jr-pass-klook

ถ้าหากคุณวางแผนจะเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น คุณก็อาจจะพอรู้ว่าในการเดินทางภายในประเทศญี่ปุ่นนั้น จะต้องเดินทางโดยสารด้วยรถไฟโดยสารญี่ปุ่นหรือที่ใคร ๆ หลายคนรู้จักกันในชื่อ Japan Rail หรือ JR นั่นเอง ซึ่งสำหรับคนที่มีการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นในหลาย ๆ เมืองหรือทั่วทุกภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่น การทำการสั่งซื้อบัตรโดยสารรถไฟ JR Pass นั้นจะทำให้คุณสามารถเดินทางภายในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสะดวกสบาย และประหยัดกว่าการซื้อบัตรโดยสารทีละเที่ยว อีกทั้งคุณยังสามารถใช้บัตรโดยสาร JR Pass ในการเดินทางโดยสารประเภทอื่น ๆ  อาทิเช่น รถบัสโดยสารหรือเรือเฟอร์รี่ได้อีกด้วย

JR Pass คืออะไร?

JR มีกี่สาย

JR Pass หรือชื่อเต็ม ๆ ที่เรียกว่า Japan Rail Pass คือ บัตรโดยสารรถไฟญี่ปุ่นที่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้สามารถเดินทางด้วยรถไฟทุกขบวนภายในประเทศญี่ปุ่นสำหรับทุกภูมิภาคภายใน 90 วัน* โดยเป็นการร่วมมือกับผู้ให้บริการรถไฟโดยสารญี่ปุ่นทั้ง 6 บริษัท โดยแบ่งตามภูมิภาคของประเทศ ได้แก่

  • JR-Hokkaido โดยสามารถใช้เดินทางกับรถไฟ JR Hokkaido ทุกชนิด (ยกเว้น ฮอกไกโด ชินคันเซ็น) รวมไปถึงรถบัสโดยสาร JR Bus ภายในฮอกไกโดได้อย่างไม่จำกัด โดยมีประเภทของบัตรตามจำนวนการใช้งานดังต่อไปนี้
  • JR-East โดยสามารถใช้เดินทางกับรถไฟ JR East Japan มีดังต่อไปนี้
    • JR East Pass (ในพื้นที่ Tohoku) เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปยัง Aomori, Nikko, Sendai และ Akita ใช้ได้กับรถไฟชินคันเซ็น, รถไฟนาริตะ เอ๊กซ์เพรส, รถบัส BRT และโตเกียว โมโนเรล
    • JR East Pass (ในพื้นที่ Nagano, Niigata)  เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปยัง Nagano และ Niigata ใช้ได้กับรถไฟชินคันเซ็น, รถไฟนาริตะ เอ๊กซ์เพรส และโตเกียว โมโนเรล
    • JR Tokyo Wide Pass เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางภายในโตเกียวและคันโต ใช้ได้กับรถไฟชินคันเซ็น, โตเกียวโมโนเรล, Izu Kyuko, Fujijyu Railway ฯลฯ
    • JR Tohoku – South Hokkaido Rail Pass เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังไปในช่วงทางตอนใต้ของฮอกไกโดและภายใน Tohoku ใช้ได้กับรถไฟชินคันเซ็น JR Hokkaido (ทางตอนใต้ของ Hokkaido), JR East (ในพื้นที่ Tohoku รวม BRT), รถไฟ Aoimori Railway, Iwate Galaxy Railway และ Sendai Airport Transit
    • JR East-South Hokkaido Rail Pass เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังไปในช่วงทางตอนใต้ของฮอกไกโดและในพื้นที่ Kanto และ Tohoku ใช้ได้กับรถไฟชินคันเซ็น JR Hokkaido (ทางตอนใต้ของ Hokkaido), JR East (ในพื้นที่ Kanto และ Tohoku รวม BRT), รถไฟ Aoimori Railway, Iwate Galaxy Railway, รถไฟท้องถิ่น Shimo-imaichi, Tobu-nikko/Kinugawa-onsen และ Sendai Airport Transit

      จองบัตรโดยสาร JR East Tohoku คลิกเลยที่นี่!

