดินทางเองแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะระยะทางไกลและต้องต่อรถหลายรอบ แต่ทัวร์จัดให้ได้จริงด้วยเส้นทางที่วางมาแล้วอย่างลงตัว เริ่มจาก Fushimi Inari Taisha ชมเสาโทริอิสีแดงนับพันต้น ต่อด้วย Kinkaku-ji วัดทองอันเป็นสัญลักษณ์ จากนั้นแวะ Arashiyama เดินเล่นป่าไผ่สุดร่มรื่น และปิดท้ายที่ Nara Park เจอกวางน้อยอย่างใกล้ชิด ทริปนี้ทัวร์คือคำตอบสำหรับคนมีเวลาจำกัด แต่อยากเที่ยวได้ครบจริงในวันเดียว
    Ine Funaya

    5. ทัวร์อามาโนะฮาชิดาเตะ & อิเนะ (Ine Funaya) : 🌟 พิกัดใหม่มาแรง 2026

    ทัวร์นี้กำลังฮิตมากในหมู่วัยรุ่น เพราะพาไปสัมผัส “เกียวโตทางทะเล” ที่ทั้งสวยและสงบแบบไม่วุ่นวาย ได้ชม Amanohashidate สันทรายที่ทอดยาวกลางทะเล หนึ่งใน 3 วิวสวยที่สุดของญี่ปุ่น ต่อด้วย Ine Funaya หมู่บ้านชาวประมงลอยน้ำริมอ่าวที่บรรยากาศเงียบสงบ สวยเหมือนภาพวาด เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และพักใจ ทัวร์นี้แนะนำให้ซื้อแบบเหมาเพราะเส้นทางเดินทางเองใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ต้องต่อรถไฟและรถบัสหลายต่อ ค่อนข้างยุ่งยาก การไปกับทัวร์จึงเป็นทางเลือกที่สะดวกและคุ้มที่สุด

    โซน Chubu (นาโกย่า, ทาคายาม่า)

    โซนหมู่บ้านโบราณและหิมะ
    aerial view of shirakawago

    6. ทัวร์ชิราคาวาโกะ & ทาคายาม่า (Shirakawago & Takayama)

    หมู่บ้านมรดกโลกอย่าง Shirakawago กับเมืองเก่า Takayama คือเส้นทางในฝันที่ใครก็อยากไปเห็นสักครั้ง โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่หมู่บ้านหลังคาทรงพนมมือถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในนิทาน ทริปนี้ได้เดินเล่นย่านเมืองเก่า Sanmachi Suji ในทาคายามะ ชิมเนื้อฮิดะย่างชื่อดัง ก่อนขึ้นไปชมวิวมุมสูงของชิราคาวาโกะที่สวยที่สุด จุดเดินทางมีทัวร์ให้เลือกทั้งจาก Nagoya และ Kanazawa แนะนำเช็กจุดขึ้นรถให้ดีเพราะเส้นทางไม่เหมือนกัน

    โซน Kyushu (ฟุกุโอกะ)

    โซนใหม่สำหรับคนไทย เที่ยวเมืองบ่อน้ำพุร้อน
    Yufuin Floral Village

    7. ทัวร์ยูฟุอิน & เบปปุ (Yufuin & Beppu) : เมืองแห่งออนเซ็น

    ใครบินลงฟุกุโอกะ ห้ามพลาดทัวร์นี้ เพราะเป็นหนึ่งในทริปยอดนิยมของคิวชู พาไปเดินเล่นที่ Yufuin Floral Village หมู่บ้านดอกไม้บรรยากาศเหมือนยุโรป รายล้อมด้วยร้านเล็กๆ คาเฟ่น่ารัก และวิวชนบทสุดอบอุ่น ก่อนต่อไปชม Hells of Beppu บ่อนรกน้ำพุร้อนชื่อดังของเบปปุ ที่มีสีสันและลักษณะแปลกตา เป็นทัวร์ที่ถ่ายรูปสวยแทบทุกจุด แถมยังได้ลองชิมไข่ดำต้มน้ำพุร้อน สายคอนเทนต์และสายชิลล์ถูกใจแน่นอน
     ภูเขาไฟอะโซ ( Mt. Aso)

    8. ทัวร์คุมาโมโตะ & ภูเขาไฟอะโซ (Kumamoto & Mt. Aso)

    เที่ยวเมือง Kumamoto บ้านเกิดคุมะมง พร้อมชมบรรยากาศเมืองท้องถิ่นและปราสาทคุมาโมโตะ ต่อด้วยไฮไลท์ที่ Mount Aso ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นและมีปากปล่องขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้สัมผัสธรรมชาติแบบคิวชูแท้ๆ ทั้งทุ่งหญ้ากว้าง วิวภูเขา และภูมิประเทศจากพลังภูเขาไฟ

    ทัวร์ชมซากุระ (Sakura Season Only)

