ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันรางวัลยอดเยี่ยมของ Klook

รับส่วนลด US$1.3 สำหรับการจองครั้งแรกของคุณผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ด้วยรหัสโปรโมชั่น 'mobile10'


[Swiss Rail Pass] คู่มือเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ใน 1 สัปดาห์ด้วยบัตรรถไฟสุดคุ้ม

27 ส.ค. 2018

Bon Pongphop

Klook Travel Curator

สำรวจประเทศสวิตเซอร์แลนด์โดยรถไฟ

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นชื่อในเรื่องของทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงามและอุดมสมบูรณ์ ซึ่งหากคุณต้องการสำรวจประเทศแห่งนี้อย่างทั่วถึง คงจะไม่มีวิธีใดที่จะดีไปกว่าการนั่งรถไฟอีกแล้ว! ด้วยวิวทิวทัศน์ของเนินเขาอันเขียวชอุ่มและเทือกเขาสวิสแอลป์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ พนันได้เลยว่า คุณจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเดินทางของคุณไปกับการมองทัศนียภาพอันงดงามนอกหน้าต่างอย่างแน่นอน! และในวันนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับบัตร Swiss Rail Pass รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ที่คุณไม่ควรพลาด

บัตร Swiss Rail Pass คืออะไร?

บัตร Swiss Rail Pass คือบัตรที่จะทำให้คุณสามารถเดินทางสำรวจทั่วประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้โดยรถไฟ, รถบัส และเรือ ที่ดำเนินการโดย Swiss Travel System คุณจะไม่ต้องเสียเวลาไปกับซื้อบัตรโดยสารใหม่ทุกครั้งที่คุณต้องการเดินทาง ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณประหยัดเวลาแล้ว ยังทำให้คุณประหยัดเงินได้อีกด้วย นอกจากนี้ คุณยังจะได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อบัตรโดยสารรถไฟ TGV Lyria ในราคาพิเศษ สำหรับเส้นทางในประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย โปรดตรวจสอบ แผนที่ นี้สำหรับพื้นที่ที่ครอบคลุมการใช้งานบัตร Swiss Rail Pass ทั้งหมด

และนอกจากเรื่องของทางเดินทางแล้ว คุณยังสามารถแสดงบัตร Swiss Rail Pass ของคุณเพื่อรับสิทธิ์ในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการต่าง ๆ กว่า 500 แห่งฟรีอีกด้วย

บัตร Swiss Travel Pass

บัตร Swiss Travel แบบใช้ติดต่อกัน (3, 4, 8 หรือ 15 วัน), บัตร Swiss Half Fare Card และบัตร Swiss Transfer Ticket มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Klook สำหรับผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศ ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, มาเก๊า, จีน, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ไทย และเวียดนาม เมื่อคุณทำการจอง คุณจะต้องระบุที่อยู่ในการจัดส่งที่หน้าชำระเงิน และคุณจะได้รับบัตรของคุณผ่านทางไปรษณีย์ภายใน 7 วันทำการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ดูกิจกรรมนี้

[E-Ticket] บัตร Swiss Travel Pass E-Ticket (แบบใช้ติดต่อกัน 3, 4, 8 หรือ 15 วัน)

บัตร E-Ticket นี้ ต่างจากบัตร Eurail Pass แบบทั่วไป เพราะคุณสามารถพิพม์บัตรได้เองที่บ้าน! เพียงทำการสั่งซื้อบัตรผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Klook จากนั้นพิมพ์บัตรของคุณออกมา และคุณก็สามารถออกเดินทางได้ทันที วิธีการนี้ จะทำให้คุณสามารถรับบัตรได้เลยภายใน 1 วันหลังจากทำการสั่งซื้อ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาและไม่ต้องการรอรับบัตรเป็นเวลานาน!

ดูกิจกรรมนี้

บัตร Swiss Transfer Ticket

บัตร Swiss Transfer Ticket เป็นบัตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น! คุณสามารถเดินทางได้อย่างอิสระระหว่างสนามบินหรือสถานีพรมแดนของสวิสและตัวเมืองได้ตามที่คุณต้องการ โดยบัตรนี้จะสามารถใช้งานได้ 2 วัน ภายในระยะ 1 เดือน

ดูกิจกรรมนี้

บัตร Swiss Half Fare Card

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าคุณจะเริ่มออกเดินทางเมื่อไหร่ และต้องการความยืดหยุ่นในการเดินทางและประหยัดเงินมากขึ้น บัตร Swiss Half Fare Card นี้ ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณมากที่สุด! เพลิดเพลินไปกับส่วนลดสูงสุดถึง 50% ในการซื้อบัตรโดยสารต่าง ๆ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นเวลานานถึง 1 เดือน และออกเดินทางทั่วประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างง่ายดาย

