• เลือกจุดหมายปลายทาง
  • เที่ยว Aqua Park Shinagawa มื้อค่ำชมวิวบนตึกสูง ตระเวนกินของอร่อยหลัง 5 โมงเย็นในแบบคนญี่ปุ่น EP.8 [ Misasaki x Klook ]

    Klook Team
    Klook Team
    14 มี.ค. 2020
    Cover
    สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ทุกคน
    วันนี้เรามาเที่ยวที่ Tokyo กันต่อเหมือนเดิมนะคะ
    การเดินทางตลอดทั้งวันมิกิ ก็ยังใช้บัตร JR Pass เป็นหลักค่ะ สะดวกสุด ๆ
    ว่าแล้วก็ไปกันเลย . . .
    ที่แรกที่มิกิจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวด้วยกันเนี่ย เป็นที่ที่ไปกันได้ทั้งครอบครัว
    ทั้งสนุก แล้วก็ได้ความรู้ด้วยค่ะ
    เพราะว่าเราจะไปกันที่ Aqua Park Shinagawa ไปดูสัตว์น้ำกัน
    วิธีเดินทาง คือ นั่งรถไฟสาย JR มาลงที่สถานี Shinagawa แล้วเดินตามป้ายไปแป๊บเดียวก็ถึง
    แต่ ๆ ๆ ๆ มาถึงสถานีแล้ว อย่าเผลอหลงแวะเข้าไปช็อปปิ้งก่อนนะคะ
    เพราะตรงสถานีมีร้านขายของ ร้านอาหารเยอะมากกก
    หรือถ้ามาแล้วไม่รีบ ก็แวะกินข้าวแถวนั้นก่อนก็ได้ค่ะ เพราะด้านในอควาเลี่ยมขายแค่ของว่าง กับ เครื่องดื่ม
    ตามป้าย ไม่หลงแน่นอน หรือ จะหลงเข้าร้านของกินไปก่อน -0-
    ถ้ากลัวหลง เปิด Google map เลยค่ะ
    มาถึงแล้ว Aqua Park Shinagawa
    ที่นี่เป็นอควาเรียม ที่มีทั้งแบบตู้ แบบอุโมงค์ มีเครื่องเล่น ที่ทานของว่าง โชว์การแสดงของปลา ฯลฯ
    ทั้งหมด 11 โซน
    Park Entrance เป็นโซนต้อนรับ จะมีโลโก้ของที่นี่ฉายอยู่ที่กำแพง
    Magical Ground เป็นเครื่องเล่นน่ารัก ๆ ให้เด็ก ๆ เล่นค่ะ
    Coral Cafe bar ที่นี่จะเป็นบาร์ขายอาหารว่าง เครื่องดื่ม บรรยากาศดีเลยล่ะ
    Jellyfish Ramble โซนนี้มีโชว์แมงกระพรุน แสง สี เสียง สวยมาก ๆ
    Little Paradise ดูปลาสวย ๆ แล้วก็สัวต์น้ำแปลก ๆ
    Wonder Tube อุโมงค์ใต้น้ำ ที่มีปลาสวย ๆ และหายาก ให้เราดูเพลิน ๆ
    Life Museum พิพิธภัณฑ์สิ่งมีชีวิตที่เหมือนงานศิลปะ
    Aqua Jungle สัตว์ที่อยู่รอบ ๆ แหล่งน้ำ
    Wild Street ดูนกเพนกวิ้น แมวน้ำ นาก แบบติดขอบกระจก
    Friendly Square ดูการแสดงของแมวน้ำ และ เพนกวิ้นได้ใกล้ ๆ
    The Stadium โชว์ปลาโลมา แบบใกล้ชิด
    ก่อนมา มิกิจองบัตรเข้าชมกับ Klook ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
    แค่เอา Voucher ที่ปริ้นมาแล้วไปยื่นตรงเคาท์เตอร์ ก็จะได้บัตรตัวจริงมา
    โบรชัวร์แผนที่ในอควาเลี่ยม มีหลายภาษาให้เลือก