    ช่วงเวลาทองของปี (ก.พ. - เม.ย.) ที่ตั๋วเต็มไวที่สุด ใครจะไปช่วงนี้ต้องจองทัวร์ล่วงหน้าเท่านั้น!
    Cherry blossoms and yellow flowers

    9. ทัวร์ชมซากุระคาวาซุ (Kawazu Sakura)

    ใครอดใจรอเดือนเมษาไม่ไหว ต้องไปดู "คาวาซุซากุระ" ที่คาบสมุทรอิ豆 (Izu) น้องจะบานเร็วตั้งแต่ กุมภาพันธ์ - ต้นมีนาคม สีชมพูเข้ม สวยจัดจ้าน และคนไทยไปเยอะมาก ได้ดูซากุระพร้อมทุ่งดอกนาโนฮานะ (สีเหลืองตัดชมพู) ถ่ายรูปสวยตาแตก
    mt fuji road trip itinerary Fuji Shibazakura Festival

    10. ทัวร์เทศกาลซากุระฟูจิ (Fuji Shibazakura & Kawaguchiko)

    ภาพภูเขาไฟฟูจิที่มีฉากหน้าเป็นทุ่งพิงค์มอส (Shibazakura) หรือแนวต้นซากุระริมทะเลสาบคาวากูจิโกะ คือที่สุดของความคลาสสิก โดยเฉพาะช่วง Fuji Shibazakura Festival ที่ทุ่งดอกไม้สีชมพูจะบานสะพรั่งปกคลุมพื้นดินทั่วทั้งพื้นที่ ให้วิวหลักล้านที่หาดูได้เพียงปีละครั้ง เหมาะไปเที่ยวในช่วง กลางเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกไม้สวยที่สุดและอากาศกำลังสบาย
    sagano romantic train sakura
    Photo Credit: Sagano Romantic Train website

    11. ทัวร์รถไฟสายโรแมนติกซากาโน่ (Sagano Romantic Train) เกียวโต

    รถไฟสายโรแมนติกซากาโน่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางที่จองตั๋วยากที่สุด แต่การซื้อเป็นทัวร์จะช่วยการันตีว่าได้นั่งแน่นอน เส้นทางรถไฟจะวิ่งเลียบแม่น้ำ ผ่านอุโมงค์ซากุระบริเวณอาราชิยาม่า ให้บรรยากาศย้อนยุคแสนโรแมนติก หลายทัวร์ยังรวมการล่องเรือแม่น้ำโฮซุกาวะเข้ามาด้วย เหมาะเที่ยวที่สุดในช่วง ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน ซึ่งเป็นช่วงซากุระบานเต็มที่ในเกียวโต
    osaka castle sakura
    Photo Credit: @daiki442 on Instagram

    12. ทัวร์ปราสาทโอซาก้า & โรงกษาปณ์ (Osaka Castle & Mint Bureau)

    ทัวร์ชมซากุระในเมืองที่ห้ามพลาด เพราะโรงกษาปณ์โอซาก้าจะเปิดให้เข้าชมซากุระพันธุ์หายากเพียงประมาณ 7 วันต่อปี เท่านั้น ทัวร์นี้จะพาไปยังจุดชมซากุระที่ดีที่สุดของโอซาก้าแบบไม่ต้องเดินหาเอง เหมาะกับสายชิลล์ที่อยากเดินชมดอกไม้พร้อมแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง เที่ยวได้สบายๆ ในช่วง ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ซากุระกำลังสวยและมีการเปิดให้เข้าชมโรงกษาปณ์พอดี

    Tips: วิธีเลือกซื้อทัวร์ญี่ปุ่นให้คุ้มที่สุด

    1. ดูจุดนัดพบ (Meeting Point): ส่วนใหญ่จะนัดที่สถานีใหญ่ (Shinjuku, Osaka Station, Hakata) ควรพักใกล้จุดนัดพบ หรือรู้วิธีเดินทางไปตอนเช้าตรู่
    2. เช็ค "อาหารกลางวัน": ทัวร์บางตัวรวมบุฟเฟต์ปิ้งย่าง หรือชาบู (คุ้มมาก) แต่บางตัวปล่อยอิสระหาทานเอง (ราคาจะถูกลง) เลือกตามงบได้เลย
    3. อ่านรีวิวเรื่อง "ไกด์": ทัวร์ใน Klook ส่วนใหญ่ใช้ไกด์ภาษาอังกฤษหรือจีน แต่บางเจ้าจะมี iPad แปลภาษา หรือเจ้าหน้าที่คนไทย แนะนำให้อ่านรีวิวล่าสุดก่อนจองนะ

    บทสรุป: ปี 2026 เที่ยวญี่ปุ่นแบบ One Day Trip ดีไหม?