ดูกิจกรรมนี้

การสำรองที่นั่ง

คุณจำเป็นต้องทำการสำรองที่นั่งสำหรับรถไฟความเร็วสูง, รถไฟระหว่างประเทศ, รถไฟชมวิว และรถไฟตู้นอนส่วนใหญ่ โดยคุณสามารถทำการสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้สูงสุด 3 เดือนก่อนการเดินทาง แต่คุณจำเป็นจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการสำรองที่นั่งบนรถไฟเหล่านี้ด้วย

กำหนดการเดินทาง: 7 วันกับการสำรวจเมืองยอดนิยมในสวิตเซอร์แลนด์

วันที่ 1: ซูริค (Zurich)

ซูริค เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย! คุณจะได้พบกับที่สุดแห่งสถาปัตยกรรม, ประวัติศาสตร์อันเฟื่องฟู และแหล่งช้อปปิ้งที่หรูหราที่สุดในโลก หากคุณเดินทางมายังเมืองซูริคเป็นครั้งแรก เราขอแนะนำให้ลองแวะไปดู 10 สถานที่ห้ามพลาด สำหรับผู้ที่เดินทางมายังเมืองซูริคเป็นครั้งแรก!

หรือเข้าร่วมทัวร์สำรวจไฮไลต์ของเมืองซูริคเป็นเวลาครึ่งวัน และปล่อยให้ไกด์ของคุณนำคุณไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่าง ๆ ของเมือง พร้อมเรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจมากมายของเมืองแห่งนี้

ดูกิจกรรมนี้

วันที่ 2 -3: ลูเซิร์น (Lucerne)

ขึ้นชื่อในเรื่องสถาปัตยกรรมจากยุคกลางและยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ลูเซิร์น คือหนึ่งในเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หากคุณเป็นคนที่หลงใหลในเรื่องราวประวัติศาสตร์ อย่าลืมแวะไปที่ Altstadt (ย่านเมืองเก่า) หรือ Kapellbrücke (สะพานชาเพล) แต่หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ที่นี่มีภูเขา 2 ลูกที่คุณไม่ควรพลาด

ดูกิจกรรมนี้

1. เขาทิตลิส (Mount Titlis)

ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าหมุน 360 องศาแห่งแรกของโลก เพื่อไปยัง ยอดเขาทิตลิส จากที่นั่น คุณสามารถท้าความกลัวของคุณได้ด้วยการเดินบนสะพานแขวนที่สูงที่สุดในประเทศ หรือลองขึ้น Ice Flyer (กระเช้าลอยฟ้าแบบห้อยขา) เพื่อชมความงดงามของเทือกเขาแอลป์

หากคุณเดินทางมาพร้อมกับครอบครัว คุณสามารถพาคุณหนู ๆ ไปยังลานน้ำแข็งได้ ซึ่งพวกเขาจะได้เล่นสไลเดอร์ลงเขาบนกระดานลากเลื่อนและม้าโยกขนาดเล็ก

จองทัวร์เขาทิตลิสครึ่งวันจาก Klook ซึ่งมาพร้อมกับการเดินทางไปกลับจากสถานีรถไฟเมืองลูเซิร์น และบัตรโดยสารกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปยังยอดเขาทิตลิส! ด้วยวิธีนี้ คุณจะไม่กังวลเกี่ยวกับการหาทางขึ้นเขาด้วยตัวเองเลย

ดูกิจกรรมนี้

2. เขาพิลาทุส (Mount Pilatus)

อีกหนึ่งเขาที่คุณไม่ควรพลาดก็คือ ภูเขาแห่งมังกร หรือที่รู้จักกันในชื่อ เขาพิลาทุส แนวเขาอันยิ่งใหญ่นี้ จะทำให้คุณสามารถมองเห็นเมืองลูเซิร์นได้ทั้งเมือง และโด่งดังในเรื่องตำนานมังกรและจิตวิญญาณของป็อนติอุส ปีลาตุส (ผู้สั่งประหารพระเยซู)

ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปยังยอดเขา และเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันน่าทึ่งจากจุดชมวิวด้านบน โดยไฮไลต์ของทริปนี้ คือการเดินทางลงเขาด้วยรถไฟล้อเฟืองที่มีความชันที่สุดในโลก! ก่อนจะสิ้นสุดทริปด้วยการล่องเรือในทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the Four Cantons) กลับไปยังเมืองลูเซิร์น

จองทัวร์สำรวจยอดเขาพิลาทุสของคุณกับ Klook และเพลิดเพลินไปกับการเดินทางไปกลับระหว่างสถานีรถไฟเมืองลูเซิร์น! ซึ่งจะทำให้คุณจะไม่ต้องวุ่นวายไปกับการเดินทางตลอดทริป สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมผัสกับความงดงามของทัศนียภาพอันน่าทึ่ง

ดูกิจกรรมนี้

วันที่ 4: อินเตอร์ลาเคน (Interlaken)