    แล้วก็มีภาษาไทยด้วยค่ะ > . <
    โซนแรก ตอนที่ไปเป็น Theme Secret Sea ค่ะ
    สวยดี ตอนที่เราเอามือไปแตะกับฉาก มี Effect ผีเสื้อบินออกมา
    เครื่องเล่น ม้าหมุนสำหรับเด็ก ๆ
    แทนที่จะเป็นม้า เขาก็ใช้เป็นสัตว์น้ำมาแทน ดูแล้วน่ารักทุกตัวเลย
    มีใครสนใจอยากนั่งบนฉลามบ้างคะ อิ อิ
    นั่งเรือกันไหม . . . อันนี้เป็นเครื่องเล่นแบบไวกิ้งบ้านเราค่ะ
    แต่ถ้าจะเล่นอันนี้ต้องจ่ายเงินเพิ่มค่ะ ไม่ได้รวมในบัตรเข้าชม
    ตรงนี้มิกิชอบมากเลย
    ตรงหน้าตู้ปลาจะเป็นจอสัมผัส ในตู้จะเป็นสัตว์จริง ๆ
    แต่ตรงจอ จะเป็นรูป ข้อมูล ของสัตว์ชนิดนั้น ๆ เราจะย่อ ขยาย จับหมุนได้ 360 องศายังไงก็ได้
    เด็ก ๆ จะชอบมาก ผู้ใหญ่ก็ชอบเหมือนกัน น่าตื่นเต้นดีค่ะ
    โซนอาหารว่าง และ เครื่องดื่ม
    ตรงนี้จะโชว์พวกปะการังสวย ๆ ให้ดูค่ะ
    แล้วก็โต๊ะที่วางของดูว๊าวมาก ๆ กินไปดูปลาในตู้ไปด้วย
    โซนนี้ก็สวยมาก ๆ เขาเอาแมงกระพรุนมาจัดในตู้ทรงกระบอก
    แล้วจัดแสงให้สวย ๆ กับเปิดเพลงคลอเบา ๆ
    อันนี้ต้องไปดูด้วยตาค่ะ เพลินมาก ๆ ดูแมงกระพรุนค่อย ๆ ขยับตัว ตามจังหวะไฟ
    สวยมากจริง ๆ
    ตรงกลาง เป็นตู้ที่ให้คนมายืนถ่ายรูปได้
    ไฟเขาจะเปลี่ยนสีไปเรื่อย ๆ แมงกระพรุนที่ตัวใส ๆ ก็เลยสีเปลี่ยนตามไปด้วย
    ทุกตู้ดูเพลินมากค่ะ แอบเห็นคู่รักมาด้วยกันเยอะเลยล่ะ
    แต่ครั้งนี้มิกิมาคนเดียว ก็เลย . . . ถ่ายรูปคนเดียวก็ได้ อิ อิ
    อ่า ลืมเรื่องสำคัญไปเลย ถ้าจะถ่ายรูปห้ามใช้แฟลชนะคะ ไม่ว่ากับสัตว์ชนิดไหน
    มันอาจจะทำให้ตาเขาเสียได้ค่ะ
    ตรงนี้ห้องอาจจะไม่ใหญ่ แต่ก็อยู่นานพอสมควรค่ะ
    จะบอกยังไงดี คือดูแมงกระพรุนค่อย ๆ กระดึ๊บ ๆ แล้วก็เพลินดี สงบดีด้วยค่ะ
    พอดีเดินมาถึงช่วงโชว์โลมาพอดีเลย
    แนะนำว่าถ้าอยากเปียกให้เลือกลงไปนั่งด้านล่างนะคะ
    รับประกันความเปียก เพราะจะโดนโลมาแกล้งแน่นอน
    โชว์สนุกดีค่ะ แล้วที่ประทับใจคือ ที่นี่เขามีพื้นที่สำหรับผู้พิการด้วย
    จัดที่ไว้อย่างดีเลย ไม่ต้องโดนบัง เอาใจใส่ดีมาก ๆ
    เดินดูปลา ปะการัง
    ตรงอุโมงค์ปลาเยอะ แล้วก็ปลาสวยค่ะ
    มีเต่าด้วย
    ได้เจอปลาหายากแล้ว Sawfish กับ Manta Rays
    เจ้าฉลามปากเลื่อยกำลังหลับอยู่ ส่วนกระเบนราหูก็ว่ายอยู่บนหัวเลยค่ะ
    ตัวจริงของกระเบนราหูเนี่ย ยิ่งใหญ่มาก ยิ่งได้เห็นใกล้ ๆ ยิ่งตื่นเต้นสุด ๆ
    มีปลาสวย ๆ แล้วก็แปลก ๆ ให้ดูเรื่อย ๆ ด้วยค่ะ
    ค่อย ๆ เดินดูชิล ๆ ไป รู้สึกเหมือนได้เพิ่มพลังให้ตัวเองไปด้วย