  • JR-Central เหมาะสำหรับผู้ที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นตอนกลาง โดยมีประเภทของบัตรตามจำนวนการใช้งานดังต่อไปนี้
  • JR-West เหมาะสำหรับผู้ที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก โดยมีประเภทของบัตรตามจำนวนการใช้งานดังต่อไปนี้
  • JR-Shikoku เหมาะสำหรับผู้ที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นพื้นที่ Shikoku โดยมีประเภทของบัตรตามจำนวนการใช้งานดังต่อไปนี้
  • JR-Kyushu เหมาะสำหรับผู้ที่ท่องเที่ยวเดินทางภายในญี่ปุ่นตอนใต้ โดยมีประเภทของบัตรตามจำนวนการใช้งานดังต่อไปนี้

JR พาส ขึ้นราคา

และสำหรับใครที่วางแผนจะเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแบบทั่วทุกภูมิภาค หรือมีการเดินทางมากกว่า 2-3 ภูมิภาคขึ้นไป บัตรโดยสารรถไฟญี่ปุ่น JR Pass แบบทั่วภูมิภาค นั้นอาจจะตอบโจทย์การเดินทางของคุณ และคุ้มค่ามากกว่าการซื้อบัตรโดยสารแยกแต่ละเที่ยว โดยมีประเภทของบัตรตามจำนวนการใช้งานดังต่อไปนี้

  • บัตรโดยสาร JR Pass สำหรับทุกภูมิภาคในประเทศญี่ปุ่น 7 วัน
  • บัตรโดยสาร JR Pass สำหรับทุกภูมิภาคในประเทศญี่ปุ่น 14 วัน
  • บัตรโดยสาร JR Pass สำหรับทุกภูมิภาคในประเทศญี่ปุ่น 21 วัน

*หมายเหตุ: JR Pass นั้นไม่สามารถใช้โดยสารกับรถไฟ Nozomi และ Mizuho ในเส้นทาง Tokaido, Sanyo และ คิวชู ชินคันเซ็น

จองบัตรโดยสาร JR Pass สำหรับทุกภูมิภาคในประเทศญี่ปุ่น คลิกเลยที่นี่!

บัตร JR Pass ครอบคลุมการเดินทางภายในประเทศญี่ปุ่นอะไรบ้าง?

ซื้อ JR pass ที่ klook

การโดยสารด้วยรถไฟโดยสาร

  • สามารถใช้ได้กับรถไฟอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท JR Group Railways-Shinkansen หรือรถไฟหัวกระสุน (Bullet Trains) ยกเว้น รถไฟ Nozomi และ Mizuho , รถไฟ Limited Express Trains, รถไฟด่วนพิเศษ Express Trains, และรถไฟด่วน หรือรถไฟท้องถิ่น Rapid หรือ local trains และ BRT หรือรถบัสโดยสารด่วนพิเศษ Bus Rapid Transit
  • สามารถใช้ได้กับ รถไฟรางเดียวหรือ Tokyo Monorail
  • สามารถใช้ได้กับบริการรถไฟ Aoimori Railway ระหว่าง Aomori และ Hachinohe (สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟโดยสารท้องถิ่นหรือรถไฟด่วนที่ครอบคลุมในพื้นที่ Hachinohe และ Aomori, Aomori และ Noheji, และ  Hachinohe และ Noheji) โดยบัตรโดยสารจะไม่ครอบคลุมหากคุณได้ทำการลงที่สถานีอื่น ๆ เมื่อคุณโดยสารเส้นทาง Aoimori Railway line และลงนอกจากสถานี Aomori, Noheji และ Hachinohe
  • สามารถใช้ได้กับการเดินทางในเส้นทาง IR Ishikawa Railway ระหว่าง Kanazawa และ Tsubata แต่อย่างไรก็ตาม บัตรโดยสารจะครอบคลุมสำหรับการเลือกโดยสารโดยรถไฟโดยสารท้องถิ่นหรือรถไฟ limited express เมื่อทำการโดยสารระหว่างสองสถานีเท่านั้น โดยการบัตรโดยสารจะไม่ครอบคลุมหากคุณทำการลงที่สถานีภายในหรือภายนอกการให้บริการ ไม่รวมสถานี Kanazawa หรือ Tsubata
  • สามารถใช้ได้ในการเดินทางในเส้นทาง Ainokaze Toyama Railway ระหว่าง Toyama และ Takaoka แต่อย่างไรก็ตาม บัตรโดยสารจะครอบคลุมสำหรับการเลือกโดยสารโดยรถไฟโดยสารท้องถิ่นหรือรถไฟ limited express เมื่อทำการโดยสารระหว่างสองสถานีเท่านั้น โดยการบัตรโดยสารจะไม่ครอบคลุมหากคุณทำการลงที่สถานีภายในหรือภายนอกการให้บริการ ไม่รวมสถานี Toyama หรือ Takaoka

การโดยสารด้วยรถบัสโดยสาร

สามารถใช้ได้กับเส้นทางการเดินทางภายในท้องถิ่นของรถบัตรโดยสาร JR Bus อาทิเช่น Jr Hokkaido Bus, JR Bus Tohoku, JR Bus Kanto, JR Tokai Bus, West Japan JR Bus, Chugoku JR Bus, JR Shikoku Bus, JR Kyushu Bus เป็นต้น