อินเตอร์ลาเคน คือสรวงสวรรค์ของผู้ที่หลงใหลในกิจกรรมกลางแจ้ง นอกจากภูมิทัศน์อันงดงามของเทือกเขาแอลป์แล้ว คุณยังจะได้เพลิดเพลินไปกับกีฬาการผจญภัยที่หลากหลายในสนามเด็กเล่นแห่งสวิสนี้อีกด้วย ลองจินตนาการว่าคุณกำลังร่อนพาราไกลดิ้งอยู่กลางอากาศ พร้อมชมความยิ่งใหญ่ของเมือกเขาแอลป์ดูสิ! ซึ่งถ้านี่ยังไม่ทำให้รู้สึกเหมือนได้อยู่บนสวรรค์ เราก็ไม่รู้แล้วว่า อะไรที่จะทำให้คุณพอใจได้อีก

แต่หากคุณไม่ถูกโฉลกกับกีฬาเอ็กซ์ตรีมเท่าไหร่ แต่ยังชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่ ที่นี่ก็มีเส้นทางเดินเขาให้คุณได้เดินสำรวจที่ Schynige Platte ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน Wilderswil โดยคุณสามารถขึ้นรถไฟล้อเฟืองเพื่อขึ้นไปยังสถานีภูเขา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสำรวจนี้

วันที่ 5: จุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch)

อย่าเดินทางออกจากสวิตเซอร์แลนด์เป็นอันขาด หากคุณยังไม่ได้เดินทางไปยังหลังคาของทวีปยุโรปที่ยอดเขาจุงเฟรายอร์ค ที่นี่เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในโลก, ปราสาทน้ำแข็ง และทัศนียภาพที่งดงามมากที่สุดของยุโรป ยอดเขาจุงเฟรายอร์ค คือสถานที่ที่ทุกคนต้องมาเยือนเมื่ออยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ คนที่นี่เชื่อกันว่า จุงเฟรายอร์ค คือเขาที่ได้รับพรจากนางฟ้า จึงไม่แปลกหากคุณจะได้พบแหล่งมรดกของโลกจากองค์การยูเนสโก อย่าง ธารน้ำแข็งอเลิท์ซ (Aletsch Glacier) ซึ่งเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์

จองทัวร์ยอดเขาจุงเฟรายอร์คแบบเต็มวันจากเมืองลูเซิร์นกับ Klook ซึ่งไม่ได้รวมแค่การทัวร์ยอดเขาเท่านั้น แต่ยังรวมค่าโดยสารรถไฟล้อเฟืองที่จะพาคุณขึ้นไปยังยอดเขาอีกด้วย! เมื่อคุณยังยอดเขาแล้ว อย่าพลาดการเข้าร่วมทัวร์ผจญภัย Alpine Sensation หรือจะแวะไปยัง Sphinx Hall, Ice Palace และอื่น ๆ อีกมากมาย

ดูกิจกรรมนี้

วันที่ 6: มองเทรอซ์ (Montreux)

รายล้อมไปด้วยไร่องุ่นและทัศนียภาพของเทือกเขาแอลป์ด้านหลัง เมืองมองเทรอซ์ คือเมืองที่จะทำให้คุณได้ผ่อนคลายและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ เมืองมองเทรอซ์ยังเคยเป็นที่อยู่อาศัยของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง อย่าง Freddie Mercury และ Charlie Chaplin อีกด้วย

ปราสาทชียง (Chateau de Chillon) หรือที่รู้จักกันว่า ไข่มุกแห่งทะเลสาบ คือป้อมปราการจากยุคกลาง ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีต เพื่อสัมผัสการใช้ชีวิตประจำวันของราชวงศ์ซาวอยและขุนนางชาวแคว้นเบิร์น

สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่:

  • พระราชวังแฟร์มองต์ เลอ มองเทรอซ์ (Fairmont Le Montreux Palace)
  • เมืองมรดกโลกลาโวซ์ (Lavaux)
  • สำนักงานใหญ่ของบริษัทเนสเล่ (Nestle Headquarters)

วันที่ 7: เจนีวา (Geneva)

เจนีวา คือเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งขององค์การสหประชาชาติและเป็นสถานที่ที่ใช้ในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ของโลก อีกทั้งเมืองที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของถนนหนทางอันเก่าแก่และศูนย์ธุรกิจที่ทันสมัยมากมาย ซึ่งผสมผสานกันออกมาอย่างลงตัว

สัญลักษณ์ของเมืองนี้คือ Jet d’eau น้ำพุซึ่งมีน้ำพุ่งสูงถึง 140 เมตรกลางทะเลสาบเจนีวา และสถานที่อีกแห่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือ Palais Des Nations สำนักงานใหญ่ในยุโรปขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยมีไกด์ที่จะพาคุณเดินชมจุดต่าง ๆ ภายใน

สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่:

  • จัตุรัสใจกลางเมืองเก่า (Place du Bourg-de-Four)
  • นาฬิกาดอกไม้ (Horloge Fleuri)
  • คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Museum of the Red Cross)