    โซนสัตว์ที่อยู่รอบ ๆ แหล่งน้ำ
    มีนาก เพนกวิ้น แมวน้ำ เราเข้าไปยืนดูใกล้ ๆ เกาะขอบกระจกได้เลย
    พอยิ่งเข้ามาดูใกล้ ๆ ยิ่งรู้สึกว่าเจ้าพวกนี้น่ารักชะมัด
    ส่วนโซนโชว์เพนกวิ้น แมวน้ำ จะอยู่ outdoor ค่ะ
    แสดงเป็นรอบ ๆ ไป
    พอเดินดูสัตว์น้ำเสร็จ สบายใจแล้ว
    ตรงทางออกมีที่ให้เราช็อปปิ้งกันต่อ ของน่ารัก ๆ เยอะมากเลย
    โดยเฉพาะตุ๊กตาสัตว์น้ำแบบกลม ๆ
    ของอื่น ๆ ที่น่าพากลับบ้านหลายชิ้นเลย
    กระดาษ ปากกา ถุงเท้า กระเป๋า ผ้า ขนม ที่เป็นลายสัตว์ที่อยู่ในอควาเลี่ยม
    ถุงเท้าน่ารักมาก แต่น่าเสียดายนิดหน่อยตรงที่เป็นของเด็กเล็กค่ะ อดเลย T^T
    ที่ Aqua Park Shinagawa ถ้ามา เผื่อเวลาเดินสัก 3 ชั่วโมงขึ้นไปนะคะ
    เพราะว่าเดินเพลินมาก ๆ แค่ยืนดูแมงกระพรุนอย่างเดียวก็เกินครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ
    ที่นี่เปิดประมาณ 10.00 – 22.00 น. ( บางวันก็อาจจะเปิดเร็วกว่านี้ )
    ถ้าสนใจกดจองได้ตรงนี้เลยค่ะ Klook
    เริ่มจะหิวแล้ว . . . ตอนนี้เดี๋ยวเราไปกินมื้อเย็นกันค่ะ
    พิเศษตรงที่ว่า เราจะตามไปดูว่าหลัง 2 โมงเย็น ที่เป็นเวลาเลิกงานของคนญี่ปุ่นเนี่ย
    เขาไปกินที่ไหนกัน เราจะตามไปกินแบบนั้นค่ะ
    ทัวร์โตเกียวหลัง 5 โมงเย็น มิกิ จองมาจาก Klook เหมือนเดิม
    ตอนที่มาจะมีจุดนัดพบ แล้วมองหาชาวต่างชาติที่จับตัวรวมกลุ่มกันอยู่ค่ะ
    เขาจะมีไกด์พาเราไป
    อันนี้จำเป็นต้องมาตรงเวลานะคะ เพราะถ้ามาช้า เขาจะไม่รอนะ
    ตอนที่เจอไกด์แล้วก็เอา Voucher ให้เขาดูค่ะ
    ร้านแรกที่มา เป็นอาหารเสียบไม้ย่าง
    ในทริปนี้ จะมีสาเก หรือ เบียร์ ให้เราดื่ม 1 แก้ว
    แต่ถ้าสั่งเพิ่มอันนี้ต้องเพิ่มเงินเองน๊า
    แล้วร้านที่ไปนั่งกิน จะมี 2 ร้าน ก็แล้วแต่ว่าอยากจะดื่มร้านไหนค่ะ
    ถ้าร้านไหนไม่ดื่ม ปกติร้านที่ญี่ปุ่นจะมีน้ำดื่มบริการฟรีอยู่แล้ว
    มาเรียกน้ำย่อยกันก่อนเลย สลัดมักกะโรนี นุ่ม ๆ มัน ๆ ค่ะ
    ถ้ามาคนเดียว จะได้เป็น Set แบบนี้
    แต่ถ้ามาหลายคนจะได้หลายอย่าง แล้วแชร์กันในกลุ่ม
     
    มาว่ากันถึงรสชาติ ดีกว่าที่คาดไว้มาก ๆ อร่อยเลยล่ะค่ะ
    คิดว่าอร่อยกว่าร้านตามแหล่งท่องเที่ยวอีกนะ เห็นแล้วอยากเหาะไปกินอีกเลย
    อันนี้เป็นเต้าหู้ อร่อยมากเช่นกัน
    อันนี้แบ่งมาจากโต๊ะอื่นค่ะ
    เห็นเป็นผักธรรมดาแบบนี้ แต่ว่าอร่อยสุด ๆ เดาว่าซอสที่เขาทามาต้องมีส่วนแน่ ๆ