การโดยสารด้วยเรือโดยสารเฟอร์รี่

สามารถใช้ได้กับเรือโดยสารเฟอร์รี่ JR-West Miyajima เท่านั้น

Jr Pass มีที่นั่งกี่ประเภท และมีความแตกต่างอย่างไร?

jr-101-ที่นั่ง

สำหรับรถไฟ JR ด้วยทั่วไปแล้วจะมีที่นั่งเป็นแบบประเภทมาตรฐานหรือ Ordinary Car แต่ถ้าในบางเส้นทางที่มีระยะไกล ก็จะมีที่นั่งประเภทชั้น 1 หรือ Green Cars โดยคุณสามารถเลือกประเภทที่นั่งได้ 2 ประเภท ได้แก่

  • ที่นั่งประเภทมาตรฐาน หรือ Ordinary ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นั่งได้สบาย ซึ่งที่นั่งประเภทมาตรฐานนี้อาจจะมีผู้โดยสารหนาแน่นกว่าที่นั่งประเภทชั้น 1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานียอดนิยม หรือเส้นทางท่องเที่ยวยอดฮิต
  • ที่นั่งประเภทชั้น 1 หรือ Green Car โดยสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์รูปใบโคลเวอร์ 4 แฉก อยู่ข้างขบวน ให้คุณเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสะดวกสบายและมีพื้นที่กว้างขวางยิ่งขึ้นภายในขบวนรถไฟชินคันเซ็นทุกขบวน รวมไปถึงรถด่วน Tokkyu โดยคุณต้องทำการสำรองที่นั่งได้ที่ศูนย์บริการการท่องเที่ยว (Travel Service Center), “Midori-no-madoguchi” (สำนักงานจำหน่ายตั๋ว) ที่สถานี JR หรือสำนักงานขายของตัวแทนจำหน่าย JR จากนั้น แสดงตั๋ว JR Pass ของคุณและขอทำเรื่องสำรองที่นั่งบนขบวนรถไฟที่คุณต้องการทุกครั้งก่อนการทำการโดยสาร ซึ่งในบางขบวนนั้นอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการทำการสำรองที่นั่ง โดยความแตกต่างของที่นั่งประเภทชั้น 1 กับประเภทมาตรฐาน มีดังต่อไปนี้
    • มีพื้นที่ของที่นั่งที่กว้างและสบายกว่าที่นั่งแบบมาตรฐาน
    • ที่นั่งสามารถปรับระดับได้ 40 องศา
    • สามารถปรับระดับองศาที่พักเท้าได้
    • มีพื้นที่ในการพักวางเท้าที่กว้างขึ้น
    • แต่ละที่นั่งมีการรองรับวิทยุ
    • มีบริการขนมทานเล่นสำหรับรถไฟสายคิวชู
    • หน้าต่างมีขนาดกว้างขึ้น ให้คุณชื่นชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของญี่ปุ่นในมุมกว้างยิ่งขึ้น
    • มีพื้นที่สำหรับให้สูบบุหรี่โดยเฉพาะ
    • มีบริการนิตยสารให้อ่านภายในขบวน
    • ไม่จำเป็นต้องต่อคิวเพื่อเข้าขบวน

 ขั้นตอนการรับบัตรโดยสารรถไฟญี่ปุ่น JR Pass เมื่อทำการสั่งจองที่ Klook

JR-pass-ส่วนลด

พิเศษ! จองบัตรโดยสารรถไฟญี่ปุ่น JR Pass แบบทั่วภูมิภาคได้ล่วงหน้า 6 เดือน!* ที่ Klook และสามารถเลือกรับ Exchange  Order ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้เเล้ว!* เร็วกว่า! เพียง 3 – 5 วันทำการ*

สถานที่รับ Exchange Order: 

📍 ชั้น B โซน RC6 (ติดกับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรลลิงค์) สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK)

⏰ เวลาทำการ: 08:00-23:00 น. ทุกวัน

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
*สำหรับบัตร JR บางประเภทเท่านั้น

โปรดีขนาดนี้ อย่างนี้ต้องลา มะ?

โปรโมชั่น Klook

ให้ทริปสิ้นปีของคุณฟินไปได้หลายเท่า ด้วยส่วนลดจากโปรโมชั่น Klook ลามะ?

ลดสูงสุด 400 บาท

เมื่อทำการจองกิจกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกผ่าน Klook ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท*

ยื่นใบลา แล้วไปเที่ยวรอบโลกกับ Klook คลิกเลยที่นี่!

 เพียงใช้โค้ด “LLAMAKLOOK”

วันนี้ – 31 ธ.ค. 2562

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

บทความที่คุณไม่ควรพลาดจาก Klook

Facebook Comments