    คำตอบคือ "ดีและสะดวกมาก" สำหรับการไปเที่ยวจุดที่เดินทางลำบาก (เช่น Ine, Shirakawago, Mt. Fuji) การซื้อทัวร์ช่วยตัดปัญหาเรื่องการหลงทาง การตกรถไฟ และช่วยคุมงบประมาณได้เป๊ะๆ
    หวังว่าทัวร์ยอดฮิต ที่คัดมาฝากนี้ จะช่วยเติมเต็มทริปญี่ปุ่นให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ชอบเมืองไหน จิ้มลิงก์ไปจองแล้วเตรียมตัวบินได้เลย! 🎌

    FAQ: คำถามยอดฮิตก่อนจองทัวร์ญี่ปุ่น Klook

    สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเคยจองทัวร์ผ่านแอปฯ ครั้งแรก หรือกังวลเรื่องการเดินทาง รวบรวมคำตอบมาให้แล้ว
    Q: จองทัวร์ผ่าน Klook เชื่อถือได้จริงไหม? หน้างานจะมีชื่อเราหรอ? A: เชื่อถือได้ 100% Klook เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกและเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัททัวร์ท้องถิ่นในญี่ปุ่นโดยตรง พอจองเสร็จจะได้ Voucher (QR Code) ทางอีเมลหรือในแอปฯ วันจริงแค่โชว์มือถือให้เจ้าหน้าที่สแกนก่อนขึ้นรถ จบเลย ไม่ต้องปริ้นท์กระดาษให้วุ่นวาย
    Q: ควรจองล่วงหน้ากี่วันดี? A: ถ้าเป็นช่วง High Season (ซากุระ, ใบไม้เปลี่ยนสี, ปีใหม่) แนะนำให้จองล่วงหน้า อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ โดยเฉพาะทัวร์ฮิตๆ อย่าง ชิราคาวาโกะ หรือ รถไฟสายโรแมนติก ที่เต็มไวมาก แต่ถ้าเป็นช่วงปกติ จองล่วงหน้า 3-5 วันก็ยังทัน (แต่อย่าชะล่าใจจองคืนก่อนไปนะ เสี่ยงเต็ม!)
    Q: ไกด์พูดภาษาอะไร? ถ้าไม่เก่งภาษาอังกฤษจะรอดไหม? A: ทัวร์ส่วนใหญ่ใน Klook จะระบุชัดเจนว่าเป็น "Chinese/English Guide" ซึ่งไกด์จะพูดภาษาอังกฤษพื้นฐานที่เข้าใจง่าย นัดเวลาง่ายๆ บางทัวร์ไฮเทคหน่อยจะมี iPad แปลภาษา หรือเครื่องบรรยายหูฟังให้ ส่วน "ไกด์ไทย" จะมีเป็นบางโปรแกรมเท่านั้น (ต้องอ่านตรงรายละเอียดแพ็กเกจดีๆ) แต่บอกเลยว่าภาษาไม่ใช่ปัญหา แค่จำเวลานัดขึ้นรถให้แม่นก็พอ
    Q: ถ้าไปสายหรือไม่ทันเวลานัด จะโดนทิ้งไหม? A: โดนทิ้งแน่นอน! รถบัสญี่ปุ่นตรงเวลาเป๊ะมาก ล้อหมุนคือล้อหมุน เขาไม่รอคนสายนะ แนะนำให้เผื่อเวลาเดินทางไปจุดนัดพบอย่างน้อย 15-20 นาที ถ้าหลงทางจะได้แก้ไขทัน
    Q: เปลี่ยนแผนกะทันหัน ขอยกเลิกแล้วคืนเงินได้ไหม? A: ข้อดีของ Klook คือทัวร์ส่วนใหญ่จะมีนโยบาย "Free Cancellation" (ยกเลิกฟรี) ถ้าแจ้งล่วงหน้าตามกำหนด เช่น 24 หรือ 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง แต่! ต้องเช็คเงื่อนไขของแต่ละทัวร์ให้ดีก่อนกดจอง เพราะบางอันที่เป็นโปรโมชั่นพิเศษอาจจะยกเลิกไม่ได้เลย
    ลดเพิ่ม5%เมื่อจองผ่านแอปครั้งแรก

    Klook คืออะไร?

    Klook คือแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียสำหรับการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เราคัดสรรประสบการณ์คุณภาพ ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทัวร์ท้องถิ่น การเดินทางภายในประเทศ ไปจนถึงที่พักหลากสไตล์ ครอบคลุมกว่า 3,400 จุดหมายทั่วโลก
    รองรับการใช้งานใน 15 ภาษา และสามารถชำระเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน ผ่านช่องทางชำระที่หลากหลาย ทำให้การจองกับ Klook สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
    Klook ก่อตั้งในปี 2014 มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางทุกคน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวใกล้บ้านหรือออกเดินทางไกล Klook พร้อมพาคุณเชื่อมต่อกับโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    🧡 ติดตาม Klook ได้ทาง

    more