    อันนี้อร่อยจริง เนื้อสัตว์ว่าอร่อยแล้ว แต่ผักนี่คือขั้นกว่า
    แล้วก็มาต่อกันที่ร้านนี้ค่ะ
    เป็นร้านดังที่เห็นคนต่อแถวซื้อเรื่อย ๆ เลย ของขึ้นชื่อก็คือโมจิค่ะ
    อันนี้เราจะได้คนละ 1 ชิ้น ส่วนไส้แล้วแต่เลือกเลยค่ะ
    มิกิเลือกไส้แอปริคอทมา
    แป้งด้านนอกนุ่มาก ๆ เลย
    ด้านในก็ไส้ทะลัก มีแอปริคอท กับอีกอย่าง ที่มิกิเดาว่าน่าจะเป็นเผือก
    รสชาติจะหวาน นุ่ม มีเปรี้ยวนิด ๆ ค่ะ อร่อยดี ( อยากเบิ้ลอีกเช่นกัน )
    มาถึงร้านสุดท้าย ที่ถนนมอนจายากิ
    เส้นนี้จะมีร้านมอนจายากิอยู่หลายร้านเลยค่ะ
    เพื่อน ๆ อาจจะ งง ว่า มอนจายากิ มันเป็นยังไงใช่ม๊า
    คือเขาก็คล้าย ๆ กับโอโคโนมิยากิ ที่เอาผัก เนื้อสัตว์ มาผสมกับแป้ง แล้วเทลงกระทะค่ะ
    แต่จะต่างกันตรงที่ มอนจายากิ จะนิ่ม ๆ ยืด ๆ ไม่แข็ง
    โต๊ะนึงจะนั่ง 4 คน แบบแชร์กันค่ะ
    ก็ต้องตกลงกันหน่อยว่าจะเลือกหน้าอะไรดี
    เราจะได้ไม้พายเล็ก ๆ มาคนละอันเอาไว้ตัก มอนจายากิ มากินค่ะ
    จะว่าไปก็อร่อยเหมือนกันนะ มันอาจจะแปลก ๆ ตอนที่กินตอนแรก ๆ
    ตอนกินต้องคอยดูเตาด้วยนะคะ เพราะถ้าเราทิ้งบนเตานานไปมันจะไหม้เกรียมเลยแหละ
    ตรงถนนเส้นนี้มีร้าน เมล่อนปัง เจ้าดังขายอยู่ด้วย
    ต้องกินตอนที่ยังอุ่น ๆ อยู่
    ด้านนอกหอม กรอบ ด้านในนุ่ม ๆ รสจะออกหวานนิด ๆ แต่หอมมากค่ะ
    แต่ถ้าเอากลับบ้านมันจะเหนียว อร่อยสู้ต้องทำใหม่ ๆ ไม่ได้น๊า
    แล้วทริปทัวร์ ( กิน ) โตเกียวหลัง 5 โมงเย็น ก็จบเรียบร้อยค่ะ
    เป็นร้านที่ไม่เจอชาวต่างชาติเลย เจอแต่คนญี่ปุ่นล้วน ๆ
    อาหารรสชาติดี โดยเฉพาะอาหารเสียบไม้ย่างค่ะ ดีมากกกก
    สรุปใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
    แนะนำว่าถ้าจะไปทัวร์กิน ที่ต้องจับกลุ่มแบบนี้
    ควรมากันอย่างน้อย 2 คนขึ้นไปหรือ 4 คนค่ะ
    มาญี่ปุ่นทั้งที ก็ไม่ควรพลาดอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมค่ะ
    ร้านที่มิกิพาเพื่อน ๆ มาวันนี้ เป็นร้านอาหารแบบไคเซกิระดับมิชลิน สตาร์ เลยค่ะ
    อาหารแบบไคเซกิ คือ คอรส์อาหารที่มาเป็นจานเล็ก ๆ แต่ว่ามีหลายอย่าง
    ใช้วัตถุดิบที่มีในช่วงฤดูกาลนั้น ๆ
    ร้าน Sakuragawa ย่าน Nihonbashi ที่จองมาจาก Klook ค่ะ
    กำลังคิดว่าถ้าให้เรามาตามหาร้านอาหารแบบนี้เอง คงนึกไม่ออกแน่ว่าจะไปกินที่ไหน
    ในเวป Klook มีร้านอาหารที่น่าสนใจมาแนะนำหลายร้านเลยค่ะ
    ไม่ต้องไปลุ้นจองหน้าร้านด้วย เราจองจากไทยไปก่อน แล้วปริ้น Voucher เอาไปให้ร้านดูก็พอ
    ง่ายสุด ๆ
    พอเดินเข้ามาแล้วด้านในจะมีแบบห้องส่วนตัว กับ แบบโต๊ะที่มีฉากกั้นค่ะ
    จัดแบบสไตล์ญี่ปุ่นย้อนยุค พนักงานใส่ชุดยูกาตะ แล้วก็เปิดเพลงบรรเลงสบาย ๆ
    อาหารจานแรกมาแล้ว > . <
    สำหรับมิกิความน่าตื่นเต้นของอาหารแบบไคเซกิ ก็คือ จะมีอะไรมาบ้างนะ
    อันนี้พอพนักงานมาเสิร์ฟก็จะอธิบายเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ ค่ะว่าคืออะไร กินยังไง
    ในนี้มี หนวดหมึก เด้ง ๆ ราดซอสโชยุ รสเค็มนิด ๆ กับ เห็ด
    ตรงกลางเป็นพีชในเยลลี่ ( แต่มันเหมือนบ๊วยจีนที่คล้ายเงาะ แต่ตรงขนมันจะแน่น ๆ แล้วกินได้ นึกชื่อไม่ออก ) อันนี้ก็หวาน ๆ ดีค่ะ
    ชิ้นสีขาว เป็นหล่อไม้ฝรั่งสีขาว นุ่ม ๆ รสนุ่ม ๆ
    ส่วนในถ้วยเป็นหมึกค่ะ หนึบ ๆ รสแปลก ๆ เพราะไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่
    ซูปแบบญี่ปุ่น ข้างใต้มีเยลลี่ที่ทำจากสาหร่ายอร่อยดี ชอบเลย
    ปลาสดเนื้อเด้ง ๆ น้ำซุปรสนุ่มกำลังดี หวานนิด ๆ เค็มหน่อย ๆ
    รวม ๆ แล้วอร่อยค่ะ ชอบมาก
    หนัง & ซาชิมิเนื้อปักเป้า กับซอสสูตรพิเศษ
    ซอสที่มีส่วนผสมของซีทรัส ให้ความสดชื่น หอม ๆ กับหนังหนุบ ๆ หยุ่น ๆ
    กับเนื้อเด้ง ๆ ของปักเป้าเข้ากันสุด ๆ
    อร่อยค่ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงยอมเสี่ยงชีวิตกินปักเป้า
    เรือมาแล้ว . . . เรือซาชิมิ กับ ปลาตัวเล็ก ๆ ที่เอามาทำเป็นแครกเกอร์
    อาหารสดดี โดยเฉพาะชิ้นแดง ๆ กัดเข้าไปปุ๊บ มันนุ่ม มันยุ่ย มันละลายไปเลย
    แค่ 2 ชิ้นไม่น่าจะพอ >.< ( ไม่มั่นใจว่าเป็นโอโทโร่หรือเปล่า )
    แต่คือดีมากกกกก
    ในนี้มี ปลาตากแห้ง จะเค็ม ๆ หน่อย ๆ
    หอย ( ไม่มั่นใจว่าเป๋าฮื้อหรือเปล่า ) สด เนื้อเด้ง ๆ ดึ๋ง อร่อยมาก
    แซลมอนรมควัน หอม ๆ เค็ม ๆ ขาปู สด หวาน อร่อย
    ในฟรอยด์สีทอง เป็นเนื้อที่ราดซอสมา นุ่ม ตัวซอสรสบาง ๆ ชิล ๆ
    ในถ้วยเล็กเป็นไข่แซลมอน
    จานนี้มี เท็มปุระกุ้งเล็ก ๆ ปลาแม่น้ำตัวเล็กทอด
    ไข่หอยเม่น หอย
    ทั้งหมดนี้เวลากินให้จิ้มเกลือ อร่อยดีเหมือนกัน
    จานนี้มีถั่วแรกญี่ปุ่น ฟักทอง แล้วก็อีกอันไม่รู้ค่ะ เรียกชื่อไม่ถูก – –
    อันนี้รสเค็มนิด ๆ อ่อน ๆ ค่ะ ลื่นคอ
    มาถึงตรงนี้ เห็นมาจานเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มิกิเริ่มอิ่มแล้วล่ะค่ะ
    ข้าวหน้าปลา กับ เครื่องเคียง
    จานนี้เป็นเมนคอร์ส เขาจะมีตัวเลือกให้เราค่ะว่าจะเลือกอะไร ( น่าจะเลือกจาก 3 อย่าง )
    มิกิเลยเลือกปลามา แต่ไม่รู้ว่าปลาอะไร
    รสชาติจะจืด ๆ หน่อยสไตล์ญี่ปุ่น เนื้อปลาดีมาก หยุ่น ๆ ร่วน ๆ ฟิลปลาทูแต่ไม่เค็ม
    ชอบเนื้อปลา อร่อย
    มาถึงของหวานแล้ว อันนี้ไม่ต้องเลือก เขาจัดมาให้เลย
    ของหวาน 2 กับ ชาเขียว 1
    พุดดิ้ง อันนี้อร่อยมาก
    เนื้อพุดดิ้งหวาน หอม ผลไม้หวานอร่อย
    รวมแล้วดีระดับสั่งเพิ่มอีกโหลได้ไหม
    วาราบิโมจิ เป็นวาราบิแบบใส ๆ นุ่ม หนืด ที่ผงคินาโกะ ซอส แล้วท็อปด้วยกลีบซากุระแห้ง
    ตั้งแต่กินวาราบิโมจิมา ที่นี่คือที่สุดค่ะ อร่อยแบบ T^T ฮือ ๆ ๆ จะไปหาที่ไหนกินแบบนี้ได้อีกล่ะเนี่ย
    โมจิ ปกติว่านุ่มแล้วแต่อันนี้นุ่มกว่ามาก แล้วกลีบซากุระจะเค็ม ๆ หน่อย
    พอกินด้วยกันแล้ว โอ้ยยย
    อาหารว่าดีแล้ว ของหวานนี้ยกโล่ให้เลยจริง ๆ
    ส่วนชาเขียว หอม เข้มข้นดีค่ะ
     
    เสียดายตรงที่ร้านนี้มีเป็นคอร์ส พนักงานพอพูดอังกฤษได้แต่ไม่เก่งมาก ( แต่ดูแลดีนะ น้องเขาน่ารักดี )
    ก็เลยไม่รู้ว่าของหวานถ้าเราจะสั่งเพิ่มแล้วจ่ายส่วนต่างจะได้หรือเปล่า
    เพราะ . . . อร่อยจริง ๆ
    ที่จริงยังมีร้านอาหารระดับระดับมิชลิน สตาร์  ร้านอื่นอีกค่ะ
    แต่ว่าทริปนี้มิกิมาคนเดียวก็เลยต้องเลือกร้านที่จองแบบคนเดียวได้
    เพราะว่าบางร้านรับจองจำนวน 2 คนขึ้นไป เพื่อน ๆ ลองเช็คดูได้จาก Klook เลยนะคะ
    ร้านเด็ด ๆ ที่น่าสนใจมีอีกหลายที่เลยล่ะ
    มิกิว่า มาถึงตรงนี้เพื่อน ๆ หลายคนอยากจะลองตามมาเที่ยว มากินที่ญี่ปุ่นจริง ๆ แล้วใช่ม๊า
    แต่ละฤดูของญี่ปุ่น อากาศ วิว ก็ต่างกัน อาหาร ผลไม้บางชนิดด้วย
    ถ้ามาคนละฤดูกัน ก็น่าจะได้ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นคนละแบบกับมิกิก็ได้นะคะ
    แต่ . . . ทริปนี้ยังไม่จบน๊า เพราะว่าเราจะไปเที่ยวที่ Osaka กันต่อ
    จากโตเกียว นั่ง Shinkansen ไปลงโอซาก้า ด้วยรถไฟขบวน Green Car
    ที่เขาเปรียบเหมือนชั้นนักธุรกิจ จะเป็นยังไง เจอกับครั้งหน้านะคะ
    อย่าลืมมาเจอกันน๊า
    Sponsor by Klook ( ตั้วเครื่องบิน – ที่พัก – กิจกรรมทั้งหมดของ Klook )
    โครงการ Klook กูรูท่องโลก
    โครงการที่รับสมัครกูรูไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น/เกาหลี ค้นหาที่เที่ยวใหม่ ๆ อาหารที่น่าสนใจ และ ได้มิกิเองได้ชนะการคัดเลือกมาเป็นตัวเเทนของประเทศไทย ในการทำทำกิจกรรมจาก Klook แบบฟรี ๆ ค่ะ
    โปรโมชั่น หรือ กิจกรรมดี ๆ แบบนี้ เพื่อน ๆ ติดตามกันได้ที่
    แนะนำสำหรับคุณ